มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๑๙)






สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๑๙)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

อธิบายคู่ที่ ๓ ทวารรูป กับอทวารรูป

ธรรมดาของคนที่จะออกจากบ้าน เพื่อไปทำธุรกิจหรือการงานต่างๆ ก็จะต้องออกไปทางประตู ดังนั้น เจ้าของบ้านจึงต้องทำประตูไว้ทุกๆ บ้าน อย่างน้อยก็บ้านละ ๑ ประตู แต่เพื่อความสะดวก บางทีเจ้าของบ้านทำประตูไว้มากประตูด้วยกันในหลายด้านของบ้าน เพื่อใช้ประโยชน์ต่างๆ

จิตใจของสัตว์ทั้งหลายก็เหมือนกัน จะเกิดขึ้นมาเองลอยๆ หาได้ไม่ จะต้องอาศัยประตูที่จิตใจจะออกมาทำงานเห็น ได้ยิน เป็นต้น เหมือนกัน ประตูที่จิตจะออกทำงานนี้ในทางธรรมะเรียกว่า "ทวาร"

ทวารหรือประตูที่จิตใจจะออกมาทำการงานเห็น หรือได้ยินนั้น หาใช่เป็นนามไม่ หากแต่เป็นรูปซึ่งมีอยู่ ๕ ประตู หรือ ๕ ทวาร ได้แก่ ปสาทรูป ๕

ปสาทรูป ๕ ได้แก่ จักขุปสาทรูป โสตปสาทรูป ฆานปสาทรูป ชิวหาปสาทรูป กายปสาทรูป ที่เรียกกันว่า ประสาทตา ประสาทหู ประสาทจมูก ประสาทลิ้น ประสาทกาย เรียกชื่อว่าประสาทนั้น เป็นปรมาณู ที่ถูกผลิตสร้างขึ้นมาด้วยอำนาจของกรรมใช้เป็นที่อาศัยเกิดของจิตใจ หรือใช้เป็นสถานที่ทำงานของจิตให้ได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้รู้รส ได้สัมผัส

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ต.ค. 2549 , 08:50:23 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ประตูทั้ง ๕ นี้เรียกว่า ปัญจทวาร คือ ประตูสำหรับให้จิตขึ้นวิถีเพื่อทำการเห็นหรือได้ยินทั้ง ๕ ทาง แต่จิตเกิดขึ้นมาทำการงานแล้วก็ย่อมจะเป็นบาปบ้างเป็นบุญบ้าง ดังนั้น การเรียกชื่อจึงได้เพิ่มขึ้น โโยใช้คำว่า ทวิ ซึ่งแปลว่า สอง เป็นทวิปัญจวิญญาณ เพราะเห็นรูปแล้วเกิดเป็นบาปหรือเกิดเป็นบุญขึ้นก็ได้ ได้ยินเสียงแล้วเกิดเป็นบาปหรือเป็นบุญขึ้นก็ได้ และเป็นไปได้ทั้ง ๕ ทวาร ฉะนั้น ทวิปัญจวิญญาณจึงมี ๑๐

การที่จิตใจจะเกิดขึ้นมาได้จำเป็นจะต้องอาศัยปสาทรูป หรือทวิปัญจวิญญาณจะเกิดขึ้นมาได้จะต้องอาศัยปสาทรูป ๕ นั้น ทวารดังกล่าวนี้เรียกว่า อุปัตติทวาร

และการที่เรียกว่า อุปปัตติทวาร ก็เพราะว่า ปสาทรูปทั้ง ๕ นี้ เป็นช่องทางให้เกิดขึ้นซึ่งปัญจทวารวิถี หรืออุดหนุนให้ทวิปัญจวิญญาณจิตอุบัติขึ้นมาเพื่อทำงานได้นั่นเอง เหตุนี้จึงเห็นได้ว่า ปสาทรูปทั้ง ๕ เป็นการให้ช่องทางอุบัติขึ้นมาของทวิปัญจวิญญาณจิต แล้วการเกิดขึ้นทวิปัญจวิญญาณนี้ เรียกว่า อุปปัตติทวาร นี้ประการหนึ่ง

