มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ดวงตาของทุกสิ่งชื่อว่าปัญญา




ดวงตาของทุกสิ่งชื่อว่าปัญญา



อะไรคือปัญญา จากวิมุตติมรรค พระอุปติสสเถระ ผู้รจนาได้แสดงเรื่องปัญญาไว้อย่างลึกซึ้ง
ดังนี้
ถาม : อะไรคือปัญญา? อะไรเป็นลักษณะ รส ปัจจุปัฏฐาน และปทัฏฐานของปัญญา? อะไรเป็นอานิสงส์? อะไรเป็นความหมายของปัญญา? ความดีชนิดไหนทำให้เกิดปัญญา? ปัญญามีกี่ประเภท?
ตอบ : การที่จิตรู้อารมณ์ตามความเป็นจริง นี้เรียกว่าปัญญา(๑) อีกอย่างหนึ่ง การพิจารณาเห็นประโยชน์มิใช่ประโยชน์ นี้เรียกว่าปัญญา นี่เป็นความหมายตามนัยแห่งอภิธรรม


นิยามความหมายแห่งปัญญา
ถาม : อะไรคือปัญญา?
ตอบ : ปัญญา คือ ความรอบรู้ ญาณ การวิจัยธรรม การจำแนก การกำหนดหมายการวิจัยที่เป็นการศึกษาอันชำนาญและชาญฉลาด ในการพิจารณาก็เป็นการเห็นชัดเจนและได้ความรู้ปัญญาคือความฉลาด ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ ปัญญาเหมือนศาสตรา ปัญญาเหมือนปราสาท ปัญญาคือประทีป ปัญญาคือรัตนะ ความไม่หลง
ธรรมวิจัย สัมมาทิฏฐิเหล่านี้เรียกว่า “ปัญญา”(๒)
ปัญญามีการบรรลุสัจจะเป็นลักษณะมีการค้นคว้าเป็นกิจ มีความไม่หลงเป็นปัจจุปัฏฐานมีสัจจะ ๔ เป็นปทัฏฐาน และมีอริยสัจ ๔ เป็นปทัฏฐาน
อีกอย่างหนึ่ง ความเข้าใจแจ่มแจ้งเป็นลักษณะของปัญญา การรู้สภาวธรรมตามความเป็นจริงเป็นกิจ การกำจัดความมืดคืออวิชชาเป็นปัจจุปัฏฐาน ปฏิสัมภิทา ๔ ตามหลักเหตุผล เป็นทัฏฐานของปัญญา

โดย ธีรวัสดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ต.ค. 2549 , 16:50:13 น.] ( IP = 58.9.112.2 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ดวงตาของทุกสิ่งชื่อว่าปัญญา



อานิสงส์ของปัญญา
ถาม : อะไร เป็นอานิสงส์ของปัญญา?
ตอบ : อานิสงส์ของปัญญา ไม่สามารถคำนวณได้ คำพรรณนาอานิสงส์ของปัญญาโดยสรุปมีดังต่อไปนี้
ความดีทั้งปวงสุกสว่างขึ้นมาได้เพราะปัญญา
ปัญญา ๒ ชนิดนำไปสู่ฌานชั้นสูง
บุคคลดำเนินไปสู่อริยมรรคและเห็นอริยผลคืออรหัตได้ด้วยปัญญา
ปัญญาเป็นธรรมอันยอดเยี่ยม เป็นดวงตาของทุกสิ่ง
ความเสื่อมแห่งปัญญา คือความไม่บริสุทธิ์
ความเจริญปัญญาไม่มีอะไรเทียบได้
บุคคลทำลายมิจฉาทิฏฐิทั้งปวงได้เพราะปัญญา
คนพาลทำความชั่วเพราะตัณหา
คนมีปัญญาไม่ถูกตัณหาลากไปเช่นนั้น จึงเป็นผู้สูงสุดกว่าใคร ๆ
ดำรงชีวิตโดยชอบและชี้ประโยชน์ทั้ง ๒ คือประโยชน์ในโลกนี้และประโยชน์ในโลกหน้า
พวกเขาเป็นอยู่อย่างอิสระและเข้มแข็งได้เห็นทั้งทุกข์และสุขหลายรูปแบบและทราบปัจจัย
เหตุ จิต วัตถุ กฎเกณฑ์
ปัญญานี้เป็นสัจจธรรม เป็นแหล่งของความดี
เพราะปัญญา บุคคลจึงบรรลุธรรมอันเลิศเพราะปัญญา บุคคลจึงถอนรากเหง้าของความชั่วคือโลภะ โทสะ โมหะ ความเกิด ความตาย และความชั่วอื่น ๆ ซึ่งไม่เคยมีใครถอนได้มาก่อน


