การพัฒนามนุษย์หรือพัฒนาชีวิตนั้น จะเป็นไปได้ด้วยดีต้องอิงอาศัยความเชื่อความมั่นใจ และความรู้ความเข้าใจที่เป็นพื้นฐานสำคัญ ๒ ประการ คือ
ความเชื่อ ความมั่นใจในธรรมชาติของมนุษย์ว่าเป็นสัตว์ที่ฝึกฝนพัฒนาได้ และมีวิสัยแห่งการพัฒนาได้อย่างสูงสุด การพัฒนาคนนั้น มีลักษณะเด่นอย่างหนึ่งคือ การดึงเอาศักยภาพที่มีอยู่ในตัวมนุษย์แต่ละคนออกมาพัฒนาให้งอกงามเต็มที่ และใช้ให้ได้ผลดีที่สุด ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในแนวคิดของการศึกษาปัจจุบัน แต่วันนี้เราพูดในแง่ของพุทธศาสนาด้วย
พระพุทธศาสนานั้นมีความเชื่อพื้นฐานว่า มนุษย์เป็นสัตว์ที่ฝึกได้ ในพุทธคุณมีข้อความบทหนึ่งว่า ปริสทมฺมสารถิ แปลว่า พระพุทธเจ้าเป็นสารถีฝึกบุรุษที่ฝึกได้ ท่านถือว่ามนุษย์เป็น ทัมมะ คือเป็นสัตว์ที่ฝึกได้ และคติในทางพุทธศาสนาถือว่าการฝึกฝนหรือการศึกษานี้เป็นสิ่งสำคัญเพราะด้วยการฝึกหรือการศึกษานี้ มนุษย์จะกลายเป็นสัตว์ที่ประเสริฐ ดังพุทธพจน์ว่ ในบรรดามนุษย์ทั้งหลาย มนุษย์ที่ฝึกแล้วประเสริฐสุด (ทนฺโต เสฏโฐ มนุสฺเสสุ) ยิ่งกว่านั้นยังบอกว่า มนุษย์ที่มีการศึกษาฝึกฝนพัฒนาดีแล้ว เป็น ภาวิตัตตะ เป็นผู้ที่แม้แต่เทวดา พระอินทร์ พระพรหม ก็เคารพบูชา คือเราถือว่า มนุษย์หรือสัตว์ที่มีการศึกษาฝึกดีแล้ว ประเสริฐแม้ยิ่งกว่าเทวดาและพระพรหม ฉะนั้น พระพุทธศาสนาจึงให้ความสำคัญแก่มนุษย์มาก และคตินี้ก็เข้ากับหลักศักยภาพที่ว่า เราจะต้องดึงเอาศักยภาพของคนออกมาพัฒนาให้เต็มที่จนถึงขั้นสูงสุด ซึ่งการจะพัฒนาศักยภาพได้ก็ต้องมีความเชื่อหรือยอมรับว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่ฝึกได้
พูดอีกนัยหนึ่ง ความเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ กับความเชื่อว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่มีศักยภาพเราจะพัฒนามนุษย์ในฐานะเป็นมนุษย์ หรือพัฒนามนุษย์ในฐานะเป็นทรัพยากรมนุษย์ หรือเอาทั้งสองอย่าง
เวลานี้คิดว่าจะต้องเอาทั้งสองอย่าง คือเราต้องพัฒนามนุษย์ในฐานะที่เป็นทรัพยากรมนุษย์ด้วย หมายความว่าในด้านหนึ่งเรามองมนุษย์ในฐานะที่เป็นทุนหรือเป็นปัจจัยในการที่จะไปพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ถ้ามนุษย์มีคุณภาพดี มีความรู้ความสามารถดี เป็นแรงงานที่มีฝีมือ มีจิตใจดี เช่น ขยันหมั่นเพียร อดทน รับผิดชอบ ก็ไปช่วยพัฒนาเศรษฐกิจได้ดี พร้อมกันนั้นอีกด้านหนึ่งเราก็ต้องพัฒนามนุษย์ในฐานะเป็นมนุษย์ ด้วยความมุ่งหมายว่าทำอย่างจะให้เป็นมนุษย์ที่ดี เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นมนุษย์ที่มีความสุข เป็นมนุษย์ที่มีอิสรภาพ...