มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๒๐)






สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๒๐)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

อธิบายคู่ที่ ๔ อินทรียรูป กับ อนินทรียรูป

อินทรียรูป ได้แก่ รูปที่ครองความเป็นใหญ่ หรือความเป็นผู้ปกครอง ในหน้าที่การงานของตน

ตามธรรมดาในธุรกิจการงานทั้งหลายที่ต้องอาศัยบุคคลหลายคนช่วยกันทำ ก็จำเป็นที่จะต้องมีหัวหน้าผู้ควบคุมดูแล สั่งการและรับผิดชอบงานนั้นๆ เช่น หัวหน้ากอง หัวหน้าแผนก และผู้จัดการบริษัทห้างร้าน เป็นต้น

หัวหน้าปกครองหรือดูแลการงานนั้น นับว่าเป็นคนสำคัญ เพราะถ้าขาดท่านผู้นี้ไปเสียแล้ว การงานก็จะโยกคลอนหวั่นไหว ดำเนินกิจการงานไปไม่ได้ แล้วก็จะต้องสลายตัวเองออกไปอย่างแน่นอน

ร่างกายของสัตว์ทั้งหลายก็มิได้ต่างอะไรกัน ร่างกายของสัตว์ทั้งหลายมีมากมายหลายส่วนด้วยกัน แต่ละชิ้นส่วนเหล่านั้นก็ย่อมจะร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน กระทำหน้าที่การงานของตนจนบรรลุความสำเร็จโดยไม่ก้าวก่ายกันเลย แต่ชิ้นส่วนทั้งหลายเหล่านั้นก็จะต้องมีหัวหน้า หรือที่เรียกกันว่าเป็นผู้ปกครอง หรือผู้เป็นใหญ่ในกลุ่มหรือในหมู่ของตน หาไม่แล้วการงานนั้นก็จะดำเนินไปไม่ได้เลย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 ต.ค. 2549 , 07:35:13 น.] ( IP = 58.9.95.198 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

หัวหน้า หรือผู้เป็นใหญ่ เป็นผู้ปกครองในกลุ่มดังกล่าวนี้ เรียกชื่อตามหลักธรรมว่า อินทรียรูป ซึ่งได้แก่รูปที่เป็นใหญ่เป็นผู้ปกครอง แล้วรูปเหล่านี้ก็ตั้งอยู่ในร่างกายของสัตว์ทั้งหลายนั่นเอง มีทั้งหมดด้วยกัน ๓ กลุ่ม รวมเป็น ๘ รูปด้วยกัน คือ

๑. ปสาทรูปมี ๕ ได้แก่

๑. จักขุปสาทรูป เป็นใหญ่ในการรับรูปารมณ์
๒. โสตปสาทรูป เป็นใหญ่ในการรับสัททารมณ์
๓. ฆานปสาทรูป เป็นใหญ่ในการรับคันธารมณ์
๔. ชิวหาปสาทรูป เป็นใหญ่ในการรับรสารมณ์
๕. กายปสาทรูป เป็นใหญ่ในการรับโผฏฐัพพารมณ์

๒. ภาวรูปมี ๒ ได้แก่

๑. อิตถีภาวรูป ความเป็นใหญ่ในการแสดงออกให้ทราบว่าเป็นเพศหญิง
๒. ปุริสภาวรูป ความเป็นใหญ่ในการแสดงออกให้ทราบว่าเป็นเพศชาย

๓. ชีวิตรูป ความเป็นใหญ่ในการรักษากรรมชรูปที่เกิดพร้อมกันกับตนให้ตั้งอยู่ด้วยดี

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 ต.ค. 2549 , 07:35:53 น.] ( IP = 58.9.95.198 : : )


  สลักธรรม 2

สำหรับรูปทั้งหมดนั้นมีอยู่ ๒๘ รูป รูปที่ชื่อว่าอินทรียรูป คือรูปที่เป็นใหญ่เป็นผู้ปกครองมีอยู่ ๘ ดังนั้นเมื่อหักกันแล้ว รูปที่มิได้เป็นใหญ่เป็นผู้ปกครอง หรือที่เรียกภาษาบาลีว่า อนินทรียรูป จึงมี ๒๐ รูป

ปสาทรูป ๕ ที่จัดว่าเป็นอินทรียรูป เมื่อสัตว์ทั้งหลายมีชีวิตขึ้นมา อำนาจของกรรมที่ได้กระทำมาแล้วก็จะมามีบทบาทสำคัญต่อชีวิตในทันที เช่น อำนาจของกรรมผลิตสร้างรูปประสาทตาขึ้นมาเพื่อให้เกิดการรับสัมผัสรูปารมณ์ คือ คลื่นของแสง แล้วจะบังเกิดผล คือ "เห็นรูป" ขึ้นมา เริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา

