มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


๏ จากพ่อ... เพื่อลูก ๏




ตอนนี้ ศาลาเสือพิทักษ์กลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยกิจกรรมบำบัดจิต มีการสวดมนต์ ทำสมาธิเพื่อสร้างความสงบให้กับตนเอง (ความสงบเป็นเสมือนฐานให้กับชีวิต หากฐานชีวิตไม่มั่นคง เมื่อพายุวิบากพัดมาแรงๆ ฐานก็ทรุดได้ง่าย)

กิจกรรมจะเริ่มเวลา ๙.๐๐ น.(วันอาทิตย์) โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีสิ่งสำคัญที่ทุกคนไม่ควรพลาด คือ คำสอน และความห่วงใยจากหลวงพ่อที่บอกฝากผ่านท่านอาจารย์มาถึงพวกเราลูกๆ ทุกคน นี่คือที่มาของเรื่อง จากพ่อ เพื่อลูก

แม้ว่าวันนี้ (๘ ตุลาคม) จะไปสายไม่ทันกิจกรรมในตอนเริ่มต้น แต่ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องนั้นท่ามกลางความเงียบ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตาอยู่กับเชือกฟางสีเหลืองในมือเส้นหนึ่ง พอเข้าไปใกล้จึงรู้ว่าทุกคนกำลังพยายามที่จะแกะปมเชือกที่ผูกเอาไว้ พร้อมๆ กับเสียงของท่านอาจารย์ที่บอกถึงข้อคิด และคำฝากของหลวงพ่อเป็นระยะๆ

โดย วยุรีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ต.ค. 2549 , 19:44:27 น.] ( IP = 58.9.147.83 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

ภาพที่เห็นนั้น ….ทำให้เกิดความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
เพราะเหมือนการสะท้อนให้เห็นความจริงของชีวิต ที่ทุกคนย่อมมีปมปัญหาของตนเอง …เป็นปมที่เราต้องแก้ไขด้วยตัวเองและตราบใดที่เราไม่เอาปมนั้นไปให้ผู้อื่น หรือไม่นำของผู้อื่นมาสู่ตน ก็คงมีแต่ความสงบดั่งเช่นบรรยากาศในห้องในขณะนั้น และคงจะไม่วุ่นวายดั่งเช่นทุกวันนี้

พอจบรายการ…ท่านอาจารย์ก็ไม่เหนื่อยที่จะมาเริ่มให้กับลูกศิษย์ที่มาไม่ทัน

ด้วยเชือกฟางเส้นเดียวที่มีความยาวประมาณ ๑๕ นิ้วที่หลวงพ่อประดิษฐ์เป็นธรรมนำเข้าสู่ใจของลูกๆ ด้วยคำว่า ฟางเส้นสุดท้าย

เพราะ…หากอุปมาชีวิตเรามีฟางอยู่ ๓ เส้น

เส้นที่ ๑ หมายถึงชีวิตที่เป็นปฐมวัยของเรา (อายุแรกเกิด ถึง ๒๕ ปี)

เส้นที่ ๒ หมายถึงชีวิตที่เป็นมัชฌิมวัยของเรา (อายุ ๒๖ - ๕๐ ปี)

เส้นที่ ๓ หมายถึงชีวิตที่เป็นปัจฉิมวัยของเรา (อายุ ๕๑ ปีขึ้นไป)

บัดนี้ฟางเส้นที่ ๑ และ ๒ ของลูกศิษย์หลายๆ คนได้ขาดไปหมดแล้ว คงเหลือฟางเส้นสุดท้ายแล้วจริงๆ …เป็นข้อคิดให้เราได้ตระหนักว่า เรายังจะดำเนินชีวิตด้วยความประมาทอยู่อีกหรือ ?

โดย วยุรีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ต.ค. 2549 , 19:51:29 น.] ( IP = 58.9.147.83 : : )


  สลักธรรม 2

….นี่คือบทพิสูจน์หนึ่งที่บอกให้รู้ว่า หลวงพ่อคอยติดตามพวกเราเสมือนเงาตามตัว ดั่งเช่นที่ท่านเคยพูดว่า

๏“…ยามใดที่ลูกอยู่กลางแดด เงาของลูกก็คือพ่อ แต่พอลูกเข้าที่ร่ม เสียงเต้นของหัวใจลูกนั่นแหละพ่อ ขออย่างเดียว ลูกพ่อต้องเป็นคนดี ความดีของลูกคืออาหารทิพย์ของพ่อ พ่ออิ่มทุกครั้งที่เห็นลูกพ่อทำความดี….”๏

