มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๑๗)






สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๑๗)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

๕. เป็นโลกียรูป

โลกียรูป ได้แก่รูปที่เกี่ยวด้วยโลกียธรรม ซึ่งจะต้องมีการแตกดับอยู่เนืองนิจ

คำว่า โลก นั้นจำแนกออกเป็น ๓ ประการ ได้แก่ สัตวโลก สังขารโลก และโอกาสโลก แต่ในที่นี้หมายถึงเป็นธรรมที่ไม่เที่ยงแท้แน่นอน ย่อมผันแปรเปลี่ยนแปลงไปมาอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงเอาเป็นที่พึ่งไม่ได้

โลกทั้ง ๓ มี กามโลก รูปโลก อรูปโลก (อรูปพรหม) นั้น ไม่มีแม้แต่รูปเดียวที่จะคงทนถาวร ตั้งมั่นอยู่ได้เพียงชั่วเวลาเล็กน้อย ส่วนโลกุตรรูป อันหมายถึงรูปที่ไม่มีการแตกดับหรือเป็นรูปที่พ้นไปจากการแตกดับไม่มีเลย ลงขึ้นชื่อว่ารูปแล้ว จะพ้นไปจากการแตกดับไม่ได้

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ต.ค. 2549 , 17:04:39 น.] ( IP = 58.9.98.131 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

๖. เป็นกามาวจร

คือเป็นรูปที่เป็นอารมณ์ของกามจิต หรือเป็นอารมณ์ของกามตัณหา

ตามธรรมดาของปุถุชนทั้งหลายย่อมชอบเสวยกามคุณอารมณ์อยู่เสมอ เมื่อได้รับอารมณ์จากอะไรทางทวารไหนแล้ว ถ้าอารมณ์นั้นเป็นอารมณ์ที่ตนชอบใจ ก็อดทนอยู่ไม่ไหวที่จะไม่มีความยินดีติดใจ ด้วยเหตุดังนี้เอง จึงเห็นได้ว่า ในบรรดารูปทั้งหลายย่อมเป็นตัวการก่อให้เกิดอารมณ์ ทำให้กามตัณหาเกิดขึ้น แล้วก็ลุกลามกว้างขวางออกไปอีก

และรูปที่เป็นอารมณ์ของกามจิตนี่เองที่ทำให้วัฏฏะ คือการเวียนว่ายตายเกิด นำทุกข์โศกโรคภัยมาสู่ผู้ที่ปราศจากปัญญา ผู้ปราศจากการศึกษาย่อมจะมองไม่เห็น จึงหลงใหลยึดจับรูปที่ไม่เที่ยงแท้แน่นอน พึ่งพาอาศัยไม่ได้เอามาเป็นอารมณ์ เป็นอารมณ์ของกามตัณหาโดยไม่รู้ตัว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ต.ค. 2549 , 17:05:21 น.] ( IP = 58.9.98.131 : : )


  สลักธรรม 2

๗. เป็นอนารัมมณะ

คือ เป็นรูปที่ไม่มีความสามารถที่จะรู้อารมณ์ได้ ผู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนเรื่องของพระอภิธรรมปิฎกมาให้พอเข้าใจดี ก็ย่อมจะพบความเข้าใจ ก็ย่อมจะพบความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องของบุคคลทั้งหลายในข้อที่ว่า เราเห็นรูปได้ด้วยตา เราได้ยินเสียงได้ด้วยหู แล้วก็ยังแสดงถึงสมองว่าเป็นผู้บงการให้เกิดการเห็น การได้ยิน ทำการงาน และความรู้สึกนึกคิดต่างๆ

ความเข้าใจว่ารูปรู้สึกและสั่งการได้นี้ ได้รับการศึกษากันมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กๆ เมื่ออยู่ที่โรงเรียน จนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็สั่งสอนลูกหลานกันต่อไป จนถึงบัดนี้ก็ยังคงสอนกันอยู่

เพราะจิตเป็นเรื่องลึกซึ้งยากที่จะเข้าใจ ผู้ที่มิได้ศึกษาจึงเข้าถึงความจริงไม่ได้ ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องข้อนี้จึงก่อผลเสียหายให้เกิดขึ้นแก่มนุษยชาติเป็นอันมาก เพราะเมื่อศึกษาว่าสมองซึ่งเป็นรูปเป็นตัวจิตใจรู้สึกนึกคิดได้เสียดังนี้ ความเข้าใจในเรื่องของเวรกรรมที่ได้กระทำเอาไว้ที่จะติดตามตัวไปได้ในชาติหน้าจึงไม่มี ความเวียนว่ายตายเกิดก็เป็นอันไม่ค้องค้นคว้าศึกษากันต่อไป เพราะคนเราตายลงแล้ว ก็ฝังจมดิน หรือเผาเป็นเถ้าถ่านไปหมด ความชั่วความดีทั้งหลายก็ละลายสูญหายไปตามความตายด้วย ไม่ต้องได้รับโทษทัณฑ์อะไรอีกต่อไป

