มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๔)






สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๔)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ชีวิตรูป (ต่อ)


การที่พระอภิธรรมแสดงว่า จิต อุตุ อาหาร เป็นตัวการทำให้รูปผันแปรเปลี่ยนแปลงไปจากรูปแบบหนึ่งเป็นอีกรูปแบบหนึ่งนั้น ก็ย่อมตรงกับที่ว่า จิตชรูป อุตุชรูป อาหารชรูป จิตก็ทำรูปได้ ความร้อนก็ทำรูปได้ อาหารก็ทำรูปได้ เพราะรูปต่างๆ เหล่านั้นเปลี่ยนจากรูปหนึ่งเป็นอีกรูปหนึ่งได้ก็ด้วยอำนาจของจิต อุตุ อาหาร

เช่นจิตทำรูปให้หน้าแดงหรือหน้าซีดเมื่อดีใจหรือตกใจ ก็หาใช่ว่าจะทำรูปให้เลือดวิ่งมาปรากฏขึ้นที่หน้าแต่เพียงเท่านั้น เพราะรูปอื่นๆ ก็ย่อมเป็นไปด้วย เช่นหัวใจเต้นแรง ปอดหายใจถี่ กระเพาะอาหารมีโลหิตมาเลี้ยงมากขึ้นหรือน้อยลง และโลหิตวิ่งไปทั่วร่างกายผิดปกติกว่าธรรมดา ด้วยความเร็วมากหรือน้อยกว่ากัน ดังนี้เป็นต้น

ไม่มีใครได้คิด หรือคิดก็ไม่ละเอียดตรงเป้าหมายว่า จิตใจนั้นมองไม่เห็นตัว ทั้งมิได้มีรูปร่างสัณฐานอะไรเลยแม้แต่สักนิด หากแต่ว่าจิตใจนั้น ก็มีอำนาจมีความสามารถที่จะทำรูปให้เกิดขึ้นแก่ร่างกายอยู่ตลอดทั้งวัน จิตมีจำนวนถึง ๘๙ และสามารถสร้างรูปให้เกิดแก่ร่างกายได้ถึง ๗๕ โดยเว้นทวิปัญจวิญญาณ ๑๐ ดวง อรูปาวจรวิบากจิต ๔ รวมเป็น ๑๔ ดวง (ที่เว้นปฏิสนธิจิต และจุติจิตของพระอรหันต์ จะได้ศึกษาภายหลัง)

ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า จิต ๗๕ ดวงนั้น มีกำลังมีความสามารถทำให้รูปต่างๆ ของร่างกายเกิดขึ้นได้และเปลี่ยนแปลงไปมาได้ ไม่ว่าเวลาหลับหรือเวลาตื่น ไม่ว่าเวลานิ่งอยู่เฉยๆ หรือเวลาเคลื่อนไหว ตลอดจนหายใจเข้าออก ถ้าจิตมิได้ทำรูปเหล่านี้ให้เกิดขึ้นร่างกายก็จะเป็นเสมือนซากศพ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ต.ค. 2549 , 08:30:55 น.] ( IP = 203.172.117.75 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

นอกจากจิตจะมีกำลังความสามารถแล้ว กำลังอำนาจของอุตุคือความร้อน ตลอดจนกำลังอำนาจของอาหารก็ทำให้รูปต่างๆ ของร่างกายเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งท่านจะได้ศึกษาในเรื่องเหล่านี้ให้ละเอียดต่อไปข้างหน้า

ไม่มีใครในโลกจะมีความเข้าใจมาก่อนเลยว่า กรรม คือการกระทำนั้นทำให้รูปต่างๆ เกิดขึ้นได้ อำนาจของเจตนา คือกรรม ก็ไม่เป็นตัวเป็นตน มิได้มีรูปร่างสัณฐานแต่ประการใด แต่ก็มีกำลังอำนาจเหมือนกับจิตเหมือนกัน เพราะกรรมนั้นสามารถทำรูปขึ้นมาได้ เรียกว่า กรรมชรูป

