มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธบูชา (1)




พุทธบูชา (1)
คอลัมน์ กรรมกำหนด

โดย บุญเสมอ แดงสังวาลย์


พระคุณเจ้าให้ข้อสังเกตว่า ฐานใจของบุคคลในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชนบางพวกนั้น มีปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ หรือบรรเทาเบาบางลงไปได้ รวม 4 เรื่องใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ

1. ศรัทธาความเชื่อมั่น มีลักษณะเลื่อนลอยไม่มั่นคงในพระคุณของพระพุทธเจ้า

2. พื้นฐานความคิดดั้งเดิมของความเป็นมนุษย์ หรือความเป็นสัตว์โลก ที่มักใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องวินิจฉัย ตัดสินความผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้ขาดพื้นฐานทางจิต คือ เมตตาธรรม

3. ก่อให้เกิดอาชญากรรมชนิดต่างๆ กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรมทางเพศ ในปัจจุบันจึงเกิดปัญหาที่แก้ไขได้ยาก เช่น ปัญหาโรคเอดส์ที่แพร่หลายไปทั่วโลก

4. การดำรงชีวิตอยู่ด้วยความประมาท

นักปราชญ์ในทางพระพุทธศาสนา ได้นำเอาหลักเกณฑ์ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ในที่ต่างๆ มารวบรวมไว้ในที่เดียวกัน เรียกว่า จตุรารักขกรรมฐาน

กรรมฐานที่จะต้องรักษา และเสริมสร้างให้เกิดขึ้นภายในจิตใจของบุคคล 4 ประการ เพื่อขจัดปัญหาดังกล่าวข้างต้น คือ

1. พุทธานุสติ การตั้งสติระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า

พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้นำเอาพระคุณของพระพุทธเจ้ามาสวดสาธยายยกย่องสรรเสริญด้วยวิธีการต่างๆ เป็นอันมาก พระพุทธคุณที่ควรน้อมใจเชื่อให้เป็นฐานใจ คือ

หลักของพระพุทธคุณ 9 ประการ บางทีเรียกว่า นวหรคุณ มีการสวดสาธยายกันในหมู่พุทธศาสนิกชน ขึ้นต้นด้วยอิติปิโสภควา เป็นต้น ซึ่งแปลเป็นใจความว่า

แม้เพราะเหตุนี้ ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้า

1. อรหํ ทรงเป็นพระอรหันต์

2. สมฺมาสมฺพุทโธ ทรงตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง

3. วิชชาจรณสมฺปนฺโน ทรงสมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะ

4. สุคโต ทรงเป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว

5. โลกวิทู ทรงเป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง

6. อนุตตโร ปุริสทมฺมสารถิ ทรงเป็นสารถีผู้ฝึกคนได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่มีสารถีอื่นจะยิ่งไปกว่า

7. สตฺถาเทวมนุสสานํ ทรงเป็นพระศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

8. พุทโธ ทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน

9. ภควา ทรงเป็นผู้มีโชค ทรงเป็นผู้จำแนกแจกจ่ายธรรม

พระพุทธแต่ละบทเหล่านี้ เป็นคุณสมบัติของพระพุทธเจ้า จึงควรน้อมใจเชื่อว่าพระพุทธคุณทรงเป็นเช่นนั้นจริง

พระองค์ทรงเป็นพระอรหันต์ คือ ทรงหักกรรมแห่งสังสารจักรได้ ทรงไกลจากกิเลส ทรงควรแก่การกราบไหว้บูชา ทรงตรัสรู้ดี ตรัสรู้ชอบ ด้วยพระองค์เองจริง

ยามใดที่เกิดปัญหาข้อข้องใจในหลักธรรมคำสั่งสอน จะสามารถตัดสินวินิจฉัยได้ว่า ข้อนี้พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และแสดงไว้อย่างนี้

เมื่อเรามีปัญญาไม่มากพอที่จะหยั่งวินิจฉัยตัดสินคำสอนเหล่านั้น จึงควรน้อมใจเชื่อ และน้อมนำมาประพฤติปฏิบัติตามหลักที่พระองค์ทรงแสดงไว้ (ยังมีต่อ)

จาก "เรือนใจชาวพุทธ"
...........