ความหมายแห่งปัญญา
ถาม : อะไร เป็นความหมายแห่งปัญญา?
ตอบ : ปัญญา หมายถึง ญาณ และหมายถึงการสลัดตนออกไป (จากวัฏฏะ)
ถาม : ความดีชนิดไหนทำให้เกิดปัญญา?
ตอบ : ปัญญาเกิดขึ้นเพราะความดี ๑๑ อย่างนี้ คือ (๑) การศึกษาความหมายของ
คัมภีร์ (๒) การทำความดีต่าง ๆ (๓) การมีศีลบริสุทธิ์ (๔) สมถะและวิปัสสนา (๕) อริยสัจ ๔ (๖) ศิลปศาสตร์ (๗) การทำจิตให้สงบ (๘) การอยู่ในฌานตลอดกาลทุกเมื่อ (๙) ทำจิตให้ปราศจากนิวรณ์ (๑๐) การไม่คบคนพาล (๑๑) การคบบัณฑิต


ทุกะ (ปัญญา ๒ ประเภท)
ถาม : ปัญญามีกี่ประเภท
ตอบ : ปัญญา ๒ ประเภทก็มี ปัญญา ๓ ประเภทก็มี ปัญญา ๔ ประเภทก็มี
ถาม : ปัญญา ๒ ประเภท คืออะไรบ้าง?
ตอบ : คือโลกิยปัญญา โลกุตรปัญญา(๓) ในที่นี้ ปัญญาที่สัมปยุตด้วยอริยมรรคอริยผลเป็นโลกุตรปัญญา ส่วนปัญญาอย่างอื่นเป็นโลกกิยปัญญา และโลกิยปัญญาประกอบด้วยอาสวะ สังโยชน์ คันถะ เป็นโอฆะ โยคะ นิวรณ์ ผัสสะ สังสารวัฏและกิเลส ส่วนโลกุตรปัญญาปราศจากอาสวะ ไม่มีสังโยชน์ ไม่มีคันถะ ไม่มีโอฆะ ไม่มีนิวรณ์ ไม่มีสังสารวัฏและไม่เป็นกิเลส


ติกะ(ปัญญา ๓ ประเภท) นัยที่ ๑
ปัญญา ๓ ประเภท คือจินตามยปัญญา สุตมยปัญญา ภาวนามยปัญญา(๔)
ในปัญญา ๓ ประเภทนั้น ปัญญาที่บุคคลได้มาโดยไม่ได้เรียนจากผู้อื่น เป็นปัญญาที่เกิดจากกรรมที่เป็นของแต่ละบุคคล หรือปัญญาที่ตรงกับความจริงเป็นความรู้ที่เกี่ยวกับหน้าที่การงาน หรือเกี่ยวกับศาสตร์ นี้เรียกว่าจินตามยปัญญา ปัญญาที่ได้มาโดยการเรียนจากผู้อื่น เรียกว่า สุตตมยปัญญา บุคคลเมื่อบำเพ็ญสมาธิ ทำปัญญาให้เกิดขึ้นนี้เรียกว่า ภาวนามยปัญญา


นัยที่ ๒
อีกอย่างหนึ่ง ปัญญามี ๓ ประเภท คืออายโกศล อปายโกศล ในปัญญา ๓ ประเภทนั้น บุคคลเมื่อบำเพ็ญธรรมเหล่านี้ อกุศลธรรมทั้งหลายย่อมเสื่อมไปกุศลธรรมทั้งหลายย่อมเกิดขึ้น ปัญญานี้เรียกว่าอายโกศล อนึ่ง บุคคลเมื่อบำเพ็ญธรรมเหล่านี้อยู่อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นและกุศลธรรมย่อมเสื่อมไป ปัญญานี้เรียกว่าอปายโกศล ความฉลาดในอุบายทั้งปวงอันจะนำไปสู่ความสำเร็จ เรียกว่า อุปายโกศล(๕)


