มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๕)






สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๕)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

อาหารรูป


เมื่อเอ่ยคำว่า "อาหาร" ใครก็พากันเข้าใจว่า สิ่งที่กินเข้าไปในท้อง แล้วทำให้ร่างกายของคนหรือของสัตว์เจริญเติบโตหรือสมบูรณ์ขึ้น ความเข้าใจดังกล่าวนี้ ก็นับว่าถูกต้องเหมือนกัน แต่เป็นความถูกต้องไม่หมด เมื่อเอาคำว่าอาหารมาปรับเข้ากับสภาวธรรม

อาหารนฺตีติ = อาหารา แปลว่า ธรรมเหล่าใดย่อมนำมาซึ่งธรรมที่เป็นผลของตนๆ ฉะนั้น ธรรมเหล่านั้น ชื่อว่า อาหาร

ในปรมัตถธรรม คำว่าอาหารคือธรรมที่นำมาซึ่งผลของตนนั้น มีเนื้อความกว้างขวาง เพราะไม่เฉพาะแต่รูปอาหารที่สัตว์ทั้งหลายกลืนกินเข้าไปเท่านั้น หากแต่หมายไปถึงนามอาหาร หรืออาหารที่เป็นนามด้วย เพราะนามอาหารก็เป็นตัวนำมาซึ่งธรรมที่เป็นผลของตนได้

ทั้งรูปอาหารและนามอาหาร เป็นตัวนำมาซึ่งผลของตนนั้น มีความหมายกว้างขวาง และจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจทั้ง ๒ อย่าง การศึกษาในที่นี้เป็นรูปอาหารอย่างเดียว ดังนั้น ผมจึงจะอธิบายนามอาหารแต่โดยย่อ เพื่อให้เป็นแนวทางสำหรับจะได้เปรียบเทียบ เพื่อความเข้าใจอันดี เพื่อจะได้ให้ท่านผู้ศึกษามีความรู้ไม่อยู่ในวงแคบ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ต.ค. 2549 , 09:09:20 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

บรรดารูปธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้นทั่วสรรพางค์กายของสัตว์ ที่ผลิตสร้างขึ้นมาจากกรรมชรูป ไม่ว่าจะเป็นปรมาณูที่ประกอบกันขึ้นเป็นประสาทตา ประสาทหู หระสาทกาย หรือปรมาณูที่ประชุมกันเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย ตลอดจนที่ตั้งที่อาศัยของจิตใจ ก็จำต้องอาศัยรูปอาหาร ซึ่งตามหลักปรมัตถธรรมเรียกว่า โอชารูป ที่บุคคลทั้งหลายบริโภค เป็นผู้ช่วยสนับสนุนค้ำจุนให้รูปเหล่านี้ยังคงตั้งอยู่ และดำเนินการงานไปได้

บรรดานามธรรมทั้งหลายก็จำเป็นต้องอาศัยอาหารเหมือนกัน เราเรียกกันในปรมัตถธรรมว่า นามอาหาร ถ้านามธรรมมิได้มีอาหารเป็นตัวสนับสนุนค้ำจุนแล้ว นามซึ่งได้แก่จิต เจตสิก ทั้งหมดก็ย่อมจะสลายตัวหายไปเกิดขึ้นมาไม่ได้ ดังนั้นจึงเห็นได้ว่านามอาหารเป็นตัวนำมาซึ่งผลคือ ทำให้นามทั้งหลายยังคงอยู่ และทำงานต่อไปกันได้

อาหาร ๒ อย่าง (รูปอาหาร นามอาหาร)

รูปอาหาร คือ กพฬิงการาหาร องค์ธรรมได้แก่ โอชาในอาหารต่างๆ

นามอาหาร คือ ผสฺสาหาร มโนสญฺเจตนาหาร วิญญาณอาหาร

ผสฺสาหาร องค์ธรรมได้แก่ ผัสสเจตสิก
มโนสญฺเจตนาหาร องค์ธรรมได้แก่ เจตนาเจตสิก
วิญญาณาหาร องค์ธรรมได้แก่ จิตทั้งหมด

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ต.ค. 2549 , 09:10:50 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

ผมบรรยายในขณะนี้เป็นเรื่องของรูปอาหาร แต่เห็นว่า ถ้าจะแสดงถึงนามอาหารควบคู่กันไปด้วย ก็จะทำให้ท่านผู้ศึกษามีความเข้าใจเรื่องอาหารกว้างขวางขึ้น ดังนั้น ผมจึงขอนำนามอาหารมาแสดงเสียก่อน แล้วจึงจะแสดงเรื่องรูปอาหารในตอนท้ายต่อไป

