มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เมตตาพรหมวิหาร (๗)




เมตตาพรหมวิหาร (๗)


ตอนที่ ๖

อุบายบรรเทาความโกรธประการที่ ๙ ด้วยพิจารณาแยกธาตุ


ถ้าโยคีบุคคลไม่สามารถที่จะทำความโกรธแค้นให้ดับลงได้ ด้วยอุบายวิธีดังแสดงมา คราวนี้จงนึกเอาคนคู่เวรนั้นมาพิจารณาแยกออกให้เห็นเป็นเพียงสักว่า ธาตุส่วนหนึ่ง ๆ ด้วยอุบายวิธีดังนี้

โยคีบุคคลพึงพร่ำสอนตนโดยวิธีแยกธาตุว่า นี่แน่ พ่อมหาจำเริญ เมื่อเจ้าโกรธคนคู่เวรนั้น เจ้าโกรธอะไรเขาเล่า

ในอาการ ๓๒ เจ้าโกรธผมหรือ ขนหรือ เล็บหรือ ฟันหรือ หนังหรือ หรือโกรธเนื้อ, เอ็น, กระดูก, เยื่อกระดูก, ม้าม หรือโกรธ หัวใจ, ตับ, พังผืด, ไต, ปอด หรือโกรธ ไส้ใหญ่, ไส้น้อย, อาหารใหม่, อาหารเก่า, มันสมอง

เจ้าโกรธ ดี, เสลด, หนอง, เลือด, เหงื่อ, มันข้นหรือ หรือโกรธ น้ำตา, น้ำมันเหลว, น้ำลาย, น้ำมูก, น้ำไขข้อ, น้ำมูตร

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ต.ค. 2549 , 13:25:58 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ในธาตุ ๔ เจ้าโกรธ ธาตุดิน, ธาตุน้ำ, ธาตุไฟ,ธาตุลม

อนึ่ง คนคู่เวรนั้น เพราะอาศัยขันธ์ ๕ หรือ อายตนะ ๑๒ หรือธาตุ ๑๘ เหล่าใด เขาจึงได้มีชื่ออย่างนั้น ในขันธ์ ๕ เจ้าโกรธ รูปขันธ์หรือ หรือโกรธ เวทนาขันธ์, สัญญาขันธ์, สังขารขันธ์, วิญาณขันธ์

ในอายตนะ ๑๒ นั้นเจ้าโกรธ จักขวายตนะ รูปายตนะหรือ หรือโกรธ โสตายตนะ สัททายตนะ, ฆานายตนะ คันธายตนะ, ชิวหายตนะ รสายตนะ, กายายตนะ โผฏฐัพพายตนะ, มนายตนะ ธัมมายตนะ

ในธาตุ ๑๘ นั้นเจ้าโกรธ จักขุธาตุ รูปธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ หรือ หรือโกรธ โสตธาตุ สัททธาตุ โสตวิญญาณธาตุ, ฆานธาตุ คันธธาตุ, ฆานวิญญาณธาตุ, ชิวหาธาตุ รสธาตุ ชิวหาวิญญาณธาตุ, กายธาตุ โผฏฐัพพธาตุ กายวิญญาณธาตุ, มโนธาตุ ธัมมธาตุ มโนวิญญาธาตุ

เมื่อโยคีบุคคลพิจารณาแยกกระจายคนคู่เวรนั้นออกโดยภาวะที่เป็นธาตุ คือเป็นเพียงชิ้นส่วนอันหนึ่ง ๆ ประกอบกันไว้ดังได้แสดงมา ฉะนี้ ก็จะมองเห็นสภาวธรรม ด้วยปัญญา เห็นแจ้งชัดว่าฐานสำหรับที่จะรองรับความโกรธ ย่อมไม่มีอยู่ในคนคู่เวรนั้น เพราะธาตุทั้งหลายแต่ละธาตุ ๆ มีผมเป็นต้นนั้น เป็นสิ่งอันใคร ๆ ไม่ควรจะโกรธ และนอกเหนือไปจากธาตุทั้งหลายมีผมเป็นต้นนั้นแล้วก็หามีคนไม่ ซึ่งเปรียบเหมือนฐานสำหรับรองรับเมล็ดพันธุ์ผักกาดไม่มีที่ปลายเหล็กจาร (เหล็กแหลม) และฐานสำหรับรองรับจิตรกรรม ไม่มีในอากาศ ฉะนั้น

