มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๑๖)






สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๑๕)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

๓. สาสวรูป

สาสวรูป เป็นรูปที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ธรรมดารูปทั้งหลายที่ทีทั้งหมดด้วยกัน ๒๘ รูปนั้น ไม่มีรูปหนึ่งรูปใดเลยที่ประกอบด้วยเหตุ ๖ คือรูปทั้งสิ้นจะประกอบด้วยโลภะ โทสะ โมหะ และอลภะ อโทสะ อโมหะได้ได้เลย เพราะรูปทั้งหลายไม่ใช่จิตใจ จึงรู้อารมณ์ไม่ด้ เมื่อรู้อารมณ์ไม่ได้ก้ประกอบด้วยเหตุทั้ง ๖ ไม่ได้ เมื่อประกอบด้วยเหตุทั้ง ๖ ไม่ได้เสียแล้ว จึงไม่มีรูปใดแม้แต่รูปเดียวเป็นบุญหรือเป็นบาป

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่ารูป ๒๘ จะไม่มีกิเลส จะไม่มีบุญไม่มีบาปก็จริง แต่ตัวของมันเองก็กลับกลายเป็นอารมณ์ก่อให้เกิดอาสวะแก่จิตใจแล้วเกิดบาปเกิดบุญได้ เช่น รูปที่ดี เสียงที่ไพเราะ ทำให้จิตใจเกิดความชอบใจติดใจ หรือไม่ชอบก็ได้ เป็นต้น

กิเลสที่อยู่ภายในจิตใจนั้นซ่อนเร้นอยู่อย่างลึกซึ้ง ถ้ามิได้พิจารณาให้ดีจริงๆ ก็ไม่สามารถจะมองเห็นได้ เพราะมองอย่างไรก็ไม่พบว่ามีอะไรเข้าไปกระตุ้นเตือนใจในส่วนที่ลึกซึ้งนั้น จนเป็นเหตุให้กิเลสอย่างหยาบเกิดขึ้นมาได้ แต่ความจริง ใจของเรานั้นเต็มไปด้วยกิเลสอันเป็นตัวการที่ทำให้จิตใจต้องเศร้าหมองเร่าร้อน ถ้าไปกระทบกระเทือนมันเข้า

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ต.ค. 2549 , 09:00:08 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ตัวการที่ก่อให้จิตใจเกิดความเร่าร้อนที่ซ่อนเร้นอย่างมิดชิดอยู่ภายในจิตใจนั้นมีอยู่ ๔ ประการคือ กามาสวะ ภวาสวะ ทิฏฐาสวะ และอวิชชาสวะ

กามาสวะ ก็ได้แก่กิเลสที่ซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจ เมื่อกระทบกระเทือนเข้าแล้ว ก็ก่อให้เกิดความอยากได้ หรือความอยากได้จะหนุนเนื่องออกมา ทำให้จิตใจต้องเร่าร้อน ทำให้กิริยาวาจาแสดงออกมาให้ปรากฏ เช่นไปเห็นรูปที่ดีๆ ก็ชอบใจอยากได้ ก่อความร้อนใจให้เกิดขึ้น แล้วก็พูด แล้วก็ทำอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะให้ได้สิ่งนั้นมา หรือเพราะจิตคิดอยากได้เงินทองข้าวของจึงได้ไปซื้อลอตเตอร์รี่แล้วก็มานอนรอคอยโชคดีที่จะได้รับอยู่ทุกวัน ความอยากได้เงินทองข้าวของจึงได้เป็นอาสวะ

ภวาสวะ ได้แก่ความยินดีติดใจอยากได้ภพได้ชาติ อยากมีชีวิตอยู่เป็นคนอีกต่อไป ขอแต่ให้รวยๆ หน่อยเท่านั้น เวลาทำบุญจึงได้ตั้งจิตอธิษฐานขอให้ผลบุญที่ทำนั้น ส่งให้ไปเกิดเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี ความอยากเกิดเป็นคนจึงได้เป็นอาสวะ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ต.ค. 2549 , 09:03:01 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

