ทุกชีวิต ไม่ว่าคนไม่ว่าสัตว์มิได้มีเพียงเฉพาะชีวิตนี้ คือ มิได้มี
เพียงชีวิตในชาตินี้ชาติเดียว แต่ทุกชีวิตมีทั้งชีวิตในชาติอดีต
ชีวิตในชาติปัจจุบัน และชีวิตในชาติอนาคต ชีวิตนี้น้อยนัก
นั้นหมายถึง ชีวิตในชาติปัจจุบันน้อยนัก...สั้นนัก
ชีวิต คือ อายุ ชีวิตในปัจจุบันชาติของแต่ละคน
อย่างยืนนานที่สุดก็เกินร้อยปีได้ไม่เท่าไร ซึ่งก็ดูราวเป็น
อายุที่ไม่ยืนมากนัก แม้ไม่นำไปเปรียบเทียบกับชีวิตที่ต้องผ่านมา
แล้วในอดีตที่นับชาติไม่ถ้วนนับปีไม่ได้ และชีวิตที่จะต้องเวียนวน
เกิดตายต่อไปอีกในอนาคตที่จะนับภพชาติไม่ถ้วน นับปีไม่ได้อีกเช่นกัน
ที่ปราชญ์ท่านว่า 'ชีวิตนี้น้อยนัก' นั้น ท่านมุ่งให้เปรียบชีวิตนี้กับ
ชีวิตในอดีตที่นับชาติไม่ถ้วน และชีวิตในอนาคตที่จะนับชาติไม่ถ้วน
อีกเช่นกัน สำหรับผู้ไม่ยิ่งด้วยปัญญา ไม่สามารถพาตนให้พ้นทุกข์
สิ้นเชิงได้
ทุกชีวิต...ก่อนแต่จะได้มาเป็นคน เป็นสัตว์ อยู่ในปัจจุบันชาติ
ต่างเป็นอะไรต่อมิอะไรมาแล้วมากมาย แยกออกไม่ได้ว่า...มีกรรมดี
กรรมชั่วอะไรบ้าง ทำกรรมใดก่อน ทำกรรมใดหลัง และทั้งกรรมดี
กรรมชั่วที่ทำไว้ในชาติอดีตทั้งหลาย ย่อมมากมายเกินกว่าที่ได้มา
กระทำในชาตินี้ ในชีวิตนี้อย่างประมาณมิได้
กรรมดีกรรมชั่วทั้งหลายเหล่านั้น ย่อมให้ผลตรงตามเหตุทุกประการ
แม้ว่าผลจะไม่อาจเกิดขึ้นพร้อมกันทุกสิ่งทุกอย่าง และไม่อาจเรียงลำดับ
ตามเหตุที่ได้กระทำแล้วก็ตาม แต่ผลทั้งหลายย่อมเกิดแน่ แม้เหตุได้กระทำแล้ว
เมื่อมีเหตุย่อมมีผล เมื่อทำเหตุย่อมได้รับผลและผลย่อมตรงตามเหตุเสมอ
ผู้ใดทำผู้นั้นจักเป็นผู้ได้รับผลเที่ยงแท้แน่นอน เมื่อใดกำลังมีความสุข
ไม่ว่าผู้กำลังมีความสุขนั้นจะเป็นเราหรือเขา เมื่อนั้นพึงรู้ความจริงว่าเหตุดี
ที่ได้ทำไว้แน่กำลังให้ผล ผู้ทำเหตุดีนั้นกำลังเสวยผลแห่งเหตุนั้นอยู่
แม้ปุถุชนจะไม่สามารถหยั่งรู้ให้เห็นแจ้งได้ ว่าทำเหตุดีหรือกรรมดีใดไว้
แต่ก็พึงรู้ พึงมั่นใจว่า เหตุแห่งความสุขที่กำลังได้เสวยผลอยู่เป็นเหตุดีแน่
เป็นกรรมดีแน่ ผลดีเกิดแต่เหตุดีเท่านั้น ผลดี...ไม่มีเกิดแต่เหตุไม่ดีได้เลย
เมื่อใดกำลังมีความทุกข์ความเดือนร้อน ไม่ว่าผู้กำลังมีความทุกข์ความเดือด
ร้อนนั้น จะเป็นเราหรือเป็นเขา เมื่อนั้นพึงรู้ความจริง ว่าเหตุไม่ดีที่ได้ทำไว้แน่
กำลังให้ผล ผู้ทำเหตุไม่ดีกำลังเสวยผลแห่งเหตุนั้นอยู่
แม้ปุถุชนจะไม่สามารถหยั่งรู้ให้เห็นแจ้งได้ ว่าทำเหตุไม่ดีหรือกรรมไม่ดีใดไว้