เมื่อกล่าวโดยทั่วไป อาหาร ย่อมมีอยู่ ๔ อย่าง คือ กพฬิงฺการาหาร ผสฺสาหาร มโนสญฺเจตนาหาร วิญญาณาหาร

๑. กพฬิงฺการาหาร นำมาซึ่งโอชาในอาหาร ที่สร้างความเจริญให้แก่รูป

๒. ผสฺสาหาร นำมาซึ่งการสัมผัสที่สร้างความเจริญให้แก่เวทนา

๓. มโนสญฺเจตนาหาร นำมาซึ่งปฏิสนธิวิญญาณ คือการเกิดในภพภูมิต่างๆ และปวัตติวิญญาณ คือการเห็น การได้ยิน เป็นต้น

๔. วิญญาณาหาร นำมาซึ่งเจตสิกและกรรมชรูป

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ต.ค. 2549 , 09:12:55 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

นามอาหาร ๓ คือ ผสฺสาหาร มโนสญฺเจตนาหาร วิญญาณาหาร

ผสฺสาหาร ได้แก่ ผัสสเจตสิก ซึ่งเป็นตัวการรับประทบอารมณ์ต่างๆ เมื่อกระทบอารมณ์แล้วจึงก่อให้เกิดเวทนาขึ้น ถ้าปราศจากผัสสะเสียตัวเดียวแล้ว เวทนาก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้

ถ้าเวทนาคือการเสวยอารมณ์เกิดขึ้นมาแล้ว ถ้าอารมณ์นั้นดีเป็นที่ชื่นชอบ ก็ย่อมจะก่อให้เกิดตัณหาคือความยินดีติดใจขึ้นมา เมื่อตัณหาเกิดขึ้นมาแล้ว อำนาจของตัณหาก็จะนำให้เกิดชีวิตใหม่ภายหลังความตาย ด้วยเหตุนี้จึงอาจกล่าวได้ว่า ชีวิตทุกชีวิตเกิดขึ้นมาได้ก็ด้วยอำนาจของผัสสะนั่นเอง

หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า ความทุกข์ทั้งหลายอาศัยตัณหาเกิดขึ้น และตัณหาจะเกิดขึ้นมา ก็เพราะอาศัยผัสสะ ผัสสะจึงได้ชื่อโดยปริยายว่าทำให้โลกหรือทำให้ความทุกข์เกิดขึ้น

ด้วยเหตุที่เวทนาคือการเสวยอารมณ์เกิดขึ้นมาเพราะอาศัยผัสสะ ดังนั้น ผัสสะจึงเป็นอาหารของเวทนา

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ต.ค. 2549 , 09:13:31 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

มโนสญฺเจตนาหาร ได้แก่ เจตนาเจตสิกที่สาธาระแก่จิตทั้งหลาย เจตนาทำให้เกิดกรรมดีและและกรรมชั่วของสัตว์ทั้งหลาย กรรมดีกรรมชั่วของสัตว์ทั้งหลาย นำให้เกิดปฏิสนธิวิญญาณ คือการเกิดอีกในภพภูมิต่างๆ เมื่อเกิดขึ้นในภพภูมิต่างๆ แล้ว ก็ย่อมจะนำไปสู่จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ การเห็น การได้ยิน เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้เอง จึงกล่าวได้ว่า เจตนาเป็นอาหารของวิญญาณ ได้แก่ปฏิสนธิวิญญาณคือการเกิด และปวัตติวิญญาณคือการเห็น การได้ยิน เป็นต้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ต.ค. 2549 , 09:14:04 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

วิญญาณาหาร วิญญาณหรือจิตทั้งหมดชื่อว่า อาหาร เพราะนำให้เกิดเจตสิกและกรรมชรูป

ที่ว่าวิญญาณเป็นอาหารก็เพราะสัตว์โลกทั้งหลายได้อาศัยวิญญาณ คือวิญญาณที่เกิดขึ้นตามทวารทั้ง ๖ มีเห็น ได้ยิน เป็นต้น ถ้าสัตว์ทั้งหลายไม่มีวิญญาณเสียแล้ว เจตสิกและกรรมชรูปก็จะมีไม่ได้ เพราะว่า เจตสิกทั้ง ๕๒ ก็ต้องอาศัยวิญญาณ ทั้งรูปก็ต้องอาศัยวิญญาณ

ด้วยเหตุนี้เมื่อพูดอีกอย่างหนึ่งก็ว่า นามรูปเกิดขึ้นมาได้ก็เพราะได้อาศัยวิญญาณ (ตามนัยของปฏิจสมุปบาทที่ว่า วิญฺญาณปจฺจยนามรูปํ ) ดังนั้น วิญญาณจึงเป็นอาหารของเจตสิกและรูป