ทิฏฐาสวะ ได้แก่ความเห็นผิดที่ดองอยู่ในจิตใจ สนับสนุนให้เชื่อว่าเที่ยงแท้แน่นอน เมื่อรูป เสียง กลิ่น รส เกิดขึ้น จึงได้หลงยึดว่า เป็นตัวตน คนหรือสัตว์ เห็นว่ามั่นคงถาวร หรือเพราะความเห็นผิดที่ติดอยู่ภายในใจได้ทำให้เกิดความหลงผิดไปว่า คนเรานั้นเกิดหรเดียวตายหนเดียว จึงได้พยายามหาเหตุผลต่างๆ มาประกอบคำอธิบายของตน

อวิชชาสวะ เพราะความโง่ ความหลง หรือเพราะอวิชชาที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจ ทำให้ไม่รู้ความจริงในเรื่องของชีวิต ทำให้ไม่เข้าใจเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด จึงได้เป็นตัวการให้เกิดการกระทำที่เป็นบาปต่างๆ เกิดขึ้น มีฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ เป็นต้น เพราะความโง่ ความหลง ได้มาสะกัดกั้นปิดบังอำพรางความจริงเสีย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ต.ค. 2549 , 09:07:19 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

ตามที่ได้แสดงมาแล้วนี้ ก็ย่อมจะเห็นได้ว่า รูปทั้งหมดที่มีอยู่ ๒๘ รูปนั้นมีกิเลสไม่ได้เลยแม้แต่รูปเดียว แต่ทั้ง ๒๘ รูปนี้ก็มีความสามารถก่อกิเลสให้เกิดแก่จิตใจได้ คือเป็นอารมณ์ให้เกิดอาสวะกิเลสได้ เช่น

รูปารมณ์ คือรูปมากระทบตา ก่อให้เกิดความชอบใจรักใคร่ หรือไม่ชอบใจ มีความโกรธหรือเกลียด อันเกิดจากอำนาจของกามาสวะ

สัททารมณ์ คือเสียงมากระทบหู ก่อให้เกิดความพอใจด้วยไพเราะ หรือไม่ชอบใจเห็นว่าเป็นเสียงรบกวน อันเกิดขึ้นจากกามาสวะ

รสารมณ์ คือรสมากระทบลิ้น ก่อให้เกิดความชอบใจในรส หรือเกิดความไม่ชอบใจอันเกิดขึ้นมาจากกามาสวะ

เมื่อเห็น อิตถึภาวะรูป หรือปุริสสภาวะรูป รูปหญิงหรือรูปชาย (อาศัยมโนทวาร) มาปรากฏอยู่ต่อหน้า ก็เข้าใจว่า เป็นหญิงหรือเป็นชายไปจริงๆ ก่อให้เกิดความเห็นผิดขึ้นด้วยอำนาจของทิฏฐาสวะ

และเพราะว่า ความจริงอันแท้จริงนั้น เกิดขึ้นอยู่เสมอต่อหน้าต่อตา ตามอารมณ์ต่างๆ ทุกๆ ทวาร แต่ก็หาได้เห็นไม่ เพราะด้วยอำนาจของอวิชชาสวะ เข้ามาขวางกั้นเอาไว้เสีย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ต.ค. 2549 , 09:07:48 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

๔. สังขตรูป

สังขตรูป เป็นรูปที่ถูกปรุงแต่ง ธรรมดารูปทั้งหลายจะเกิดขึ้นมาเองลอยๆ หาได้ไม่ จะต้องอาศัยเหตุเป็นตัวการทำให้รูปนั้นๆ เกิดขึ้นมา ในทางธรรมะเรียกว่า ปรุงแต่ง

ธรรมดารูปอันได้แก่สสารและพลังงานในทางวิทยาศาสตร์นั้น ย่อมจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวของมันเองอยู่ตลอดเวลา หรือตัวของมันเองจะต้องเกิดขึ้นมาเป็นรูปใหม่อยู่เสมอ