แต่ก็พึงรู้พึงมั่นใจว่าเหตุแห่งความทุกข์ความเดือนร้อนที่กำลังได้เสวยอยู่
เป็นเหตุไม่ดีแน่ เป็นกรรมไม่ดีแน่ ผลไม่ดีเกิดแต่เหตุไม่ดีเท่านั้น ผลไม่ดี
ไม่มีเกิดแต่เหตุดีได้เลย
เมื่อใดมีความคิดว่าเราไม่ดีไม่ได้ดี หรือเขาทำดีไม่ได้ดี ก็พึงรู้ว่าเมื่อนั้นกำลัง
หลงคิดผิดจากความจริง กำลังเข้าใจผิดจากความจริง...ทำดีต้องได้ดีเสมอ
ไม่มียกเว้นด้วยเหตุผลใดทั้งสิ้น
เมื่อใดมีความคิดว่าเราทำไม่ดีแต่กลับได้ดี หรือเขาทำไม่ดีแต่กลับได้ดี ก็พึงรู้
ว่าเมื่อนั้นกำลังหลงคิดผิดจากความจริง กำลังเข้าใจผิดจากความจริง...ทำไม่ดี
ต้องได้ไม่ดีเสมอ ไม่มียกเว้นด้วยเหตุผลใดทั้งสิ้น
ชีวิตในชาตินี้ชาติเดียวย่อมน้อยนัก เมื่อเปรียบกับชีวิตในอดีตชาติ ซึ่งนับจำนวน
ชาติหาถ้วนไม่ ดังนั้นกรรม...คือ การกระทำที่ทำในชีวิตนี้ในชาตินี้ชาติเดียวจึงน้อย
นัก เมื่อเปรียบกับกรรมหรือการกระทำที่ทำไว้แล้วในอดีตชาติ อันนับจำนวนชาติไม่ถ้วน
การเขียนหนังสือด้วยปากกาหรือดินสอ ลงบนกระดาษแผ่นเดียวนั้น เขียนลงครั้ง
แรกก็ย่อมอ่านออกง่าย อ่านเข้าใจง่าย แต่ยิ่งเขียนทับเขียนซ้ำลงไปบนกระดาษแผ่น
เดียวกันนั้น ตัวหนังสือย่อมจะทับกันยิ่งขึ้นทุกที การอ่านก็จะยิ่งอ่านยากขึ้นทุกที
จนถึงอ่านไม่ออกเลย ไม่เห็นเลยว่าเป็นตัวหนังสือ จะเห็นแต่รอยหมึกหรือรอยดินสอ
ทับกันไปมาเป็นสีสันเท่านั้น ให้เพียงรู้เท่านั้นว่าได้มีการเขียนลงบนกระดาษแผ่นนั้น
หาอ่านรู้เรื่องไม่ และหาอาจรู้ได้ว่าเขียนอะไรก่อนเขียนอะไรหลัง นี้ฉันใด การทำกรรม
หรือการทำดีทำชั่วก็ฉันนั้น ต่างได้ทำกันมานับภพนับชาติไม่ถ้วน ทับถมกันมายิ่งกว่า
ตัวหนังสือที่อ่านไม่ออก หารู้ไม่ว่าได้เขียนอะไรก่อน อะไรหลัง ทำกรรมใดไว้ก็
ไม่รู้ไม่เห็นแยกไม่ออกว่าทำกรรมใดก่อน ทำกรรมใดหลัง ทำดีอะไรไว้บ้าง
ทำไม่ดีอะไรไว้บ้าง มากน้อยหนักเบากว่ากันอย่างไร มาถึงชาตินี้ไม่รู้ด้วยกันทั้งสิ้น
เป็นความซับซ้อนของกรรมที่แยกไม่ออก เช่นเดียวกับความซับซ้อนของตัวหนังสือ
ที่เขียนทับกันไปทับกันมา
**********************
ชีวิตนี้น้อยนัก แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ
เป็นทางแยก จะไปสูงไปต่ำ จะไปดีไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น
พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดีแล้วจงเลือกเถิด ..เลือกให้ดีเถิด
จากส่วนหนึ่งของหนังสือ ' ชีวิตนี้สำคัญนัก ' เทศนาโดย
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก