มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เมตตาพรหมวิหาร (๒)




เมตตาพรหมวิหาร (๒)


ตอนที่ ๑

เจริญเมตตาในตนเป็นอันดับแรก


โยคีบุคคลพึงเจริญเมตตาภาวนาไปในตนของตน เป็นอันดับแรกก่อนใครทั้งปวง โดยภาวนาแต่ในใจซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งนี้จนกว่าเมตตาจิตในตนจะปรากฏอย่างเด่นชัดด้วยคำภาวนาว่า

อหํ สุขิโต โหมิ, นิทฺทุกฺโข โหมิ.
ขอข้าพเจ้าจงมีความสุขเถิด
จงอย่าได้มีความทุกข์เลย

หรืออีกแบบหนี่งว่า
อเวโร โหมิ, อพยาปชฺโฌ โหมิ, อนิโฆ โหมิ, สุขี อตฺตานํ ปริหรามิ
ขอข้าพเจ้าจงอย่ามีเวรกับใคร ๆ เลย
ขอข้าพเจ้าจงอย่าได้เบียดเบียนใคร ๆ เลย
ขอข้าพเจ้าอย่าได้มีความทุกข์เลย
ขอข้าพเจ้าจงมีความสุขประคองตนไปให้รอดเถิด

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ต.ค. 2549 , 15:16:06 น.] ( IP = 203.172.117.18 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

หากมีใครขัดแย้งว่า ถ้าถือหลักที่ว่า ต้องเจริญเมตตาในตนเป็นอันดับแรก เช่นนี้แล้ว คำพระบาลีในคัมภีร์ต่าง ๆ ดังจะยกมากล่าวต่อไปนี้ จะมิเป็นการคลาดเคลื่อนไปหรือ เพราะในพระบาลีนั้น ๆ ท่านมิได้กล่าวถึงการเจริญเมตตาในตนเองเลย เช่น

ในคัมภีร์วิภังค์ปกรณ์แห่งอภิธรรมปิฎกว่า
ภิกษุผู้มีจิตประกอบด้วยเมตตาแผ่ไมตรีจิตไปทางทิศหนึ่งอยู่นั้น หมายความว่า ภิกษุผู้นั้น แผ่ไมตรีจิตไปยังสัตว์ทั้งหลายทุกจำพวก เหมือนกับที่ได้เห็นคนอื่นคนหนึ่งซึ่งรักใคร่ชอบพอกันแล้วก็เกิดเมตตารักใคร่กันขึ้น

ในคัมภีร์ปฏิสัมภิทามรรค แห่งสุตตันตปิฎกว่า “เมตตาเจโตวิมุติ” ที่แผ่ไปโดยไม่เจาะจงบุคคลโดยอาการ ๕ อย่างนั้น มีบทภาวนาว่า
“ขอสัตว์ทั้งปวงจงอย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย, จงอย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย, จงอย่าได้มีความทุกข์เลย ขอจงมีความสุขประคองตนไปให้รอดเถิด”
“ขอปาณะทั้งปวง จงอย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย”
“ขอภูตทั้งปวง ขออย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย”
“ขอบุคคลทั้งปวงจงอย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย”
“ขอผู้มีอัตภาพทั้งปวง จงอย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย ขอจงมีความสุขประคองตนไปให้รอดเถิด”

และในกรณียเมตตสูตรแห่งคัมภีร์ขุททกปาฐะว่า
กุลบุตรพึงแผ่ไมตรีจิตไปในสัตว์ทั้งปวงว่า ขอสัตว์ทั้งหลาย ทั้งปวง จงมีความสุข จงมีความเกษมสำราญ จงมีตนเป็นสุขเถิด

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ต.ค. 2549 , 15:19:50 น.] ( IP = 203.172.117.18 : : )


  สลักธรรม 2

มีคำวิสัชชนาแก้ข้อขัดแย้งว่า

คำพระบาลีในคัมภีร์ต่าง ๆ ดังที่ยกมานั้น มิได้คลาดเคลื่อนเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าที่ในคัมภีร์ต่าง ๆ ซึ่งท่านแสดงแต่การแผ่เมตตาไปในบุคคลอื่น ๆ ทั้งนั้น มิได้แสดงการแผ่ในตนเองเลยนั้น

ท่านมุ่งแสดงถึงวิธีเจริญเมตตาภาวนาที่จะให้สำเร็จผลถึงขึ้นอัปปนาสมาธิแต่ประการเดียว