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ต.ค. 2549 , 13:28:49 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2

อุบายบรรเทาความโกรธประการที่ ๑๐ ด้วยการให้ปันสิ่งของ


ส่วนโยคีบุคคลผู้ใดไม่สามารถที่จะพิจารณาโดยวิธีแยกธาตุดังแสดงมา ก็พึงทำการให้ปันสิ่งของ กล่าวคือ พึงให้ปันสิ่งของของตนแก่คนคู่เวร ตนเองก็ควรรับสิ่งของของคนคู่เวรด้วย ถ้าแหละคนคู่เวร มีอาชีพบกพร่อง มีเครื่องบริขารชำรุด ใช้สอยไม่ได้ ก็พึงให้เครื่องบริขารของตนนั่นแหละแก่เธอ เมื่อโยคีบุคคลทำการให้ปันได้อย่างนี้ ความอาฆาตเคียดแค้นก็จะระงับลงโดยสนิททีเดียว และแม้ความโกรธของคนคู่เวรซึ่งติดตามมาตั้งแต่อดีตชาติ ก็จะระงับลงโดยทันทีเช่นเดียวกัน

เหมือนดังความโกรธของพระมหาเถระรูปหนึ่งระงับลง เพราะได้บาตรซึ่งพระปิณฑปาติเถระผู้ถูกขับออกจากเสนาสนะ ในวัดจิตตลบรรพตถึง ๓ ครั้ง ได้มอบถวาย พร้อมกับเรียนว่า ท่านขอรับ บาตรใบนี้มีราคา ๘ กหาปณะอุบาสิกาผู้เป็นโยมหญิงของกระผมถวาย เป็นลาภที่ได้มาโดยชอบธรรม ขอท่านได้กรุณาทำให้เป็นบุญลาภแก่มหาอุบาสิกาด้วยเถิด ฉะนี้

ขึ้นชื่อว่าการให้ปันนี้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ฉะนี้ สมด้วยวจนะประพันธ์อันพระโบราณาจารย์ได้ประพันธ์ไว้ว่า

อทนฺตทมนํ ทานํ ทานํ สพฺพตฺถสาธกํ
ทาเนน ปิยวาจาย อุนฺนมนฺติ นมนฺติ จ

การให้ปันเป็นอุบายทรมานคนพยศให้หายได้
การให้ปันเป็นเครื่องบันดาลให้ประโยชน์ทุก ๆ อย่างสำเร็จได้
ผู้ให้ปันย่อมฟูใจขึ้น ฝ่ายผู้รับปันย่อมอ่อนน้อมลง
ทั้งนี้ ด้วยการให้ปันและด้วยวาจาอ่อนหวานเป็นเหตุ ฉะนี้

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ต.ค. 2549 , 13:29:59 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3

เมื่อพระโยคาวจรพิจารณาถึงอุบายต่างๆ จนจิตที่เคียดเเค้นในคนคู่เวรเบาบางบรรเทาลงแล้ว โทโสเสื่อมหายจากสันดานแล้ว จิตใจที่อ่อนโยนด้วยความรัก ความปรารถนาดีอันจริงใจ ซึ่งใสสะอาดบริสุทธิ์ที่มีต่อตนเองทั้งต่อคนอื่นซึ่งไม่เจือด้วยความใคร่และความลำเอียงใด ๆ ก็จะเริ่มเสมอในคน ๔ จำพวก คือตนเอง ๑ บุคคลอันเป็นที่รัก ๑ บุคคลที่เป็นกลางๆ ๑ บุคคลที่เป็นคู่เวร ๑

เมื่อเจริญเมตตาได้เสมอกันในบุคคลทั้ง ๔ แล้ว ก็พึงแผ่เมตตาเป็น ๓ สถานด้วยสามารถ อโนทิศ โอทิศ ทิสาผรณะ คือแผ่เมตตามิได้เฉพาะก็ดี เฉพาะก็ดี แผ่ทั่วทิศทั้ง ๑๐ ก็ดีก็จะถึงซึ่ง อัปปนา คือ ฌาน