นัยที่ ๓
อีกนัยหนึ่ง ปัญญา ๓ ประเภทนี้ คืออาจยคามินีปัญญา อปจยคามินีปัญญา และปัญญาที่ไม่เป็นทั้งอาจยคามินีและอปจยคามินี ปัญญารอบรู้มรรค ๔ เรียกว่า อาจยศามินีปัญญา ปัญญารอบรู้ผล ๔ ทั้งที่เป็นอัพยากฤตและไม่เป็นอัพยากฤตจัดเป็นปัญญาที่เป็นทั้งอาจยคามินีและอปจยคามินี(๖)

โดย theerawas (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ต.ค. 2549 , 16:55:09 น.] ( IP = 58.9.112.2 : : )


  สลักธรรม 2

ดวงตาของทุกสิ่งชื่อว่าปัญญา



จตุกกะนัยที่ ๑
ปัญญามี ๔ ประเภท คือกัมมัสสกตาญาณ ๑ สัจจานุโลมิกญาณ ๑ มัคคสมังคิญาณ ๑ ผลสมังคิญาณ ๑
ในปัญญา ๔ ประเภทนั้น สัมมาทิฏฐิคือความเห็นชอบเกี่ยวกับกถาวัตถุ ๑๐ เรียกว่า กัมมัสกตาญาณ ความรู้คล้อยตามความจริงว่า ขันธ์ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เรียกว่า สัจจานุโลมิกญาณ ความรู้เกี่ยวกับมรรค ๔ เรียกว่า มัคคสมังคิญาณ ความรู้เกี่ยวกับผล ๔ เรียกว่า ผลสมังคิญาณ(๗)


นัยที่ ๒
อีกนัยหนึ่ง ปัญญามี ๔ ประเภทนี้ คือกามาวจรปัญญา รูปาวจรปัญญา อรูปาวจรปัญญา อปริยาปันนปัญญา
ในปัญญา ๔ ประเภทนั้น กุศลปัญญาเกี่ยวเนื่องกับกามาวจรธาติซึ่งเป็นอัพยากฤตและไม่เป็นอัพยากฤต จัดเป็นกามาวจรปัญญา กุศลปัญญาเกี่ยวเนื่องกับรูปาวจรธาตุซึ่งเป็นอัพยากฤตและไม่เป็นอัพยากฤตจัดเป็นรูปาวจรปัญญา กุศลปัญญาเกี่ยวเนื่องกับมรรค ๔ ผล ๔ เป็นอปริยาปันนปัญญา(๘)



นัยที่ ๓
อีกนัยหนึ่ง ปัญญามี ๔ ประเภทนี้ คือธรรมญาณ อันวยญาณ ปริจจญาณ สัมมุติญาณ
ในปัญญา ๔ ประเภทนั้น ความรู้เกี่ยวกับมรรค ๔ ผล ๔ เรียกว่า ธรรมญาณ โยคีนี้รู้อดีตอนาคตและปัจจุบัน โดยธรรมญาณ และโดยนัยนี้เธอรู้อดีตและอนาคตอันยาวไกล ความรู้อริยสัจ ๔ เรียกว่า อันวยญาณ ความกำหนดรู้จิตของผู้อื่นได้ เรียกว่า ปริจจญาณ ความรู้ที่นอกเหนือความรู้ทั้ง ๓ นี้ เรียกว่า สัมมุติญาณ(๙)


