มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๑๐)






สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๑๐)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

สันตติรูป


สันตติรูปมีวจนัตถะว่า สํ ปุนปฺปุนํ ตติ = สนฺตติ

ความเกิดขึ้นของนิปผันนรูปบ่อยๆ ชื่อว่า สันตติ หรือ สมฺพนฺธา ตติ = สันตติ

ความเกิดขึ้นของนิปผันนรูปบ่อยๆ ชื่อว่า สันตติ คำว่าสันตติรูปนั้น ในอัฏฐสาลินีแสดงว่า

ปวตฺติ สนฺตติ นาม
ความเจริญของรูป มีนามว่า สันตติ

เมื่อแยกศัพท์ สันตติ ออกไปก็ย่อมจะได้ดังนี้ สํ + ตติ

สํ = ความสัมพันธ์ หรือความต่อเนื่อง
ตติ = การเจริญ หรือขยายตัว

เมื่อรวมกันเข้าแล้วก็แปลว่า ความเจริญอันเกิดจากความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องกัน

เมื่อกรรมชรูปเกิดขึ้นครบแล้ว ต่อจากนั้นกรรมชรูปก็จะเกิดขึ้นติดต่อกันไปอีกเรื่อยๆ ไปจนกว่าจะสิ้นชีวิต ความเกิดสืบต่อกันไปดังกล่าวนี้เรียกว่า สันตติรูป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 ต.ค. 2549 , 08:53:23 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ในอัฏฐสาลินีและวิสุทธิมรรคอรรถกถา ได้แสดงอุปมา อุปจยรูป และสันตติรูป เอาไว้ว่า เสมือนหนึ่งบ่อน้ำที่ขุดขึ้นใกล้ๆ แม่น้ำ เมื่อขุดเสร็จใหม่ๆ มีน้ำเริ่มไหลเข้ามาเป็นครั้งแรก ขณะนี้เปรียบเหมือนอุปจยรูปที่เกิดขึ้นในตอนแรก ครั้นต่อมาน้ำก็ไหลเข้ามาในบ่ออยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งเต็มบ่อ นี้เปรียบเหมือนอุปจยรูปที่เกิดในตอนหลัง อันต่อมาจากปฏิสนธิขณะ เมื่อน้ำนี้เต็มบ่อแล้ว ก็จะไหลล้นออกจากบ่อไปตามพื้นดินอันหลังนี้เปรียบได้แก่ สันตติรูป

เมื่อเรากินอาหารลงไปในท้องแล้ว มันก็จะย่อยส่งไปเลี้ยงตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย แม้ว่าเราจะกินอาหารเพียงวันละ ๓ เวลา แต่อาหารมันก็มีส่งไปเลี้ยงร่างกายไม่ขาดสายเลยตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทุกวินาทีที่ผ่านไป ร่างกายไม่เคยขาดอาหาร เพราะมันเก็บสำรองเอาไว้แล้วทยอยส่งไป

ตามธรรมดา สัตว์ทั้งหลายเกิดขึ้นมาได้ก็ด้วยอาศัยรูปต่างๆ มากมายเกิดขึ้นมาติดต่อกันไปมิได้ขาดสาย ซึ่งรูปเหล่านั้นเกิดขึ้นได้ก็ด้วยอำนาจของกรรมบ้าง อำนาจของจิตบ้าง อำนาจของอุตุบ้าง และอำนาจของอาหารบ้าง ต่างก็เกิดดับสืบต่อกันไปแล้วก็เกิดทดแทนขึ้นมาใหม่เรื่อยๆ ไป ตัวอย่าง เช่น กรรมชรูปเกิดขึ้นมาเป็นประสาทกายแล้ว ประสาทกายนั้นก็หาได้ตั้งอยู่มั่นคงมิได้ หากแต่สลายตัวไปอยู่เรื่อยๆ แต่กรรมชรูปที่เป็นประสาทกายนั้นก็มิได้ขาดศูนย์หมดไป เพราะด้วยอำนาจของกรรมผลิตสร้างประสาทกายขึ้นมาใหม่อยู่เรื่อยๆ

หรือรูปลมหายใจเข้าออกคืออัสสาสะปัสสาสะ จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยอำนาจของจิต เราเรียกว่า จิตชรูป เมื่อจิตสั่งให้หายใจ ก็เกิดลมหายใจออก เมื่อหายใจออกสิ้นสุดลงแล้ว จิตก็สั่งให้หายใจเข้า แล้วก็สั่งให้หายใจออกอีกต่อๆ กันไปไม่ขาดสายเลย แม้อุตุ และอาหารก็เช่นเดียวกัน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 ต.ค. 2549 , 08:54:21 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

เมื่อกรรมชรูปเกิดขึ้นตั้งแต่ปฏิสนธิเป็นต้นมาครบแล้ว ต่อจากนั้นกรรมชรูปที่เกิดขึ้นติดต่อกันไปจนตลอดชีวิตนั้น เรียกว่า สันตติรูป

แม้จิตตชรูป อาหารชรูป ก็โดยทำนองเดียวกัน กล่าวคือ ในการเกิดขึ้นครั้งแรกก็ดี หรือเมื่อรูปเหล่านั้นเกิดขึ้นในตอนหลังจนกระทั่งอวัยวะของสัตว์นั้นครบบริบูรณ์ก็ดี ก็ได้ชื่อว่าอุปจยรูป แล้วต่อจากนั้นนับตั้งแต่อวัยวะของสัตว์เกิดขึ้นครบถ้วนแล้วเป็นต้นมา รูปเหล่านี้ก็เกิดขึ้นติดต่อกันเรื่อยๆ ไปจนตลอดชีวิต ก็ชื่อว่า สันตติรูป

ในขณะที่ปฏิสนธินั้น กรรมชรูปก็เกิดขึ้นเรียกว่า อุปจยะ แล้วต่อจากปฏิสนธิเป็นต้นมา การเกิดขึ้นของกรรมชรูปก็คงดำเนินต่อไป ในส่วนที่ยังเกิดไม่ครบ ทั้งนี้หมายถึงการปฏิสนธิของสัตว์จำพวก คัพภเสยกะ จะเกิดขึ้นติดต่อกันไปเรื่อยๆ จนถึงสัปดาห์ที่ ๑๑ จึงจะเกิดครบบริบูรณ์ ฉะนั้น การเกิดขึ้นภายหลังของกรรมชรูปที่ต่อมาจากปฏิสนธิเป็นต้น จนกระทั่งเกิดขึ้นมาครบบริบูรณ์นั้น จึงชื่อว่า อุปจยรูป ต่อเมื่อกรรมชรูปเกิดขึ้นครบแล้ว จากนั้นก็จะมีกรรมชรูปเกิดขึ้นติดต่อไปอีกจนตลอดชีวิต การสืบต่อดังกล่าวนี้ชื่อว่า สันตติ

สันตตินั้นหมายถึงการเจริญหรือการขยายตัวที่ต่อเนื่องกัน ความเจริญนี้ถ้าจะกล่าวตามนัยของพระสูตรแล้ว ก็ถือเอาตอนที่เด็กคลอดออกมาจากครรภ์ของมารดาเป็นต้นไป แต่ถ้าจะว่าตามนัยพระอภิธรรมแล้ว หมายเอารูปทั้งหลายที่เกิดขึ้นมาจากกรรมชรูป นับเอาประมาณสัปดาห์ที่ ๑๑ เป็นต้นไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 ต.ค. 2549 , 08:55:16 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

เหตุผลดังกล่าวก็เนื่องมาจากว่า เมื่อสัตว์กำลังเกิด ที่เรียกกันว่า ปฏิสนธิกาลนั้นมีรูปปรมาณูอันเกิดขึ้นเป็นกลุ่ม เรียกกันว่า กลาป รวมได้ ๓ กลุ่มหรือ ๓ กลาปด้วยกัน ด้วยกำลังอำนาจของกรรมที่เป็นผู้ผลิตสร้างขึ้นมาจากเซลล์ของพ่อและแม่รวมกัน

กลุ่มที่ ๑ คือ กายทสกกลาป ซึ่งหมายถึงอำนาจของกรรมผลิตสร้างรูประบบประสาทกายขึ้น ประกอบไปด้วย อวินิพโภครูป ๘ + กายปสาทรูป ๑ + ชีวิตรูป ๑ รวมเป็น ๑๐

กลุ่มที่ ๒ คือ ภาวทสกกลาป ซึ่งหมายถึงอำนาจของกรรมผลิตสร้างรูปภาวะคือเพศหญิงหรือชายขึ้น ประกอบด้วย อวินิพโภครูป ๘ +อิตถีภาวรูปหรือปุริสสภาวรูป ๑ + ชีวิตรูป ๑ รวมเป็น ๑๐