ตัวอย่างการแผ่เมตตาเป็นอโนทิศด้วยอาการทั้ง ๕ ว่า

สพฺเพ สตฺตา อันว่าสัตว์ทั้งหลายอันยังข้องอยู่ในรูปปาทิขันธ์ด้วยฉันทราคะ
อเวรา โหนฺตุ จงอย่ามีเวรแก่กัน
อพฺยาปชฺฌา โหนฺตุ จงอย่ามีพยาบาทแก่กัน
อนีฆา โหนตุ จงอย่ามีอุปัทวทุกข์ในกาย
สุขี อตตานํ ปริหรนฺตุ จงนำให้พ้นจากทุกข์รักษาตนให้เป็นสุขทุกอิริยาบถเถิด อย่างนี้เป็นอาการอัน ๑ ดังนี้เป็นต้น

เมตตาพรหมวิหาร มีคุณสมบัติในการฆ่าพยาบาท
ข้าศึกใกล้ของ เมตตา คือ ราคะ
ข้าศึกไกลของ เมตตา คือ พยาบาท

พระสารีบุตรกล่าวไว้ว่า

“อาวุโส! เมตตาเจโตวิมุติเป็นเครื่องสลัดทำลายพยาบาท กรุณาเจโตวิมุติเป็นเครื่องสลัดทำลายวิหิงสา มุทิตาเจโตวิมุติเป็นเครื่องทำลายอรติความไม่ยินดีไม่พอใจ อุเบกขาเจโตวิมุติเป็นเครื่องทำลายราคะ”



โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ต.ค. 2549 , 13:30:55 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4

กรุณาเอาหลักวิชาทางวิทยาศาสตร์ที่หยาบและง่ายกว่าหลักพุทธศาสมาเทียบเคียงจัดหมวดหมู่
เป็นทางวิทยาศาสตร์เสียก่อนได้ไหมครับ เมื่อเข้าใจแล้วจึงค่อยแยกย่อยโดยพิสดารเป็นพุทธศาสตร์ทีหลังคงจะง่ายและน่าเชื่อถือสำหรับคนรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษา ที่เขาเชื่อถือวิทยาศาสตร์มากกว่า การที่เริ่มต้นมาก็เข้าลึกถึงหลักธรรมเลยคงจะสร้างความเชื่อถือ และเข้าใจเข้าถึงได้ยาก และนี่อาจเป็นสิ่งหนึ่งที่วัยรุ่นส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจพุทธศาสตร์ ประพฤติปฏิบัติ
ตัวโดยไม่เกรงกลัวผลแห่งกรรมที่ทำให้เกิดผลิตผลอันไม่พึงปรารถนาเป็นปัญหาสังคมมากมาย

โดย find (find) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ - [18 ต.ค. 2549 , 16:09:13 น.] ( IP = 124.120.61.112 : : )


  สลักธรรม 5

ผมเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ทำให้ไม่สามารถอดทนพอที่จะทำความเข้าใจที่อาจารย์กล่าวมาได้ จึงขอสรุปเอาจากหัวข้อเทียบกับหลักวิชาทางวิทยาศาสตร์
ดังนี้
1.ธาตุดิน=ธาตุ สารประกอบ ของผสมต่างๆที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบแล้วกว่า90ธาตุและสารประกอบของผสมมากมายจนนับจำนวนไม่ได้มีสถานะเป็นของแข็งที่สภาวะปกติ(ที่มนุษย์อยู่ได้ปกติ)
2.ธาตุน้ำ=ธาตุ สารประกอบ ของผสมต่างๆที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบแล้วไม่ถึง10ธาตุและสารประกอบของผสมมากมายจนนับจำนวนไม่ได้มีสถานะเป็นของเหลวที่สภาวะปกติ
3.ธาตุลม=ธาตุ สารประกอบ ของผสมต่างๆที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบแล้วประมาณ10ธาตุและสารประกอบของผสมมากมายมีสถานะเป็นแก๊สที่สภาวะปกติ
4.ธาตุไฟ=พลังงานความร้อน แสง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อยู่ในของแข็งก็ร้อนมีมากก็ร้อนแดงเช่นเหล็กเผาไฟตีมีด(ที่คนโบราณก็สังเกตุได้) ร้อนขึ้นไปอีกจนหลอมละลายกลายเป็นธาตุน้ำที่มีไฟ(สมัยพุทธการก็มีการหลอมโลหะแล้ว) ส่วนเปลวไฟเปลวเทียน
ก็คือแก๊สร้อนจนเป็น"พลาสมา"พลังงานสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ
ที่ผมเทียบเคียงกับวิทยาศาสตร์เช่นนี้เพื่อให้พุทธศาสนาอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ มิใช่เป็นสิ่งวิเศษพิสดาร อันเกิดจากพระเจ้าองค์ใดที่ศาสดาแอบอ้างสร้างมาก็หาไม่
กฏแห่งกรรม ปัจจัย(วัตถุดิบ)+กรรม(การกระทำหรือปฏิกริยา)=ผลิตพันธ์(ผลแห่งการกระทำ กรรม)
ถูกผิดท่านผู้รู้ช่วยด้วยนะครับ ช่วยทำให้พุทธศาสเป็นวิทยาศาสตร์คือความจริงที่พิสูจน์ได้