รูปทั้งหมด ๒๘ รูปนั้น ไม่มีรูปอะไรเลยที่จะมิได้ถูกปัจจัยปรุงแต่ง และตัวการที่เข้ามาปรุงแต่งก็มีอำนาจของกรรม จิต อุตุ และอำนาจของอาหาร ตัวอย่างเช่น ร่างกายของคนถูกปรุงแต่งด้วยอำนาจของกรรม จิต อุตุ อาหาร ส่วนต้นไม้ถูกปรุงแต่งด้วยอำนาจของอุตุอย่างเดียว เป็นต้น

อย่างไรก็ดี จะไม่มีแม้แต่รูปเดียวที่เป็นอสังขตรูป คือ เป็นรูปที่มิได้ถูกปัจจัยปรุงแต่งเลย เพราะอสังขตรูปนั้นไม่มี

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ต.ค. 2549 , 09:10:48 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

อำนาจของกรรมได้ผลิตรูปต่างๆ ขึ้นมา เราเรียกรูปที่ผลิตขึ้นมาจากอำนาจของกรรมว่า กรรมชรูป เช่น จักขุปสาท ประสาทตา โสตปสาท ประสาทหู (ไม่ใช่ประสาทตามที่นายแพทย์ทั้งหลายสอนแก่นักศึกษาแพทย์) รูปปรมาณูที่ประชุมกันอันเป็นที่ตั้งที่อาศัยของจิตใจเรียกว่า หทยรูป และปรมาณูที่มีอยู่ทั่วร่างกาย ทั้งภายนอกภายในที่เรียกว่า อิตถีภาวะ กับปุริสภาวะ อันเป็นรูปแสดงถึงเพศหญิงกับเพศชาย เหล่านี้เป็นต้น

กรรมได้ผลิตสร้างรูปเหล่านี้ขึ้นมาแล้ว ก็หาใช่ว่าจะทอดทิ้งเอาไว้เพียงเท่านั้นให้เป็นไปตามยถากรรมไม่ หากแต่ได้ผลิตรูปเหล่านั้นเพิ่มเติม เช่นร่างกายทุกส่วนใหญ่โตขึ้นอีกก็มี หรือผลิตทดแทนรูปเก่าที่ทรุดโทรมสลายตัวไปก็มาก ดังนั้นกรรมจึงปรุงแต่งรูปอยู่เสมอไปมิได้ขาดสาย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ต.ค. 2549 , 09:11:19 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6

อำนาจของจิตก็มีความสามารถผลิตสร้างรูปขึ้นได้เหมือนกัน เช่นร่างกายของคนเราที่มีความเป็นอยู่เป็นไปได้ อวัยวะภายใน ภายนอก เคลื่อนไหวทำงาน ทำให้เกิดรูปตกใจหน้าซีด ทำให้รูปมีความอายหน้าแดง และทำให้ยิน เดิน นั่ง นอน ในท่าทางต่างๆ

ความเป็นไปของร่างกายดังกล่าวมานั้น แม้ว่าจะมีอำนาจของเหตุอื่นๆ เช่นความร้อนเป็นต้น ก่อให้เกิดความเป็นไปก็จริง แต่อำนาจของจิตก็เข้าร่วมประชุมทำงานด้วย เหตุนี้ จึงได้ยืน เดินได้ตามที่ต้องการ จิตจึงได้ชื่อว่าปรุงแต่งรูปให้เป็นไปอยู่ตลอดเวลา

สำหรับอำนาจของอุตุที่ได้แก่ความร้อนนั้น ก็ย่อมทราบกันอยู่ดดยทั่วไปแล้วว่าทำให้รูปทั้งหลายเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ปรมาณูเคลื่อนที่อยู่เสมอ ซึ่งก็ย่อมจะเป็นรูปใหม่อยู่เรื่อยๆ เหตุนี้ อุตุก็ย่อมจะปรุงแต่งรูปให้เกิดขึ้นมาใหม่อยู่ต่อๆ กันไป