เมื่อผู้ใดศึกษาเข้าใจดังนี้ ถ้าอบรมจิตใจหรือสิ่งแวดล้อมไม่ดีพอ ก็จะไม่มีความเกรงกลัวที่จะกระทำบาป จึงไม่เพียรพยายามที่จะทำบุญ ต่างก็จะพากันหันหน้าเข้าหาประโยชน์ ทั้งโดยชอบและโดยไม่ชอบเอาตามใจของตน จะระวังไว้ก็แต่จะไม่ให้ใครรู้เห็นโจ่งแจ้งเท่านั้น โลกก็จะเต็มไปด้วยการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน ความทุกข์ยากทั้งหลายก็ติดตามมา

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนว่า รูปทั้งหลาย ไม่ว่ารูปอะไร หรือรูปที่อยู่ตรงส่วนไหนของร่างกายทั้งสิ้นย่อมจะเป็นอนารัมมณะ จะไม่มีความสำนึกรู้สึกรู้สึกตัวได้เลยเป็นอันขาด หรือไม่มีความสามารถรู้ได้ซึ่งอารมณ์อย่างแน่นอน และนี่เองเป็นการปฏิเสธว่า รูปเป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ได้คือ สารัมมณะนั้นย่อมไม่มีเลย (รูปเป็นที่อาศัยให้เกิดความรู้อารมณ์ได้)

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ต.ค. 2549 , 17:05:59 น.] ( IP = 58.9.98.131 : : )


  สลักธรรม 3

๘. เป็นอัปปหาตัพพะ

คือ เป็นรูปที่ไม่พึงละหรือพึงประหาณ เพราะรูปเป็นธรรมชาติที่ปราศจากเหตุอันเป็นความดีหรือความชั่ว

ธรรมชาติของรูปทั้งหลาย รู้อารมณ์ไม่ได้ กิเลสทั้งหลายก็มิได้ยึดจับ ดังนั้นจึงไม่อาจพูดได้ว่า รูปนี้เป็นบุญ หรือรูปนี้เป็นบาป มีกิเลสมาก มีกิเลสน้อย เมื่อรูปเป็นบุญเป็นบาปไม่ได้ ทั้งกิเลสก็มิได้อาศัยอยู่ในรูป รูปจึงไม่ใช่เป็นที่ใช้ประหาณเพื่อทำลายมิให้เกิดอกุศลกรรม หรือจะต้องอาศัยรูปเป็นที่ประหาณกิเลส และรูปที่จะพึงละพึงประหาณคือปหาตัพพะ จึงไม่มีเลย

ตามที่กล่าวมาแล้วทั้ง ๘ ข้อ ก็เป็นการประกาศโดยชัดเจนแล้วว่า รูปทั้งหมดที่มีอยู่ ๒๘ รูปนั้น ย่อมมีประเภทเดียวเท่านั้น ไม่มีประเภทที่ตรงกันข้าม หมายความว่า รูปที่ชื่อว่า อเหตุกะนี่แหละ ชื่อว่าสปัจจยะด้วย ชื่อว่าสาสวะด้วย ชื่อว่าสังขตะด้วย ชื่อว่าโลกียะด้วย ชื่อว่ากามาวจระด้วย ชื่อว่าอนารัมมณะด้วย และชื่อว่าอัปปหาตัพพะด้วย เมื่อมีรูปประเภทเดียว มีแม่บทเดียว ดังนั้นจึงได้ชื่อว่า เอกมาติกา คือแสดงรูปโดยแม่บทเดียว

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ต.ค. 2549 , 17:06:25 น.] ( IP = 58.9.98.131 : : )


  สลักธรรม 4

กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับท่านอาจารย์ ที่อธิบายให้เห็นเด่นชัดถึงเรื่องรูป และที่ท่านอาจารย์กล่าวสอนว่า..รูปที่เป็นอารมณ์ของกามจิตนี่เองที่ทำให้วัฏฏะ คือการเวียนว่ายตายเกิดน่ากลัวนะครับ

ถึงแม้เป็นธรรมที่ไม่ควรประหานก็ตาม แต่ก็เป็นที่ตั้งให้แก่บุญและบาปได้ จึงต้องสังวรระวังอย่างยิ่งเลยครับผม.

โดย เทพธรรมดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 ต.ค. 2549 , 08:07:52 น.] ( IP = 58.9.139.183 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 ต.ค. 2549 , 22:54:06 น.] ( IP = 58.8.45.249 : : )


  สลักธรรม 6

มาศึกษาต่อค่ะ
แม้รูปไม่ใช่ธรรมชาติที่พึงถูกประหาณ แต่รูปก็เป็นอารมณ์ของตัณหา ทำให้เกิดวัฏฏทุกข์หมุนเวียนไม่รู้จบ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ต.ค. 2549 , 13:30:19 น.] ( IP = 202.6.107.51 : : 172.16.249.222, 202.6.107.51 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org