เมื่อสัตว์สิ้นชีวิตลงแล้ว จิต เจตสิก กรรมชรูป ก็จะอุบัติขึ้นมาใหม่ในภพชาติใหม่เรียกว่า "ปฏิสนธิ"

ในขณะที่สัตว์ปฏิสนธินั้น โดยมากมีความเข้าใจว่า มีแต่จิตเท่านั้นที่เกิดขึ้นมา แต่ตามความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะมีรูปเกิดขึ้นมาร่วมด้วย และรูปนั้นเรียกว่า "กรรมชรูป"

กรรมชรูปจะเกิดขึ้นในขณะปฏิสนธิ เกิดขึ้นมาพร้อมกันกับจิต อำนาจของกรรมเป็นตัวการทำให้รูปเกิดขึ้นมา หรือเปลี่ยนแปลงรูปที่มีอยู่แล้วให้เป็นไปในรูปแบบที่กรรมปรุงแต่งขึ้นมา อันอำนาจนั้นจะเป็นบาปหรือเป็นบุญก็ได้ทั้ง ๒ อย่าง ถ้าเป็นบาปก็ทำให้รูปนั้นไม่ดีหรือขาดตกบกพร่อง แต่ถ้าเป็นบุญก็จะได้รูปที่สมบูรณ์ทุกอย่าง

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ต.ค. 2549 , 08:32:50 น.] ( IP = 203.172.117.75 : : )


  สลักธรรม 2

ถ้าเกิดขึ้นมาเป็นมนุษย์ ก็จะมีรูปเกิดขึ้นมาในขณะแรกพร้อมกับจิต อำนาจกรรมก็จะปรุงแต่งผลิตสร้างหรือเปลี่ยนสภาพของรูปในที่นั้น ให้เป็นไปตามอำนาจกรรมซึ่งเป็นบุญบ้างเป็นบาปบ้าง ก็จะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์

รูปที่เกิดจากกรรมเป็นสมุฏฐานนั้นมีเกิดแน่นอนและไม่แน่นอน ถ้ามีชีวิตก็ต้องมีรูปที่เกิดจากกรรมแน่นอน (เว้นอรูปพรหม) ที่ว่าเกิดไม่แน่นอนนั้นก็เพราะว่ากลุ่มของรูปปรมาณูเหล่านี้เกิดอยู่ในสิ่งที่ไม่มีชีวิตก็ได้ เช่นเป็นก้อนดิน เป็นต้นไม้ เป็นต้น รูปเหล่านั้นได้แก่ อวินิพโภครูป ๘ ปริจเฉทรูป ๑ รวมเป็น ๙ ด้วยกัน

ในบรรดากรรมชรูปนั้นมีอยู่รวมกันได้ ๑๘ เกิดขึ้นได้โดยไม่แน่นอน ๙ รูป เกิดขึ้นแน่นอนมีอยู่ ๙ รูปเท่านั้น คือ ปสาทรูป ๕ ภาวรูป ๒ หทยรูป ๑ ชีวิตรูป ๑ ที่เรียกว่าเกิดจากกรรมเป็นสมุฏฐานโดยแน่นอนและมีเฉพาะในสัตว์ทั้งหลาย

กรรมชรูปจะสร้างรูปขึ้นมาในขณะปฏิสนธิ เป็นกลุ่มรูปที่เกิดขึ้นมาจากอำนาจกรรม เรียกว่า กรรมชกลาป ที่เกิดพร้อมกับจิต เจตสิก มีจำนวน ๑๗ รูปเท่านั้น โดยหักปริจเฉทรูปเสีย ๑ ซึ่งไม่ใช่องค์กลาป จึงคงเหลือ ๑๗ รูป

กรรมชกลาปที่เกิดขึ้นมาในขณะปฏิสนธินั้น มีชีวิตรูปรวมอยู่ด้วย และชีวิตรูปนี้เอง เป็นรูปที่ประณีตมาก มองก็ไม่เห็น ซ้ำยังถูกต้องก็ไม่ได้ แต่ก็มีความสามารถยึดโยงให้รูปทั้งหลายที่เกิดขึ้นมาพร้อมกันกับตนนั้นได้ตั้งอยู่ได้ตลอดอายุของรูปนั้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ต.ค. 2549 , 08:33:18 น.] ( IP = 203.172.117.75 : : )