ท่านคอยเฝ้าดูลูกๆ ทุกคน (คงเป็นเพราะสภาพที่ท่านได้เห็น) จึงทำให้วันนี้ ท่านต้องฝากคำเตือนเรื่อง”ความดี”มาถึงพวกเราว่า

ความดีนั้น ดี แต่การหลงว่าตนดีนั้น ชั่ว

และท่านยังได้เพิ่มเติมมาอีกว่า เมื่อทำดีแล้วต้องมีอิสระเหนือความดีนั้นด้วย เพราะบางครั้งเมื่อเราทำดีไปมากๆ จนทำให้เกิดความผูกและยึดติดจนหลงไปว่าตนนั้นดี หลวงพ่อจึงฝากวิธีการทำความอิสระเหนือความดีมาให้พวกเราว่า..

โดย วยุรีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ต.ค. 2549 , 19:57:48 น.] ( IP = 58.9.147.83 : : )


  สลักธรรม 3

ลูกพ่อจะต้อง…

๑. เพิ่มความยินดี …ที่จะทำดีทั้งปวง แม้กระทั่งยินดีที่จะไม่สร้างปัญหาให้กับตนเอง และผู้อื่น

๒. เพิ่มความเชื่อมั่น …ว่าทำดีต้องได้ดีในชาติหน้าและชาติต่อๆไป แต่ส่วนใหญ่คิดว่าต้องได้ในชาตินี้ ฉะนั้นเวลาทำอะไรให้เตือนตนเองว่า เราจะได้รับผลในชาติหน้า

๓. เพิ่มสมาธิ …คือเพิ่มความตั้งมั่น ฝึกหัดทำสมาธิบ้าง เพื่อจิตใจจะได้สงบ

๔. เพิ่มความสำเร็จอันชอบธรรม …ไม่ว่าจะพูด หรือทำอะไรย่อมเป็นความสำเร็จออกมาแล้ว แต่ให้คิดเสมอว่าความสำเร็จจากการพูดการทำนั้น เป็นความชอบธรรมหรือไม่ ถ้าเป็นความไม่ชอบธรรม ก็อย่าทำ อย่าพูด แต่ถ้าเป็นความชอบธรรมก็ค่อยทำค่อยพูด

๕. เพื่อปัญญาให้มากขึ้น …ทั้งเรียนและปฏิบัติ (สังเกตุรูป-นามให้มากขึ้น) คือใช้ปัญญาตรวจตราอารมณ์ให้มากกว่าเดิม ไม่ใช่ดูแต่รูป-นามเท่านั้น แต่ต้องคอยสังเกตุตามรูปตามนามนั้นไปด้วย

๖. เพิ่มอิสรภาพของใจ …ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นทั้งดี และไม่ดี ต้องทำใจให้อิสรภาพจากอารมณ์ เพราะอารมณ์เหล่านั้นเมื่อเกิดก็ดับไปหมดแล้ว ถ้าขาดอิสรภาพของใจก็จะลุ่มหลงในสิ่งที่ปรากฏขึ้น (เช่นฟุ้งเกิดขึ้น ผ่านไปแล้วก็นำมาคิดอีก) แม้เรื่องการทำทาน ต้องทำให้ขาด เช่นบริจาคของไปแล้ว ไม่ต้องไปติดตามผล ว่าเขาจะเอาของเราไปทำอะไร เป็นต้น

๗. เพิ่มความบริสุทธิ์ของจิต …การทำอะไรก็ตาม ต้องเพิ่มความบริสุทธิ์ใจเข้าไปด้วย เช่นพ่อรักลูกด้วยความบริสุทธิ์ใจ และหวังให้ลูกพ่อทุกคนมีความเพียรพยายามเป็นพระโสดาบันให้ได้ เพราะพระโสดาบัน ท่านบริสุทธิ์แล้วซึ่งศีล ๕

โดย วยุรีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ต.ค. 2549 , 20:06:09 น.] ( IP = 58.9.147.83 : : )


  สลักธรรม 4

โดยเฉพาะกิจกรรมที่หลวงพ่อท่านฝากอาจารย์มาให้พวกเราได้ทำนั้น เชื่อว่าเป็นบทเรียนที่ทุกคนจะต้องไม่ลืมในสิ่งที่ตนได้กระทำให้วันนี้