นัยที่ ๔
อีกนัยหนึ่ง ปัญญามี ๔ ประการนี้ คือ
๑. ปัญญาเกิดจากการรวมและไม่เกิดจากการไม่รวม
๒. ปัญญาเกิดจากการไม่รวมและไม่เกิดจากการรวม
๓. ปัญญาเกิดจากการรวมและการไม่รวม
๔. ปัญญาเกิดจากการรวมก็ไม่ใช่และไม่รวมก็ไม่ใช่
ในปัญญา ๔ ประเภทนี้ กุศลปัญญาของกามาวจรธาตุ เรียกว่า ปัญญาเกิดจากการรวมและไม่เกิดจากการไม่รวม ปัญญาเกี่ยวกับมรรค ๔ เรียกว่าปัญญาเกิดจากการไม่รวมและไม่เกิดจากการรวม รูปาวจรปัญญาและอรูปาวจรปัญญา เรียกว่า ปัญญาเกิดจากการรวมและการไม่รวม ปัญญาที่กำหนดลักษณะผลในภูมิ ๔ และอารมณ์ในภูมิ ๓ เรียกว่า ปัญญาเกิดจาก การรวมก็ไม่ใช่และไม่รวมก็ไม่ใช่(๑๐)




โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ต.ค. 2549 , 16:57:27 น.] ( IP = 58.9.112.2 : : )


  สลักธรรม 3

ดวงตาของทุกสิ่งชื่อว่าปัญญา



นัยที่ ๕
อีกนัยหนึ่ง ปัญญามี ๔ ประเภทนี้ คือ
๑.ปัญญาที่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย ไม่ใช่เพื่อความรู้แจ้ง
๒.ปัญญาที่เป็นไปเพื่อความรู้แจ้ง ไม่ใช่เพื่อความเบื่อหน่าย
๓.ปัญญาที่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่ายและความรู้แจ้ง
๔.ปัญญาที่ไม่เป็นไปทั้งเพื่อความเบื่อหน่ายและความรู้แจ้ง

ในปัญญา ๔ ประเภทนั้น
๑.ปัญญาที่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย ไม่ใช่เพื่อความรู้แจ้งอภิญญาและความรู้อริยสัจ
๔ เรียกว่าปัญญาเป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย ไม่ใช่เพื่อความรู้แจ้ง
๒.ปัญญาที่เป็นไปเพื่ออภิญญาจัดเป็นปัญญาที่เป็นไปเพื่อความรู้แจ้ง ไม่ใช่เพื่อความ
เบื่อหน่าย
๓.ปัญญาในมรรค ๔ เป็นปัญญาที่เป็นไปทั้งเพื่อความเบื่อหน่ายและเพื่อความรู้แจ้ง
๔.ปัญญาอื่นนอกจากนี้ เป็นปัญญาที่ไม่เป็นเพื่อความเบื่อหน่ายและเพื่อความรู้แจ้ง(๑๑)



นัยที่ ๖
อีกนัยหนึ่ง ปัญญามี ๔ ประเภทนี้ คืออัตถปฏิสัมภิทา ธัมมปฏิสัมภิทา นิรุตติปฏิสัมภิทา ปฏิภาณปฏิสัมภิทา
ในปัญญา ๔ ประเภทนั้น ความรู้ความหมาย เรียกว่า อัตถปฏิสัมภิทา ความรู้ธรรม เรียกว่า ธัมมปฏิสัมภิทา ความรู้ในการแปลความหมายทางนิรุกติศาสตร์เรียกว่านิรุตติปฏิสัมภิทา ความรู้เรื่องญาณ เรียกว่า ปฏิภาณปฏิสัมภิทา(๑๒)



นัยที่ ๗
ความรู้ผลอันเนื่องมาจากเหตุ เรียกว่า อัตถปฏิสัมภิทา ความรู้เหตุ เรียกว่าธัมมปฏิสัมภิทา ความเข้าใจในการวิเคราะห์ธรรม เรียกว่านิรุตติปฏิสัมภิทา ความรู้เรื่องญาณเรียกว่าปฏิญาณปฏิสัมภิทา(๑๓)


นัยที่ ๘
ความรู้ทุกข์ และความดับทุกข์เรียกว่าอัตถปฏิสัมภิทา ความรู้เหตุแห่งทุกข์และทางให้ถึงความดับทุกข์เรียกว่าธัมมปฏิสัมภิทา ความรู้กฎเกณฑ์ในการแปลความหมายเรียกว่านิรุตติปฏิสัมภิทา ความรู้เรื่องญาณ เรียกว่าปฏิญาณปฏิสัมภิทา(๑๔)