  สลักธรรม 3

สรรพสิ่งทั้งหลายมิได้เกิดมาโดดเดี่ยวแต่ลำพัง ย่อมจะเกิดขึ้นมารวมๆ กัน หลายๆ อย่าง เพื่อแต่ละอย่างจะได้ทำหน้าที่ของตนให้รูปทั้งหลายเป็นไป หรือตั้งอยู่ได้ รูปทั้งหลายเหล่านั้นจะต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ตัวอย่างเช่น บ้าน ็จะต้องมีเสา หลังคา พื้น ฝา ประตู และหน้าต่าง เป็นต้น

ทุกๆ อย่างที่รวมกันเป็นบ้านก็จะมีหน้าที่ไปคนละอย่าง เช่น เสา มีหน้าที่ค้ำยันให้ยังคงเป็นรูปบ้านอยู่ได้ หลังคาก็มีหน้าที่กันแดดกันฝน ดังนี้เป็นต้น

แม้รูปปรมาณูที่เรามองเห็นมันไม่ได้ มันก็ต้องมีธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ และมีสี มีกลิ่น ที่เกิดร่วม แต่ต่างหน้าที่การงานคนละอย่าง เป็นต้น

ปรมาณูที่เราศึกษากันในวิชาวิทยาศาสตร์ มันก็จะต้องมีหลายอย่างเหมือนกัน เช่นมีประจุไฟฟ้าลบ ประจุไฟฟ้าบวก และพลังงาน ที่เกิดอยู่รวมๆ กัน ทำหน้าที่คนละอย่าง เป็นต้น

ชิ้นส่วนต่างๆ ของบ้านมารวมกันอยู่ได้ไม่แตกกระจัดกระจายกันออกไปคนละทางสองทางนั้น ก็เพราะมันมีตัวการยึดโยงเอาไว้ คือ น๊อตหรือตะปู หรือสลักไม้ ถ้าไม่มีพวกเหล่านี้ยึดโยงเอาไว้แล้ว บ้านก็คงจะไม่เป็นบ้านอีกต่อไป

ปรมาณูในทางธรรมะที่มีธาตุต่างๆ ประชุมกันอยู่ ธาตุน้ำซึ่งมองไม่เห็น สัมผัสถูกต้องไม่ได้ ก็เป็นตัวยึดโยงมิให้ธาตุดินกระจัดกระจายออกไปจากกัน หาไม่แล้ว ก็จะยังคงเป็นปรมาณูอยู่ไม่ได้ สี กลิ่น รส หรือความร้อนจะมีอยู่ได้หรือ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ต.ค. 2549 , 08:34:05 น.] ( IP = 203.172.117.75 : : )


  สลักธรรม 4

ปรมาณูในทางวิทยาศาสตร์ก็เหมือนกัน ประจุไฟฟ้าบวกที่เป็นแก่นกลางของปรมาณูนั้นย่อมจะมีหลายตัว ต่างก็จะผลักดันซึ่งกันและกัน แต่ที่ยังคงรวมกันอยู่ได้นั้นก็เพราะมีพลังงานเป็นตัวยึดโยงเอาไว้มิให้หลุดกระจายออกจากกันได้

โดยทำนองเดียวกันนี้เอง "ชีวิตรูป" ที่เกิดร่วมกันกับรูปทั้งหลายที่ผลิตสร้างขึ้นมาด้วยอำนาจของกรรม จึงเป็นตัวการสำคัญที่สุดที่ยึดโยงรวมรูปทั้งหลายที่กรรมได้ผลิตสร้างขึ้นมามิให้กระจัดกระจายเท่าที่อายุของรูปนั้นๆ จะตั้งอยู่ได้ ตัวอย่างเช่น

ก. จักขุปสาทรูป คือประสาทตา เกิดขึ้นมาด้วยอำนาจกรรม รวมกันเป็นกลุ่มเรียกว่า "กลาป" มีอวินิพโภครูป ๘ (ดิน น้ำ ไฟ ลม สี กลิ่น รส โอชะ) + จักขุปสาทะ ๑ + ชีวิตรูป ๑ รวมเป็น ๑๐