๏ เริ่มด้วย…อาจารย์ให้พวกเราถือเชือกฟาง(ชีวิต)เส้นสุดท้าย แล้วนั่งหันหน้าไปทางรูปหลวงพ่อ พร้อมเสียงที่หลวงพ่อบอกฝากผ่านท่านอาจารย์มาว่า

๏ ลูก….ให้ถือที่ปลายเชือกทั้ง ๒ ข้าง ….แล้วลองคิดดูนะว่ง

…..เมื่อวานนี้ ลูกพ่อมีความโลภ อยากได้ อยากกินอะไรบ้างไหม …ถ้ามี ลูกก็ผูกไป ๑ ปม

…..เมื่อวานนี้ ลูกพ่อมีความโกรธ ความไม่พอใจอะไรบ้างไหม …ถ้ามี ลูกก็ผูกไปอีก ๑ ปม

…..เมื่อวานนี้ ลูกพ่อมีการพูดเพ้อเจ้อ พูดสิ่งไม่มีสาระบ้างไหม …ถ้ามี ลูกก็ผูกไปอีก ๑ ปม

…..เมื่อวานนี้ ลูกพ่อมีความฟุ้งซ่าน หงุดหงิดรำคาญใจอะไรบ้างไหม …ถ้ามี ลูกก็ผูกไปอีก ๑ ปม

ผูกแล้ว ลูกต้องรู้ด้วยว่า ความอุปาทานของชีวิตนั้นต้องอาศัยมัคคจิตเป็นตัวประหารเท่านั้น

๏ ลูกเอ๊ย….ทุกอย่างล้วนเกิดปมปัญหาทั้งสิ้น
ตอนนี้ ลูกพ่อลองมาแก้ปมปัญหาต่อหน้าพ่อซิ พ่อจะเปิดเพลงที่ลูกชอบกล่อม (เพลงความรักคือการให้) แล้วพ่อก็จะอยู่เป็นเพื่อนลูกตรงนี้นี่ละ อยู่รอลูกเพียรแกพปมนั้นออกด้วยมือของลูกเอง

อย่าลืมนะลูก…ปัญหาจากวิบากย่อมมีเกิดขึ้นเสมอๆ แต่เมื่อเรามีปัญญาก็จะสามารถแก้ปัญหาได้

โดย วยุรีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ต.ค. 2549 , 20:14:37 น.] ( IP = 58.9.147.83 : : )


  สลักธรรม 5

จากนั้น…เราทุกคนพยายามนั่งแกะปม ที่เราผูกขึ้นมาเอง
ทำให้ได้ข้อคิดว่า…ปัญหาต่างๆ ล้วนเกิดขึ้นมาจากตัวเราทำมาเองทั้งสิ้น ฉะนั้นเมื่อเราผูก เราก็ต้องแก้เอง

ท่านอาจารย์บอกว่า เมื่อคนใดแก้ปมเสร็จแล้ว ให้อธิษฐาน และนำไปไว้หน้ารูปหลวงพ่อ

หลวงพ่อจะได้อาศัยฟางเส้นสุดท้ายของเรานี้ สาวพวกเราไปอยู่กับท่าน

…ทำให้นึกถึงคำของพ่อที่เคยบอกว่า พ่อพร้อมที่จะช่วยลูก แต่ลูกก็ต้องออกแรงช่วยตนเอง(ก่อน)ด้วย

…แล้วถ้าเรายังมีปมปัญหามากมายที่แก้ไม่ออก มิหนำซ้ำยังจะผูกเพิ่มเข้าไปอีก มันก็คงจะหนักแรงของพ่อ อาจมีอุปสรรคเกินกำลังที่ท่านจะสาวเราไปได้)

แล้วก่อนกลับก็ให้นำเชือกฟางเส้นสุดท้ายนั้นกลับไปด้วย (เชื่อว่าถ้าใครนำไปใช้สำรวจตนเอง ด้วยการตั้งคำถาม อย่างที่ได้รับจากหลวงพ่อในวันนี้ พร้อมผูกเป็นปม แล้วต้องมานั่งแกะปมปัญหาที่เกิดจากเราทำมาเอง …หากทำเช่นนี้ทุกวันปมที่สร้างก็คงจะค่อยๆ น้อยลงไป ๆ….แน่นอน เราคงจะเป็นผู้ที่หมดปัญหาเข้าสักวัน)