กรรมชรูปผลิตสร้างประสาทตาขึ้นมาก็หาใช่ว่าจะมีรูปเดียวเท่านั้นก็หาไม่ เพราะจะต้องมีรูปหลายรูปมาร่วมกันทำการงาน เช่น ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม สี และกลิ่น เป็นต้น ซึ่งต่างก็กระทำการงานต่างๆ กัน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 ต.ค. 2549 , 07:36:15 น.] ( IP = 58.9.95.198 : : )


  สลักธรรม 3

แม้ว่า ดิน น้ำ ไฟ ลม สี กลิ่น เป็นต้นนั้น จะมาร่วมทำการงานให้เกิดการ "เห็น" ขึ้นจริง แต่รูปทั้งหลายดังกล่าวมานี้ เป็นรูปชั้นลูกน้อง หาใช่จะเป็นตัวหัวหน้าที่จะทำให้เกิดการ "เห็น" ไม่ หัวหน้าใหญ่ที่ทำให้เกิดการ "เห็น" นั้น เรียกว่า จักขุปสาทคือประสาทตา

ดังนั้น จักขุปสาทรูป จึงเป็นอินทรียรูป รูปที่เห็นใหญ่ เป็นประธานในการ "เห็น" เพราะถ้าขาดรูปนี้แล้ว ก็จะเกิดการ "เห็น" ไม่ได้เลย

สำหรับรูปอื่นๆ เช่น โสตปสาทรูป ฆานปสาทรูป ชิวหาปสาทรูป และกายปสาทรูปนั้น ก็อธิบายได้โดยทำนองเดียวกัน จึงของดเสีย ขอให้ท่านผู้ศึกษาพิจารณาเทียบเคียงเอาจากจักขุปสาทรูปก็พอจะเข้าใจได้

ภาวะ ๒ รูป ที่จัดว่าเป็นอินทรียรูป นอกจากปสาทรูป ๕ แล้ว ยังมีภาวรูปอีก ๒ คือ อิตถีภาวรูป และปุริสสภาวรูป อันได้แก่รูปที่แสดงออกซึ่งเพศหญิงหรือเพศชาย

เมื่อเรามองดูด้วยสายตาไปยังบุคคลที่อยู่ตรงหน้า เราก็จะตอบคำถามได้ในทันทีว่า บุคคลนั้นเป็นหญิงหรือเป็นชาย แม้ใครจะมาว่าไม่ใช่ เราก็จะทุ่มเถียงเสียงดังว่า "ใช่"

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 ต.ค. 2549 , 07:38:00 น.] ( IP = 58.9.95.198 : : )


  สลักธรรม 4

เราเห็นหญิงหรือชายได้ด้วยสายตาหรือ? เราเห็นส่วนไหนหรือที่ใดเล่า?

แน่นอนทีเดียว ใครๆ ก็คิดว่าเราเห็นหญิงหรือชายได้ด้วยตา

แต่แท้จริง ความเป็นหญิงหรือชายนั้นมิได้อยู่ตรงส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายปรมาณูที่เป็นหญิงหรือชายนั้นแฝงอยู่ทั่วสรรพางค์กาย แม้ที่ผม ที่เล็บ และอวัยวะที่อยู่ภายในที่เห็นด้วยการมองดูเฉยๆ ไม่ได้

และไม่ต้องสงสัยเลย ตาของเราไม่มีความสามารถที่จะมองเห็นรูปเพศหญิงหรือเพศชายที่อยู่ทั่วร่างกายได้

ถ้าเช่นนั้น เรารู้เพศหญิงเพศชายได้อย่างไร?

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 ต.ค. 2549 , 07:38:35 น.] ( IP = 58.9.95.198 : : )


  สลักธรรม 5

ความจริงเรา "คิด" เอาเท่านั้นเอง แต่เราก็ได้คิดเอาจากสิ่งที่ได้เห็นมาแล้ว ดังนั้น การรู้ว่าเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย จิตเกิดขึ้นตัดสินได้โดยทางมโนทวารวิถี

ตาของเรามีความสามารถเห็นได้แต่สีสันวรรณะ แล้วจิตที่เกิดขึ้นทางมโนทวารจึงตัดสินเป็นหญิงหรือเป็นชายอีกครั้งหนึ่ง

รูปปรมาณูอันแสดงเพศเป็นหญิงหรือเป็นชายนั้นมีอยู่ทั่วสรรพางค์กายดังได้กล่าวแล้ว ด้วยเหตุนี้ เราเห็นตา หรือเราเห็นแม้แต่จมูก เราก็ทราบว่าเป็นหญิงหรือชายได้

รูปปรมาณูที่แสดงความเป็นเพศหญิงหรือเพศชายนั้น ผลิตสร้างขึ้นมาจากอำนาจของกรรมที่เรียกชื่อว่า กรรมชรูป เริ่มตั้งแต่ในขณะปฏิสนธิในครรภ์ของมารดาเป็นต้นมา แล้วก็ผลิตสร้างสืบต่อมาเรื่อยๆ ไปจนกว่าจะถึงแก่ความตาย