ตัวการที่ปรุงแต่งตัวสุดท้ายนั้นได้แก่ อาหาร คำว่าอาหารนั้น มีความหมายไปได้หลายอย่าง อาหารบางอย่างมิได้เป็นรูป เช่น มโนสัญเจตนหาร เป็นต้น แต่สำหรับอาหารในที่นี้ หมายถึงรูปอาหาร ซึ่งก็ได้แก่อาหารที่คนเรากินเข้าไป ย่อยเสร็จแล้วส่งไปเลี้ยงร่างกาย เฉพาะอย่างยิ่ง อาหารชรูปที่เข้าไปหรุงแต่งรูปต่างๆ ทั่วร่างกายที่ได้ผลิตขึ้นมากจากรรมชรูป ให้มีกำลังทำการงานไปได้ ฉะนั้น อาหารที่กินเข้าไปจึงปรุงแต่งรูปให้เจริญและเป็นไปต่างๆ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ต.ค. 2549 , 09:11:50 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7

ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว จึงเป็นได้ว่าบรรดารูปทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นรูปอะไรทั้งสิ้น ก็ล้วนแต่เป็น สังขต คือเป็นรูปที่ถูกปรุงแต่งด้วย กรรม จิต อุตุ และอาหาร อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง และไม่มีเลยแม้แต่รูปเดียวที่จะเป็นอสังขต คือเป็นรูปที่มิได้ถูกปรุงแต่งจากรรม จิต อุตุ และอาหาร

ด้วยเหตุที่รูปทั้งหลายต้องถูกปรุงแต่งให้เป็นไปอยู่ตลอดเวลาดังนี้ จึงเอาเป็นที่พึ่งพาอาศัยอันถาวรไม่ได้ เมื่อรูปทั้งหลายต้องถูกปรุงแต่งเปลี่ยนแปลงไปมาอยู่ดังนี้ จึงได้ชื่อว่า เป็นอนิจจัง คือความไม่เที่ยงแท้แน่นอน เป็นทุกขัง คือเทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ และเป็นอนัตตา คือความไม่ใช่ตัวตน คน สัตว์ และบังคับบัญชาไม่ได้

ในขณะจิตใดที่มิได้พิจารณา ในขณะจิตที่มีโมหะหรืออวิชชาเข้าครอบงำ ในขณะจิตเหล่านั้นก็จะเกิดความเห็นผิดขึ้นมา ในขณะจิตที่กำลังจับรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสอยู่นั้น จึงได้เข้าใจว่า รูปทั้งหลายยืนยงมั่นคงมิได้แตกสลาย จึงได้เสาะแสวงหา และใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะให้ได้มาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

เมื่อทุกๆ คนต่างไขว่คว้าหาหนทางที่จะให้ได้มาดังนี้ ผลประโยชน์จึงได้ขัดกัน จึงจำต้องต่อสู้ฟัดเหวี่ยงกันอย่างเต็มที่ ทั้งในทางซื่อและในทางคด แล้วต่างคนก็ได้รับความทุกข์ยากลำบากอย่างแสนสาหัส แต่ก็มิได้เห็นตามความเป็นจริงสักครั้ง วันแล้ววันเล่าจนกว่าจะสิ้นชีวิต แล้วก็ไม่คิดแก้ปัญหานี้ต่อไปอีกในชาติหน้า และชาติต่อๆ ไปไม่จบสิ้น


โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ต.ค. 2549 , 09:12:16 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 8

ศึกษาต่อค่ะ
รูปนี่ร้ายกาจนะคะ ตัวเองไม่มีกิเลส แต่กลับเป็นอารมณ์ก่อให้เกิดกิเลสได้...

กราบขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะที่ช่วยเสริมสร้างปัญญา


โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 ต.ค. 2549 , 16:12:06 น.] ( IP = 58.9.135.73 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org