“ฟางเส้นสุดท้าย” จึงเป็นของฝากอันมีค่าและมีความหมายจากพ่อ(เพื่อลูก) เพราะ

พ่อ….มีแต่ความห่วงใยในสวัสดิภาพของชีวิตลูก

พ่อ ….คอยดูแลและแก้ไขพฤติกรรมของลูกที่กำลังออกนอกลู่นอกทาง และ

พ่อ….ก็กลับมาตะล่อมลูกให้เข้าสู่เส้นทางที่ได้เคยตั้งเป้าหมาย และได้สัญญาไว้กับท่าน

ท่านอาจารย์จบท้ายรายการ ด้วยคำกลอนที่พ่อฝากมาให้ลูกทุกคนว่า

ชีวิตนี้ มีอะไร ให้เรียนรู้
บรมครู ชี้ดูโลก โศกขื่นขม
ถึงวิจิตร พิสดาร ไม่นานนม
โลกก็จม ลงสู่กฏ อนิจจัง


จาก…พ่อเสือ
๘ ตุลาคม ๒๕๔๙

ท่านเห็นด้วยไหมว่า….ตำราที่เราเคยเรียนกันมานั้น ยังไม่มีเล่มใดเลยที่สอนเราอย่างนี้ ! ก็เลยนำมาฝากพี่ๆ น้องๆ ทุกคนค่ะ


โดย วยุรีดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ต.ค. 2549 , 20:26:41 น.] ( IP = 58.9.147.83 : : )


  สลักธรรม 6

ขอน้อมกราบบูชาหลวงพ่อเสือด้วยความเคารพสักการะบูชายิ่ง

ขอบพระคุณมากค่ะพี่วยุรี
ที่นำความซึ้งใจมาฝากในวันนี้มาแล้ว
และ นึกไม่ถึงที่ตนเองหยิบฟางสีเหลืองเส้นหนึ่งมาวางหน้าคอมพอดี
และ
ได้มาพบกระทู้ที่ตรงใจโดยไม่คาดคิด
จากพ่อ..เพื่อลูก

เป็นกระแสแห่งเมตตาที่เปี่ยมล้น
ที่หลวงพ่อมอบกระแสความห่วงใย
และพร้อมที่จะช่วยเหลือลูกทุกๆคนให้พ้นจากความเห็นผิด
โดยเฉพาะอะไรคือดี และอะไรคือชั่ว
และแนวทางการฝึกตน เพื่อความเป็นอิสระ และบริสุทธิ์

คงสะท้อนให้เหล่าศิษย์ได้คิดและฝึกฝนตนเอง
ก่อนที่จะสายเกินไป



โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ต.ค. 2549 , 21:30:31 น.] ( IP = 61.47.107.61 : : )


  สลักธรรม 7


ได้ฟังบรรยากาศที่อบอุ่นเช่นนี้มาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อเย็นวันอาทิตย์จากพี่พรรณ พร้อมทั้งได้เดินไปถวายกุศล ..อ่าน ..และจดข้อความที่กระดาน "การทำความอิสระเหนือความดี" ทั้ง ๗ ข้อ

และก็ยิ่งเป็นโชคดีที่ได้มาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากกระทู้นี้อีกครั้งหนึ่ง ...ขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่านเพื่อเตือนใจและสร้างจุดยืนที่ดี

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ต.ค. 2549 , 08:55:04 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 8

ขออนุโมทนากับคุณวยุรีอย่างยิ่งครับ ที่นำสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เรียบเรียงเหตุการณ์และนำมาลงเพื่อประโยชน์ทั่วถึงกัน

งานชีวิตที่หลวงพ่อท่านเพียรสอน และคอยควบคุมกำกับดูแลจิตใจของลูกศิย์มาตลอดนั้น เน้นถึงความมีระเบียบในการคิดและการแก้ไขปัญหาให้แก่ตนเองในทางที่ถูกที่ควรมาตลอด

ชีวิตกับวิบากกรรม ของแต่ละคนนั้น มีมากมายก่ายกอง เกินที่จะแก้ไขให้หมดไปด้วยปัญญาบารมีในชาติสองชาติแล้ว ใยจะมาใช้ชีวิตให้ตกอยู่ในกองอาสวะกิเลสกันต่อไปให้มากมาย ทั้งๆที่ต่างก็เรียนรู้ถึงผลที่ตนจะได้รับกันอยู่อย่างชัดเจน สู้อดทนต่ออารมณ์ที่มากระทบ และพยายามดำรงชีวิตในธรรม เพื่อสะสางจิตให้เบาบางจากกิเลสจะเป็นหนทางที่ดีที่ควรดำเนิน