รูปปรมาณูนั้นมีมากมายเข้ามาร่วมการงานกัน อันจะทำให้บุคคลเห็นเข้าแล้วทำความเข้าใจได้ว่าเป็นหญิงหรือเป็นชาย แต่รูปปรมาณูเฉพาะเจาะจงที่จะแสดงเพศนั้น เพศหญิงเรียกอิตถีภาวรูป เพศชายเรียกปุริสภาวรูป จึงได้เรียกรูปชนิดนี้ว่า อินทรียรูป เพราะเป็นใหญ่เป็นผู้ปกครอง ส่วนรูปอื่นที่ช่วยการงานอีกหลายรูปนั้น ไม่มีความสามารถที่จะแสดงออกให้รู้ว่าเป็นเพศใดได้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 ต.ค. 2549 , 07:39:05 น.] ( IP = 58.9.95.198 : : )


  สลักธรรม 6

ชีวิตรูป ที่จัดว่าเป็นอินทรียรูป

ชีวิตรูป เป็นรูปที่มีหน้าที่การงานรักษากรรมชรูปที่เกิดพร้อมกันกับตนให้ตั้งอยู่ได้ด้วยดี หรือจะกล่าวว่า ชีวิตรูปนั้นกระทำหน้าที่ยึดโยงรูปทั้งหลาย (กรรมชรูป) ที่เกิดพร้อมกันกับตนนั้นให้ตั้งมั่นอยู่ได้ มิให้สลายตัวไปก่อนถึงเวลาอันสมควร

กรรมชรูปไม่ว่าจะเกิดขึ้นมาเป็นประสาทตา ประสาทหู ที่ตั้งที่อาศัยของจิตคือหทยวัตถุ หรือรูปที่แสดงเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย ที่เรียกว่า ภาวเพศ รูปทั้งหลายเหล่านี้ย่อมจะเกิดย่อมจะสลายตัวไปอยู่เสมอ

เมื่อกรรมชรูปเกิดขึ้นมาแล้วก็จะสลายตัวไป แต่รูปนั้นดับช้ากว่าจิตใจมาก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้สอนเอาไว้ว่า จิตเกิดขึ้น ๑๗ ขณะจิต (หรือ ๕๑ อนุขณะ) แล้วรูปจึงจะดับไปครั้งหนึ่ง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 ต.ค. 2549 , 07:39:22 น.] ( IP = 58.9.95.198 : : )


  สลักธรรม 7

ด้วยเหตุดังนี้เอง ชีวิตรูปจึงควบคุม จึงยึดโยงให้รูปทั้งหลายที่กรรมชรูปผลิตสร้างขึ้นมา ทั้งอยู่และดำเนินการงานไปได้จนครบ ๕๑ อนุขณะ มิให้มันสลายตัวไปเสียก่อนที่จะครบอายุของมัน

เพราะเหตุดังกล่าวมานี้เอง จึงได้จัดชีวิตรูปว่าเป็นอนินทรียรูป เป็นใหญ่เป็นผู้ปกครอง เป็นประธานในการรักษากรรมชรูปให้ดำรงอยู่ และดำเนินกิจการงานไปได้ชั่วอายุขัยของมัน ไม่มีรูปอื่นใดที่จะมามีอำนาจหน้าที่เหมือนดังที่ชีวิตรูปดำเนินการอยู่

รวมความว่า ปสาทรูป ๕ ภาวรูป ๒ ชีวิตรูป ๑ รวมเป็น ๘ รูปด้วยกัน เพียง ๘ รูปนี้เท่านั้นที่เรียกว่า อินทรียรูป รูปที่เป็นใหญ่ รูปที่เป็นผู้ปกครอง รูปที่เป็นประธานในการรักษาให้บรรดารูปทั้งหลายที่เกิดร่วมกันกับตนดำรงอยู่และทำงานไปได้ตลอดอายุของรูป

สำหรับรูปที่เหลืออีก ๒๐ รูปนั้นไม่ใช่อินทรียรูป จึงได้ชื่อตรงกันข้ามว่า อนินทรียรูป

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 ต.ค. 2549 , 07:39:40 น.] ( IP = 58.9.95.198 : : )


  สลักธรรม 8

มาทำความเข้าใจคุณลักษณะของรูปต่อค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 ต.ค. 2549 , 09:21:46 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 9

จะติดตามอ่านต่อไปครับ

โดย pop (pop) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 ต.ค. 2549 , 20:50:21 น.] ( IP = 58.9.104.6 : : )


  สลักธรรม 10

มาศึกษาต่อค่ะ

กราบขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะที่ช่วยเสริมสร้างปัญญาให้


โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ต.ค. 2549 , 11:48:18 น.] ( IP = 202.6.107.59 : : 172.16.249.222, 202.6.107.59 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org