กลุ่มที่ ๓ คือ วัตถุทสกกลาป ซึ่งหมายถึงอำนาจของกรรมผลิตสร้างรูปอันเป็นที่ตั้งอาศัยของจิตขึ้น ประกอบไปด้วย อวินิพโภครูป ๘ + หทยรูป ๑ + ชีวิตรูป ๑ รวมเป็น ๑๐

ในขณะปฏิสนธินั้นย่อมจะยังขาดอายตนะภายใน คือ ประสาทตา ประสาทหู ประสาทจมูก ประสาทลิ้น และประสาทที่เหลือเหล่านี้ ย่อมจะเกิดและเจริญขึ้นมาในภายหลัง นับตั้งแต่สัปดาห์ที่ ๑๑ เป็นต้นไป ฉะนั้น หลังจากสัปดาห์ที่ ๑๑ หรือหลังจากกรรมชรูปได้สร้างอายตนะขึ้นมาครบบริบูรณ์แล้ว นังตั้งแต่นี้ไป รูปที่เกิดขึ้นจึงนับเป็นสันนติรูป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 ต.ค. 2549 , 08:56:07 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

ส่วนสัตว์จำพวกอื่นที่ชื่อว่า สังเสทชะ และโอปปาติกกำเนิดนั้น ในปฏิสนธิขณะรูปที่เกิดขึ้นจากรรมชรูปครบบริบูรณ์แล้ว คือ มีตา หู จมูก ลิ้น กาย เพศ ที่อาศัยของจิต ด้วยเหตุนี้เองกรรมชรูปที่เกิดในปฏิสนธิกาลจึงเรียกว่า อุปจยรูป และต่อจากนั้นไปก็จะเป็นสันตติรูป

ลักขณาทิจตุกของสันตติรูป คือ

ปวตฺติ ลกฺขณา มีการเจริญอยู่ เป็นลักษณะ

อนุปฺปพนฺธนํ รสา มีการสืบต่อ เป็นกิจ

อนุปจฺเฉท ปจฺจฺปฎฺฐานา มีการไม่จากกัน เป็นผล

อนุปพนฺธกรรูป ปทฎฺฐานา มีรูปที่ยังให้ต่อเนื่องกัน เป็นเหตุใกล้


โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 ต.ค. 2549 , 08:56:41 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ ในวันนี้ได้รับความรู้เรื่องรูป และความเป็นไปของรูปอย่างละเอียดขึ้น โดยเฉพาพเรื่องสันตติรูป ครับ

เห็นความวิจิตรของกรรม และอำนาจที่สร้างและผดุงไว้ของชีวิต ที่เหมือนกับกลไกที่ทำงานกันอย่างแนบเนียนมีระเบียบระบบเลยครับท่านอาจารย์

จะคอยติดตามอ่านต่อไปด้วยความเคารพในธรรมครับผม

โดย เทพธรรม (เทพธรรม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 ต.ค. 2549 , 09:14:43 น.] ( IP = 58.9.138.119 : : )


  สลักธรรม 6

มาติดตามศึกษาต่อค่ะ..และได้ความแตกต่างระหว่างอุปจยรูป และสันตติรูป

ขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 ต.ค. 2549 , 12:43:16 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณค่ะพี่เณร
ความรู้เรื่องรูปในวันนี้ดูจะเข้มข้นขึ้น
ทำให้นึกถึงบุคคลที่นำเกิดในแต่ละภูมิที่มีโครงสร้างของรูปแตกต่างกัน


กัมมชรูปที่เป็นอุปจยรูปและสันตติรูป มีการแยกแยะได้อย่างชัดเจน

เมื่อนำวิถีจิตมาร่วมคิดในครั้งนี้ด้วย
ซึ่งไม่แน่ใจว่า กัมมมชรูปที่เป็นสันตติรูป ในกลุ่มคัพพเสยกะนั้น จะสิ้นสุดตรงจิตดวงที่ 17 นับถอยหลังจากจุติ หรือเปล่า และแตกต่างจากลุ่มโอปปาติกะหรือไม่


โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 ต.ค. 2549 , 17:12:37 น.] ( IP = 61.47.113.147 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org