แต่ด้วยนิสัยที่ถูกบ่มมาด้วยกองกิเลส สะสมจริตมานานแสนนาน จึงเป็นเรื่องยากมากๆที่จะแก้ลงได้ จึงต้องอาศัยผู้มีเมตตาจิต เช่นหลวงพ่อท่านคอยดูแลแนะนำ ให้ทำในสิ่งที่ยากให้ง่ายขึ้นนั่นเอง

และก็จริงอย่างที่คุณวยุรีกล่าวนั่นละครับ ธรรมะถ้าไม่รู้จักนำมาใช้กับชีวิต มีแต่เพียงความจำได้ ถึงจะมากมายเท่าใดก็ป่วยการที่จะรื้อถอนอามณ์ที่เกิดร่วมกับกิเลสเหล่านั้นได้เลย

จึงขอก้มกราบแทบเท้าหลวงพ่อ ผู้ทรงคุณแห่งเมตตาจิต ด้วยความเคารพระลึกในพระคุณอย่างหาที่เปรียบมิได้ครับ.

โดย เทพธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ต.ค. 2549 , 09:05:01 น.] ( IP = 58.9.143.188 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ ที่ได้นำคำสอนของหลวงพ่อมาฝากให้ลูกศิษย์ และพี่วยุรีได้รวบรวมมาให้อ่านกัน

“ฟางเส้นสุดท้าย“ ที่เป็นอุปกรณ์ในการสอนนั้น ได้ให้ข้อคิดข้อเตือนที่แต่ละคน อย่าไปสร้างปัญหาหรือกิเลสที่ยังมีอยู่มากนั้น ให้พอกพูนมากขึ้นไปอีก เพราะมันจะเป็นปมที่ร้อยรัดชีวิตให้วนเวียนอยู่ในวัฏฏสงสาร

ส่วนความดีที่ทำนั้น จะต้องมีอิสระเหนือความดีนั้นด้วย

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ต.ค. 2549 , 10:41:07 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 10

เสียดายเหลือเกินที่ตัวเองไม่มีวิบากดีที่ส่งผลทำให้ได้เข้าร่วมกิจกรรมบำบัดจิตกับพ่อและพี่ๆทุกคนที่ศาลาเสือพิทักษ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ในวันนี้ที่มีโอกาสได้เพียงแต่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์และนึกภาพปมแต่ละปมของเชือกที่เราผูกขึ้นเองจากความโลภ ความโกรธ และความหลง และภาพที่เราเพียรพยายามนั่งแก้ปมแต่ละปมไปด้วยตัวเอง แก้ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง บางทีแทนที่จะแก้ก็กลับดึงให้ปมที่ผูกอยู่แล้วแน่นขึ้นจนแก้ออกได้ยากกว่าเดิมบ้าง คิดภาพตามนี้แล้วก็รู้สึกเวทนาตัวเองขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

แม้ว่าลูกจะไม่ได้มีโอกาสนั่งแก้ปมเชือกกับพ่อที่ศาลาเสือพิทักษ์กับพี่ๆทุกคน แต่ลูกก็จะพยายามน้อมนำเอาวิธีสร้างอิสระเหนือความดี อันมีการทำใจให้มีอิสระเหนืออารมณ์เป็นต้น เพื่อทำให้ใจไม่ยึดติดอยู่กับความดีที่ทำไปแล้วจนหลงคิดและยึดติดว่าตนนั้นดี และเพื่อฝึกฝนให้ชีวิตมีอิสระจากกิเลสยิ่งๆขึ้นไป

กราบขอบพระคุณ... "พ่อ"ผู้มอบแสงสว่างให้กับลูกเสมอไม่ว่าลูกจะระหกระเหินไปอยู่แห่งหนไหน

กราบขอบพระคุณ... ท่านอาจารย์ผู้เสียสละ ไม่ท้อถอยกับความเหนื่อยยากที่จะเป็นทูตธรรมนำเสียงจากพ่อมาถ่ายทอดให้กับพวกเรา
และกราบขอบพระคุณ ... อาจารย์วยุรีผู้นำข้อความและเรื่องราวที่มีคุณค่ามาสรุปเรียบเรียงให้พวกเราได้อ่านกันในวันนี้ อนุโมทนาค่ะ

โดย ลูกแก้ว (dong) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ต.ค. 2549 , 13:51:26 น.] ( IP = 202.231.41.1 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org