โดย find (find) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ - [18 ต.ค. 2549 , 16:23:40 น.] ( IP = 124.120.61.112 : : )


  สลักธรรม 6

อยากจะแยกธาตุมนุษย์เพื่อให้หายโกรธรึครับ..........ได้!!!!!
มนุษย์อย่างคุณอย่างเขา(คนที่คุณโกรธ)เป็นที่รวมของธาตุเหมือนเม็ดทรายของสิ่งไม่มีชีวิตมีกลไกคล้ายหุ่นยนต์ เม็ดธาตุเหล่านี้มีองค์ประกอบเหมือนกันแต่อัตราส่วนไม่เท่ากัน ที่เป็นสิ่งมีชีวิตได้แก่
1.ธาตุ C=คาร์บอน คนไทยรู้จักเรียกว่า"ถ่าน"จัดเป็นธาตุดินชนิดหนึ่ง
2.ธาตุ H=ไฮโดรเจน อาจรู้จักเพราะมันคือ"แก๊สลูกโป่งสวรรค์"จัดเป็นธาตุลมชนิดหนึ่ง
3.ธาตุ O=ออกซิเจน อาจรู้จักมันได้คือถ้าขาดมันลมหายใจก็ไร้ความหมาย..ตายลูกเดียว มีสัก1/5ในอากาศปกติที่เราหายใจ
4.ธาตุ N=ไนโตรเจน มันเป็นตัวสำคัญที่ทำให้น้ำตาลและไขมันอย่างในร่างกายเราเป็นกล้ามเนื้อที่เรียกว่าโปรตีน มีในอากาศปกติ4/5ทีเดียว แต่ไม่ใช่เราหายใจเอาNเข้าไปมากๆแล้วจะลดอ้วนไขมันและน้ำตาลเป็นกล้ามเนื้อหรอกนะ มันอยู่ในรูปเกลือไนเตรตสำหรับพืชผู้เป็นห่วงโซ่อาหารผู้ถูกล่าอันดับหนึ่งโน่นแน่ะ โดนเตะโดนต่อย โดนแทง โดนยิง ไอ้ตัวนี้แหละที่เรากินมันเข้ามาเป็นเนื้อเราที่รายงานเราว่าเจ็บและ โกรธแล้วโอ๊ย...!!!!
5.ธาตุ Ca=แคลเซียม นี่แหละธาตุตัวจริงที่เรากราบไหว้บูชา ถ้าเป็นของพระพุทธเจ้าก็เรียก"พระบรมสารีริกธาตุ" ของพ่อแม่หมาแมวเราก็เรียกว่ากระดูกนั่นแหละถ้าเผาแล้วความบริสุทธิ์ก็มากขึ้น(จะเห็นว่ากระดูกที่เผาแล้วเหลือนิดเดียว)
6.ธาตุ Fe=เหล็ก(เหล็กจริงๆตัวเดียวกับสะพานพุทธยอดฟ้านั่นแหละ)เป็นส่วนประกอบในเลือดถ้าน้อยไปก็เป็นโรคโลหิตจางไง
7.ธาตุอื่นก็เล็กน้อยแล้ว แต่ก็ขาดไม่ได้นะ"มันไม่ม่สสสบบบายยยย"เช่นสังกะสี(ที่เคลือบมุงหลังคาบ้าน)Kโปแตสเซี่ยม(เผาเนื้อเหลือขี้เถ้า)Pฟอสฟอรัส(อย่างหัวไม้ขีด) Na Cl(ทั้งคู่รวมเป็นเกลือ)Al Mgอลูมิเนียมแมกนีเซียม(อย่างล้อแมกไง) Sกำมะถัน(ใส่ดินปืน) ฯลฯ