ข. อิตถีภาวะ คือกลุ่มปรมาณูที่แสดงความเป็นเพศหญิงที่มีอยู่ทั่วร่างกาย อันเกิดขึ้นมาได้ด้วยอำนาจของกรรมรวมกันเป็นกลุ่ม เรียกว่า "กลาป" มีอวินิพโภครูป ๘ (ดิน น้ำ ไฟ ลม สี กลิ่น รส โอชะ) + อิตถีภาวะ ๑ + ชีวิตรูป ๑ รวมเป็น ๑๐ เหล่านี้เป็นต้น

รวมความว่า ชีวิตรูป ก็ได้แก่ ตัวการที่รักษารูปอันเกิดมาแต่กรรมมิให้หลุดและกระจัดกระจายออกไปตลอดอายุของรูปนั้น โดยมีมหาภูตรูปเป็นเครื่องรองรับ ซึ่งท่านทั้งหลายก็จะได้ศึกษาในโอกาสข้างหน้าต่อไปว่า อายุของรูปหนึ่งเปลี่ยนสภาพเป็นอีกรูปหนึ่งนั้นนานเท่าใด

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ต.ค. 2549 , 08:34:37 น.] ( IP = 203.172.117.75 : : )


  สลักธรรม 5

ท่านเห็นหรือไม่ว่า ตัวควบคุม ตัวยึดโยงนั้นสำคัญอย่างไร แล้วเหตุใดจึงได้ชื่อว่า "ชีวิต"

ด้วยเหตุดังกล่าวนี้เอง ผู้ที่มิได้ศึกษาพระพุทธศาสนาในขั้นละเอียดหรือมิได้ศึกษาพระอภิธรรม จึงได้แสดงหลักธรรมในแนวของวิทยาการทางโลก หรืออนุโลมไปตามโลกว่าต้นไม้มีชีวิต แต่ความจริงต้นไม้มิได้เกิดมาแต่กรรม ดังนั้นจึงไม่มีรูปกลาปคือกลุ่มรูปที่ผลิตสร้างขึ้นมาจากกรรม ชีวิตรูปอันเป็นตัวยึดโยงจึงมิได้มี และในทางธรรมะถือว่า ต้นไม้ไม่มีชีวิตเหมือนวิทยาการในทางโลก

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงปรากฏอยู่ในภูตคามสิกขาบท วินัยพระบาลีว่า ชีวสญฺติโน หิ มนุสฺสา รกฺขสมึ แปลว่า พวกมนุษย์ทั้งหลายมีความยึดถือว่า ต้นไม้นี้มีชีวิต

ลักขณะทิจตุกของชีวิตรูป มีดังนี้

สหชาตรูปานุบาล ลกฺขณํ มีการรักษาสหชาตรูป เป็นลักษณะ
เตสํ ปวตฺตน รสํ มีการธำรงไว้ซึ่งรูปเหล่านั้น เป็นกิจ
เตสญฺเญว ฐปน ปจฺจุปฏฺฐานํ มีการประกอบให้มั่นอยู่ เป็นผล
ยาปยิตพฺพ ปทฏฺฐานํ มีมหาภูตรูปที่เสมอภาค(ที่สมส่วน) เป็นเหตุใกล้ให้เกิด


โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ต.ค. 2549 , 08:35:06 น.] ( IP = 203.172.117.75 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ ในการบรรยายให้เกิดความแจ่มชัดในคำว่า ชีวิตซึ่งเป็นบทเรียนที่น่าอัศจรรย์ยิ่งครับ

กลไกแห่งกรรม ย่อมนำมาซึ่งความวิจิตรมากมายเลยครับผม จะคอยติดตามอ่านต่อไปเพื่อความรู้ถูกในเรื่องของชีวิตครับผม



โดย ทับตะวันดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ต.ค. 2549 , 09:02:43 น.] ( IP = 58.9.140.88 : : )


  สลักธรรม 7

มาติดตามอ่านแต่ละตอน ก็ทำให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องรูปมากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ

ขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ต.ค. 2549 , 12:33:51 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org