อาหารที่เป็นนามทั้ง ๓ ประการนี้ ถ้าศึกษาโดยละเอียดแล้วก็จะมีความพิสดารมาก ผมได้แสดงมาโดยย่อๆ พอจะได้เอามาเปรียบเทียบกับอาหารที่เป็นรูป เพื่อท่านผู้ศึกษาจะได้มีความเข้าใจมากขึ้น แล้วก็จะเห็นได้ว่า อาหารที่ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจกันนั้น มันเป็นเพียงส่วนเดียว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ต.ค. 2549 , 09:14:45 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6

รูปอาหารมี ๑ คือ กพฬิงฺการาหาร มีวจนัตถะแสดงว่า

กพฬิงฺ กรียตีติ = กพฬิงฺกาโร
โภชนะใดอันบุคคลกระทำให้เป็นคำ หรือกระทำให้เป็นของกิน โภชนะนั้นชื่อว่า กพฬิงฺการ

อาหารียตีติ =อาหาโร
โภชนะใดอันบุคคลกลืนกิน ฉะนั้น โภชนะนั้นชื่อว่า อาหาร

คำว่า กพฬิงฺการาหาร นี้เป็นชื่อของอาหารทั้งหมด แต่ในที่นี้ ผมกำลังพูดถึง อาหารรูป ฉะนั้น กพฬิงฺการาหาร จึงได้แก่ โอชา ที่อยู่ภายในสิ่งต่างๆ ที่บริโภคหรือกลืนกิน

โอชารูปนั้น เป็นรูปอย่างหนึ่งที่แฝงอยู่ภายในสิ่งต่างๆ ที่สัตว์ทั้งหลายกลืนกินเข้าไป เมื่อสัตว์ทั้งหลายกลืนกินอาหารต่างๆ เข้าไปแล้ว โอชาที่อยู่ภายในอาหารเหล่านั้น ก็กระจายตัวกันเข้าไปภายในร่างกายของสัตว์ แล้วก็ย่อมทำให้ อาหารชรูป เกิดขึ้นได้

และโอชานี้เอง ที่ทำให้สัตว์ทั้งหลายเติบโตและมีกำลังวังชาขึ้น แต่ถ้าร่างกายของสัตว์นั้นเติบโตเต็มที่แล้ว ไม่เติบโตอีกต่อไป อาหารชรูปเหล่านั้นก็จะไปทำให้ร่างกายมีความสมบูรณ์ มีชีวิตอยู่และเป็นไปได้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ต.ค. 2549 , 09:15:17 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7

รูปอาหารหรือ กพฬิงฺการาหาร นั้นมีอยู่ ๒ อย่าง คือ พหิทฺธาหาร และอัชฌตฺทาหาร

พหิทฺธาหาร คือ โอชาที่อยู่ภายในอาหารที่บริโภค
อัชฌตฺทาหาร คือ โอชาที่อยู่ในอวินิพโภรูปทั่วไปในร่างกาย

เมื่ออาหารถูกกลืนเข้าไปในท้องแล้ว มันยังทำงานสร้างความเจริญเติบโต หรือความสมบูรณ์ให้แก่ร่างกายไม่ได้ มันจะต้องถูกย่อยให้ละลายออกด้วย ปาจกเตโช คือ ธาตุไฟ

ซึ่งจะทำให้อาหารที่บริโภคนั้นถูกซึมซาบไปเลี้ยงทั่วร่างกาย และขณะใดโอชาภายนอกเข้าไปรวมกับโอชาภายในเมื่อใด เมื่อนั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นการทำร่างกายให้เติบโตทำร่างกายให้สมบูรณ์ แล้วในขณะนี้ก็เรียกก็เรียกว่า อาหารชรูป

ลักขณาทิจตุกของอาหารรูป มีดังนี้

โอชาลกฺขณํ มีการทำรูปให้เจริญ เป็นลักษณะ
รูปาหรนรสํ มีการธำรงไว้ซึ่งรูป เป็นกิจ
กายุปตฺถมฺภนปจฺจุปฏฺฐานํ มีการอุดหนุนไว้ซึ่งรูปกาย เป็นผล
อชฺโฌหริตพฺพปทฏฺฐานํ มีอาหารที่ควรบริโภค เป็นเหตุใกล้


โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ต.ค. 2549 , 09:15:55 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 8

มาติดตามศึกษารายละเอียดเรื่องอาหาร ซึ่งมีทั้งรูปอาหารและนามอาหาร

ขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ต.ค. 2549 , 17:25:15 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 9

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ
เรื่องราวของชีวิตเมื่อศึกษาดูการเกิดขึ้นแล้ว
ทำให้เห็นความเกี่ยวข้องกับปัจจัยต่างๆกันอย่างโยงใย
และ อาหารนับเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ต.ค. 2549 , 21:25:16 น.] ( IP = 61.47.114.243 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org