นัยที่ ๙
อีกนัยหนึ่ง ความรู้ธรรมเหล่านี้ คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภุตธรรม เวทัลละ เรียกว่า ธัมมปฏิสัมภิทา ความรู้ความหมายของคำที่พูดออกไปว่านี้เป็นความหมายของเรื่องที่พูด นี้เรียกว่าอัตถปฏิสัมภิทา ความรู้ความหมายของสิ่งที่ประกาศออกไปแล้ว นี้เรียกว่านิรุตติปฏิสัมภิทา ความรู้เรื่องญาณ เรียกว่าปฏิภาณปฏิสัมภิทา(๑๕)


นัยที่ ๑๐
ความรู้เรื่องจักษุเรียกว่าธัมมปฏิสัมภิทา ความรู้เรื่องทิฏฐิ เรียกว่า อัตถปฏิสัมภิทา ความรู้ในการแปลความหมายของคำที่ประกาศออกไปแล้วเรียกว่านิรุตติปฏิสัมภิทา ความรู้ที่ก่อให้เกิดความฉลาด เรียกว่าปฏิภาณปฏิสัมภิทา(๑๖)



นัยที่ ๑๑
อีกนัยหนึ่ง ปัญญามี ๔ ประการนี้ คือ ทุกขญาณ สมุทยญาณ นิโรธญาณ มัคคญาณ ความรู้เกี่ยวเนื่องกับทุกข์เรียกว่าทุกขญาณ ความรู้เกี่ยวเนื่องกับเหตุแห่งทุกข์เรียกว่าสมุทยญาณ ความรู้เกี่ยวเนื่องกับความดับทุกข์เรียกว่านิโรธญาณ ความรู้ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์เรียกว่ามัคคญาณ(๑๗)
ปัญญาปริจเฉทจบ

โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ต.ค. 2549 , 16:59:32 น.] ( IP = 58.9.112.2 : : )


  สลักธรรม 4


จากหลักฐานคัมภีร์วิมุตติมรรคนี้สรุปในเรื่อง ปฏิสัมภิทา ได้ดังนี้
อัตถปฏิสัมภิทา
ความรู้ความหมาย เรียกว่า อัตถปฏิสัมภิทา
ความรู้ผลอันเนื่องมาจากเหตุ เรียกว่า อัตถปฏิสัมภิทา
ความรู้ทุกข์ และความดับทุกข์เรียกว่าอัตถปฏิสัมภิทา
ความรู้ความหมายของคำที่พูดออกไปว่านี้เป็นความหมายของเรื่องที่พูด นี้เรียกว่าอัตถปฏิสัมภิทา
ความรู้เรื่องทิฏฐิ เรียกว่า อัตถปฏิสัมภิทา


ธัมมปฏิสัมภิทา
รู้ธรรม เรียกว่า ธัมมปฏิสัมภิทา
ความรู้เหตุ เรียกว่าธัมมปฏิสัมภิทา
ความรู้เหตุแห่งทุกข์และทางให้ถึงความดับทุกข์เรียกว่าธัมมปฏิสัมภิทา
ความรู้เรื่องจักษุเรียกว่าธัมมปฏิสัมภิทา


นิรุตติปฏิสัมภิทา
ความรู้ในการแปลความหมายทางนิรุกติศาสตร์เรียกว่านิรุตติปฏิสัมภิทา
ความเข้าใจในการวิเคราะห์ธรรม เรียกว่านิรุตติปฏิสัมภิทา
ความรู้กฎเกณฑ์ในการแปลความหมายเรียกว่านิรุตติปฏิสัมภิทา
ความรู้ความหมายของสิ่งที่ประกาศออกไปแล้ว นี้เรียกว่านิรุตติปฏิสัมภิทา
ความรู้ในการแปลความหมายของคำที่ประกาศออกไปแล้วเรียกว่านิรุตติปฏิสัมภิทา



ปฏิภาณปฏิสัมภิทา
ความรู้เรื่องญาณ เรียกว่า ปฏิภาณปฏิสัมภิทา
ความรู้เรื่องญาณเรียกว่าปฏิญาณปฏิสัมภิทา
ความรู้ที่ก่อให้เกิดความฉลาด เรียกว่าปฏิภาณปฏิสัมภิทา



โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 ต.ค. 2549 , 08:27:02 น.] ( IP = 58.8.39.154 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org