ที่ว่ามาทั้งไม่หมดเนี่ยเป็นธาตุจริงๆ อนินทรีย์ที่มีในดินหินทรายแม่น้ำทะเล โดยเฉพาะในซากสัตว์ที่ตายเน่าเหมือนเรามากที่สุด น้ำเน่า เลือดน้ำหนองก็คล้ายมาก เชื่อหรือยังว่าคนเราประกอบด้วยสิ่ง(ธาตุ)ที่ไม่มีชีวิต ปลงอสุภะได้ยังไปยืนนั่งดูซากศพเดี๋ยวเราก็พบเขาเข้าพวกเดียวกัน จะเศร้าจะโกรธจะแค้นจะทุกข์อะไรกันนักกันหนา หายโกรธยังล่ะ
ถ้ายังไม่หายเศร้าโกรธแค้นทุกข์ระทมล่ะก็มาเอาธาตุแยกออกอีกมั๊ยล่ะจะได้หายทุกข์บรรลุ"โซดา"กันไปเลย
แยกส่วนประกอบ"ธาตุ"ทุกธาตุประกอบไปด้วยโปรตอน(ประจุไฟฟ้า+)นิวตรอน(ประจุ0)อีเลคตรอน(ประจุ-)เหมือนกันทุกธาตุ ต่างกันแค่จำนวนโปรตรอนซึ่งเป็นประจุไฟฟ้าบวกเท่านั้น(แล้วอีเลคตรอนที่มีอยู่ทั่วไปเหมือนฝุ่นก็วิ่งเข้ามาหาวิ่งวนเป็นบริวารเหมือนดาวเคราะห์วิ่งหามาวนรอบดวงอาทิตย์) สุดท้ายสรรพสิ่งรวมทั้งตัวเรามันก็ประกอบไปด้วยสิ่งที่ต่างกัน3ชนิดที่แยกย่อยไม่ได้อีกคือ "โปรตอน นิวตรอน อีเลคตรอน" เพราะฉนั้นยามใดเมื่อเกิดทุกข์ระทมตรมไหม้ใส้ตันกลั้นไม่อยู่กู่ไม่กลับให้ภาวนาไหม่ว่า(นี่ศาสนาพุทธนะศาสนาอื่นเขาไม่เชื่อความจริงนี้หรอก เขาภาวนาแต่"พระเจ้าๆๆ.....
"โปรตอน นิวตรอน อีเลคตรอน"
"โปรตอน นิวตรอน อีเลคตรอน"
"โปรตอน นิวตรอน อีเลคตรอน"ๆๆๆๆๆ........

โดย find (find) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ - [18 ต.ค. 2549 , 20:09:42 น.] ( IP = 124.120.61.112 : : )


  สลักธรรม 7

ธุ ครับ

ติดตามกระทู้นี้ตลอดเลยครับ
ชีวิตประจำวัน
ผมก็จัดการความโกรธให้สงบได้ด้วยวิธีนี้
** ธาตุวินิพฺพนํ ** + ** ธมฺมานํ สยงฺการี **

ก็คงจะเป็นไปอย่างนี้ /นั้น

โดย mw user (mw user) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 ต.ค. 2549 , 09:34:26 น.] ( IP = 61.90.139.164 : : 192.168.0.160 )


  สลักธรรม 8

วิทยาศาสตร์ต่างกันอย่างไร

โดย ผู้อยากรู้ [27 ส.ค. 2550 , 22:18:40 น.] ( IP = 58.147.36.116 : : )


  สลักธรรม 9

วิทยาศาสตร์กับพุทธศาสต่างกันอย่างไร
ช่วยตอบด้วยน่ะค่ะขอบคุณค่ะ

โดย อยากรู้มาก [27 ส.ค. 2550 , 22:20:27 น.] ( IP = 58.147.36.116 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org