อีกประการหนึ่ง การแสดงออกของจิตนั้น มิได้แสดงออกทางตา หู จมูก ลิ้น กาย อันเป็นประตูที่จิตจะขึ้นวิถีทำการเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้รู้รส ได้รับสัมผัสทางกาย ที่เรียกกันว่า อุปปัตติทวารนี้เท่านั้น เพราะว่ายังมีทางที่จิตแสดงออกซึ่งพฤติกรรมต่างๆ ได้จากทางอื่นๆ เราเรียกว่าประตูคือทวารเหมือนกัน ได้แก่ กรรมทวาร

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ต.ค. 2549 , 08:51:03 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

ร่างกายของสัตว์ทั้งหลายที่มิใช่ซากศพก็ย่อมจะแสดงกิริยาอาการหรือเคลื่อนไหวไปมาได้ และแสดงออกทางวาจาเป็นถ้อยคำต่างๆ ได้

การแสดงออกทางกายก็ดี หรือการแสดงออกทางวาจาก็ดี ก็มิใช่ว่าจะแสดงออกไปเฉยๆ เท่านั้น เพราะว่าจะเป็นไปตามอำนาจของเจตนาหรือความปรารถนาของจิตใจ เช่น เดินท่าทางอย่างไร จะเลี้ยวซ้ายหรือขวาไปทางไหน หรือจะพูดจาออกเสียงสูงเสียงต่ำอย่างไร รูปที่แสดงออกมาทุกๆ รูปเป็นรูปที่มีความหมายอยู่ในใจ

ด้วยเหตุดังนี้ การเคลื่อนไหวกายหรือการกล่าวถ้อยคำจึงเป็นบาปหรือเป็นบุญก็ได้ เช่น เดินไปฆ่าสัตว์ หรือเดินไปใส่บาตร การกล่าววาจาด่าทอ หรือกล่าวแต่เรื่องที่เป็นศีลธรรม ถ้าจิตใจไม่สั่งรูปทั้งหลายก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้

รูปที่เป็นไปต่างๆ ที่จิตใจสั่งให้เกิดขึ้นทางกายนั้น ในทางธรรมะเรียกว่า กายวิญญัติรูป และรูปที่เกิดขึ้นทางวาจานั้นในทางธรรมะเรียกว่า วจีวิญญัติรูป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ต.ค. 2549 , 08:51:36 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

วิญญัติรูป เป็นรูปที่จิตใจสั่งหรือเป็นรูปที่เกิดขึ้นได้ด้วยอำนาจของจิตใจ ถ้าจิตใจมิได้สั่งแล้ว วิญญัติรูปก็จะบังเกิดขึ้นมาไม่ได้ ดังนั้นรูปที่เกิดขึ้นมาดังกล่าวนี้ จึงเรียกว่า กายกรรม กับ วจีกรรม และกายกรรมกับวจีกรรม หรือวิญญัติรูปทั้ง ๒ นี้ จึงได้ชื่อว่า กรรมทวาร

กรรมทวารจึงเป็นประตูสำหรับเกิดบาปหรือเกิดบุญได้ เพิ่มขึ้นอีก ๒ เมื่อรวมกับ อุปปัตติทวาร ๕ ดังกล่าวมาแล้ว จึงมี ๗ ด้วยกัน

รูปทั้งหมดนั้นมีอยู่ ๒๘ รูปด้วยกัน ฉะนั้น เมื่อเอารูปที่เรียกว่า อุปปัตติทวาร ๕ กับกรรมทวาร ๒ ไปหักแล้ว ก็คงเหลืออีก ๒๑ รูป รูปทั้ง ๒๑ รูปนี้ไม่อยู่ในฐานะที่จะเป็นทวารหรือประตูที่จะให้จิตเกิดวิถี หรือมิได้เป็นกายกรรมและวจีกรรมได้เลย จึงได้ชื่อว่า อทวารรูป เป็นรูปที่เรียกว่าทวารไม่ได้ และอทวารรูปทั้งหลายดังกล่าวนั้น จะไม่ก่อให้เกิดบาปหรือบุญขึ้นมาได้แต่ประการใดเลย

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ต.ค. 2549 , 08:52:17 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

มาศึกษาเพื่อทำความเข้าใจเรื่องทวาร ทั้งอุปปัตติทวาร ๕ กับกรรมทวาร ๒

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ต.ค. 2549 , 09:49:30 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 5

มาศึกษาต่อค่ะ

กราบขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะที่ช่วยเสริมสร้างปัญญาให้

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 ต.ค. 2549 , 13:42:59 น.] ( IP = 202.6.107.59 : : 172.16.249.222, 202.6.107.59 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org