ส่วนที่ว่าต้องเจริญเมตตาในตนเป็นอันดับแรก ในที่นี้นั้นหมายเอาวิธีเจริญเมตตาภาวนาครั้งแรก ซึ่งจำต้องยกเอาตนขึ้นมาเป็นสักขีพยานก่อนว่า สัตว์ทั้งหลายทุกชนิดย่อมปรารถนาความสุขให้แก่ตนของเขาเหมือนกับเรานี้ ฉะนั้น เราจึงต้องช่วยบรรเทาทุกข์ช่วยบำรุงสุขให้แก่สัตว์อื่นเหมือนทำให้แก่ตนเองทุกประการ

ถ้าโยคีบุคคลจะเจริญเมตตาในตนโดยภาวนาวิธีว่า “อหํ สุขิโต โหมิ ขอข้าพเจ้าจงมีความสุขเถิด” อยู่อย่างนั้นตั้งร้อยปีพันปี อัปปนาสมาธิหรือฌานสมาบัติก็จะไม่บังเกิดขึ้นแก่เขาเลย

แต่ความเห็นแก่ประโยชน์สุขของสัตว์อื่นย่อมจะเกิดขึ้นแก่เขาโดยแท้ เพราะเหตุที่ยกเอาตนขึ้นมาเป็นสักขีพยานว่า “แม้สัตว์อื่น ๆ ทั้งหลายเขาก็รักสุขเกลียดทุกข์และอาลัยในชีวิต ไม่อยากจะตาย เหมือนกับเรานี้แหละ”

สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ได้ตรัสเตือนไว้ ซึ่งปรากฏในคัมภีร์สังขุตตนิกายสคาถวรรคว่า

สพฺพา ทิสา อนุปริคมฺม เจตสา
เนวชฺฌคา ปิยตรมตฺตนา กวจิ
เอวํ ปิโย ปุถุ อตฺตา ปเรสํ
ตสมา น หึเส ปรมตฺตกาโม

บัณฑิตได้คิดค้นคว้าดูไปจนทั่วทุกทิศแล้ว ก็มิได้เห็นคนอื่นใด ณ ทิศไหน ๆที่จะเป็นที่รักยิ่งกว่าตนของตน,
ตนของแต่ละบุคคลทุกจำพวก ย่อมเป็นที่รักมากอย่างนี้ เพราะฉะนั้น บัณฑิตผู้รักตนจึงไม่ควรเบียดเบียนคนอื่นเขา แม้ที่สุดจนถึงมดและปลวก

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ต.ค. 2549 , 15:24:53 น.] ( IP = 203.172.117.124 : : )


  สลักธรรม 3

เจริญเมตตาในคนที่รัก


เมื่อโยคีบุคคลได้เจริญเมตตาในตน เพื่อให้สำเร็จเป็นสักขีพยานเป็นอันดับแรกด้วยภาวนาวิธีแล้ว ต่อไปพึงเจริญเมตตาไปในคนที่รักหรือคนที่เคารพเป็นอันดับที่สอง

แต่ก่อนจะเจริญเมตตาในคนที่รักหรือที่เคารพนั้น เพื่อที่จะพยุงเมตตาภาวนาให้เกิดขึ้นโดยง่าย โยคีบุคคลจงระลึกถึงคุณธรรมอันเป็นเหตุชวนให้เกิดความพอใจ เช่นการให้ปันลาภ การเจรจาไพเราะ หรือระลึกถึงคุณธรรมอันชวนให้เกิดความเคารพและความสรรเสริญ เช่นความมีมรรยาทงาม การมีความรู้อยู่อย่างกว้างขวาง ของพระอาจารย์หรือท่านผู้เสมอด้วยพระอาจารย์ และของพระอุปัชฌาย์หรือท่านผู้เสมอด้วยพระอุปัชฌาย์ซึ่งเป็นที่รักเป็นที่เจริญใจ หรือเป็นที่น่าเคารพน่าสรรเสริญของตน เป็นเบื้องต้นเสียก่อน

ครั้นแล้วจึงเจริญเมตตาไปในท่านผู้เป็นที่รักเป็นที่เคารพนั้นต่อไป ด้วยบทภาวนาว่า

เอส สปฺปุริโส สุขิโต โหตุ, นิทฺทุกฺโข โหตุ.
ขอท่านผู้เป็นสัตบุรุษนั้นจงมีความสุขเถิด, จงอย่ามีความทุกข์เลยหรืออีกแบบหนึ่งว่า

เอส สปฺปุริโส อเวโร โหตุ, อพยาปชฺโฌ โหตุ,
อนีโฆ โหตุ, สุขี อตฺตานํ ปริหรตุ.
ขอท่านผู้เป็นสัตบุรุษนั้น จงอย่ามีเวรกับใคร ๆ เลย,
จงอย่าได้เบียดเบียนใคร ๆ เลย, จงอย่าได้มีความทุกข์เลย,
ขอจงมีความสุขประคองตนไปให้รอดเถิด

ทั้งนี้ โดยการเพียรภาวนาซ้ำแล้วซ้ำเล่าร้อยครั้งพันครั้ง หรือจนกว่าอัปปนาสมาธิหรือเมตตาฌานจะบังเกิดขึ้น

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ต.ค. 2549 , 15:25:58 น.] ( IP = 203.172.117.124 : : )


  สลักธรรม 4

แม้ว่าอัปปนาสมาธิจะได้สำเร็จขึ้น เพราะเหตุที่ได้เจริญเมตตาภาวนาไปในบุคคลผู้เป็นที่รักเป็นที่เคารพเช่นนั้นแล้วก็ดี แต่โยคีบุคคลก็อย่าได้พอใจด้วยเหตุที่ได้สำเร็จผลเพียงเท่านั้น จงปรารถนาที่จะทำเมตตาให้ทำลายขอบเขตไม่ให้มีจำกัดอยู่เฉพาะแต่ในบุคคลประเภทใดประเภทหนึ่ง

กล่าวคือ ถัดจากคนที่รักที่เคารพนั้น โยคีบุคคลพึงเจริญเมตตาไปในเพื่อนที่รักมากเป็นลำดับที่สาม ถัดนั้นพึงเจริญไปในคนที่เป็นกลาง ๆ เป็นอันดับที่สี่ ถัดนั้นพึงเจริญไปในคนที่เป็นคู่เวรกันเป็นลำดับที่ห้า โดยเพียรภาวนาไปจนกว่าเมตตาจะบังเกิดเป็นคุณภาพสม่ำเสมอกันในบุคคล ๔ จำพวก คือ คน ๑ คนที่รัก ๑ คนที่เป็นกลาง ๆ ๑ คนคู่เวรกัน ๑ (สงเคราะห์คนที่รักกับเพื่อนที่รักมาเป็นประเภทเดียวกัน เพราะตั้งอยู่ในฐานเป็นที่รักเหมือนกัน)

ส่วนโยคีบุคคลผู้ไม่มีคนเป็นคู่เวร ด้วยอำนาจวาสนาบารมีในชาติก่อนตามมาสนอง หรือด้วยมิได้ประพฤติความเสียหายให้เป็นที่ระคายเคืองแก่ใคร ๆ ในชาติปัจจุบัน หรือด้วยเหตุที่เป็นมหาบุรุษผู้มีอัธยาศัยอันกว้างใหญ่ เพราะเป็นผู้สมบูรณ์เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมอันขันติ เมตตา และกรุณาที่ได้สั่งสมมาแต่ชาติก่อน ๆ แม้ในเมื่อมีคนอื่นทำความเสียหายให้มิได้โกรธเคือง ด้วยเป็นผู้อดกลั้นได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่สำคัญเหตุความผิดของคนอื่นยิ่งไปกว่าเส้นหญ้า

อันโยคีบุคคลผู้มีคุณลักษณะฉะนี้ ไม่จำต้องที่จะขวนขวายในประการที่ว่า “ถัดจากคนเป็นกลาง ๆ ไป ให้เจริญเมตตาไปในคนคู่เวรกัน” ข้อนั้น ท่านแสดงไว้เฉพาะแก่โยคีบุคคลผู้มีคนที่เป็นคู่เวรกันเท่านั้น

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ต.ค. 2549 , 15:26:51 น.] ( IP = 203.172.117.124 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณครับ สำหรับตอนที่ ๒ นี้ เนื้อความค่อนข้างยากนะครับ ต้องค่อยๆทำความเข้าใจไปทีละนิดๆนะครับ เป็นเพราะผมไม่สันทัดในภาษาแบบพระสูตรกระมังครับ แต่จะพยายามอ่านอีกรอบครับ

โดย เทพธรรม (เทพธรรม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ต.ค. 2549 , 17:10:26 น.] ( IP = 58.9.147.61 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณค่ะ
การเจริญเมตตาเป็นสิ่งที่ควรกระทำให้เกิดทุกๆวัน
แต่หลายๆครั้ง การเจริญเมตตาของเรา
อาจจะจะเป็นเมตตาท่อง มากว่าเมตตาแท้
แผ่เมตตาแล้ว หันกลับมาดูจิตต่อ
ย่อมเห็นความแตกต่างของจิต โดยเฉพาะความรู้สึกแห่งความปรารถนาดี อิ่มเอิบใจอย่างยิ่ง

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [11 ต.ค. 2549 , 20:49:58 น.] ( IP = 61.47.103.119 : : )


  สลักธรรม 7

มาติดตามวิธีการแผ่เมตตาที่ถูกต้องค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ต.ค. 2549 , 12:34:14 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org