โดย "เรือนใจชาวพุทธ" [2 เม.ย. 2545 , 04:35:19 น.] ( IP = 203.170.128.92 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

..ภัยแห่งพระพุทธศาสนาในประเทศไทย (9)
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต ป.ธ.9)



รายงานพิเศษ



ถึงแม้พระพุทธเจ้าไม่อยู่ แต่ถ้าธรรมวินัยที่พระองค์สั่งสอนไว้ยังอยู่ ก็เท่ากับว่าพระพุทธเจ้ายังอยู่เหมือนกัน คือเรายังฟังยังรู้คำสั่งสอนของพระองค์ และเอามาใช้ประพฤติปฏิบัติได้ เพราะฉะนั้น เนื้อตัวแท้ๆ ของพระพุทธศาสนาจึงอยู่ที่พระธรรมวินัยนี้และถ้าเราจะรักษาพระพุทธศาสนาก็ต้องรักษาพระธรรมวินัยไว้ให้ได้

แล้วก็ถามต่อไปอีกว่าพระพุทธเจ้าปรินิพพานนานกว่า 2 พันปีแล้ว พระธรรมวินัยที่เป็นคำสั่งสอนของพระองค์เป็นศาสดาแทนพระองค์นั้น มาถึงเราได้อย่างไรและจะหาพระธรรมวินัยได้ที่ไหน ก็ตอบรวบรัดง่ายที่สุดเลยว่า พระธรรมวินัยนั้นท่านจารึกไว้เป็นพระไตรปิฎก และพระสงฆ์ตั้งแต่พระสาวกรุ่นใกล้ชิดพระพุทธเจ้าได้รักษาสืบทอดกันมา ด้วยการทรงจำ สาธยาย และจารึกไว้ด้วยความไม่ประมาท

เพราะฉะนั้น พระไตรปิฎกจึงเป็นที่บรรจุรวบรวมพระธรรมวินัยไว้ และจึงใช้เป็นหลักในการศึกษาสั่งสอนพระพุทธศาสนาและเป็นมาตรฐานหรือเป็นเกณฑ์ตัดสินว่าอะไรเป็นพระพุทธศาสนาหรือไม่
.........


..พระไตรปิฎกของดั้งเดิมนั้นเป็นภาษาบาลี เรียกว่าเป็นฉบับเถรวาท คือ สืบต่อกันมาตั้งแต่พระสาวกที่ทันเห็นทันฟังพระพุทธเจ้า 500 องค์ ประชุมกันรวบรวมพระธรรมวินัยไว้ เรียกว่าสังคายนาพระธรรมวินัย หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานเพียง 3 เดือน

ประเทศพุทธศาสนาอย่างเมืองไทยนี้ ได้พยายามระวังรักษาพระไตรปิฎกเดิมที่เป็นภาษาบาลีไว้ โดยถือเป็นกิจสำคัญสูงสุดของชาวพุทธ ทั้งฝ่ายคณะสงฆ์และฝ่ายบ้านเมือง ตั้งแต่องค์พระมหากษัตริย์ลงมา ดังเช่นมีการสังคายนาตั้งแต่สมัยล้านนา และครั้งที่กรุงศรีอยุธยาแตกถูกเผาแล้ว เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชกู้ชาติ ตั้งกรุงธนบุรี พระราชกิจสำคัญที่จะฟื้นฟูรักษาพระพุทธศาสนา ก็คือพอจัดบ้านเมืองในด้านการพระศาสนา ก็ทรงให้รวบรวมพระไตรปิฎกจากเมืองเหนือเมืองใต้ ส่งมาหรือคัดลอกส่งมาไว้ที่กรุงธนบุรี

สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เมื่อตั้งกรุงเทพฯ ก็ทรงจัดให้มีการสังคายนาครั้งใหญ่ และจัดตั้งอาคารที่เป็นหอเก็บพระไตรปิฎกไว้เป็นหลักประจำบ้านเมือง ที่วัดพระแก้วในพระบรมมหาราชวัง แม้ในยามที่บ้านเมืองสงบ ซึ่งพระไตรปิฎกก็ยังอยู่เป็นหลักในที่ที่รักษาไว้ เมื่อจะส่งเสริมรักษาพระพุทธศาสนา งานเกี่ยวกับพระไตรปิฎกก็เป็นเรื่องสำคัญของกิจการบ้านเมืองพุทธ ดังที่เมื่อเกิดมีการพิมพ์สมัยใหม่ ในหลวงรัชกาลที่ 5 สมเด็จพระปิยมหาราชก็ทรงให้พิมพ์พระไตรปิฎกบาลี ด้วยอักษรไทย เป็นเล่มหนังสือแล้วทรงส่งไปพระราชทานแก่ประเทศต่างๆ แม้แต่แก่ประเทศฝรั่งชาติตะวันตก

หลังจาก ร.6 สวรรคต ร.7 ก็โปรดฯ ให้พิมพ์พระไตรปิฎกบาลีและคัมภีร์อื่นๆ ถวายอุทิศพระราชกุศล และเป็นราชานุสรณ์ ในรัชกาลปัจจุบัน ร.9 เมื่อคัมภีร์พระไตรปิฎกบาลียังคงอยู่ดีสืบมา ก็ยังมีการทำให้แพร่หลายยิ่งขึ้น โดยมีการตรวจทานที่เรียกว่าการสังคายนาครั้งใหม่ มีการพิมพ์พระไตรปิฎกบาลีเพิ่มขึ้นเป็นหลายฉบับ และพิมพ์คัมภีร์อรรถกถา ฎีกา เป็นต้น ตลอดจนนำเอาพระไตรปิฎกบาลีที่เป็นเล่มหนังสือ เข้าไปลงไว้ในคอมพิวเตอร์เป็นพระไตรปิฎกฉบับคอมพิวเตอร์กันแล้วหลายฉบับ.........


.จากพระไตรปิฎกบาลีของเดิมนั้น ในประเทศของเราก็ได้มีการแปลเป็นภาษาไทย แล้วพิมพ์เป็นชุดเรียกว่าพระไตรปิฎกภาษาไทย ซึ่งเริ่มมีตั้งแต่ฉบับ พ.ศ.2500 หรือฉบับฉลอง 25 พุทธศตวรรษ สำหรับใช้ประกอบในการศึกษาพระธรรมวินัย เพราะคนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้ภาษาบาลี ต้องศึกษาผ่านคำแปลที่เป็นภาษาไทย แต่ตัวแท้ก็ยังเป็นภาษาบาลีตามเดิม

แม้ว่าพระพุทธศาสนาจะแพร่ขยายไปในประเทศต่างๆ หลังจากเวลาผ่านมายาวนาน เกิดพระพุทธศาสนาแบบที่แยกออกไปเป็นมหายาน แต่ก็รู้กันว่าจะหาคำสอนเดิมแท้ของพระพุทธเจ้าเท่าที่มี ก็ต้องมาที่พระไตรปิฎกบาลี ดังที่ในประเทศญี่ปุ่นเวลานี้พระญี่ปุ่นมหายานก็รู้กันว่า เมื่อศึกษาพระพุทธศาสนาพึงศึกษาพระธรรมวินัยดั้งเดิมในพระไตรปิฎกบาลี เช่นที่มีในเมืองไทยนี้เป็นพื้นฐาน

ชาวพุทธจะต้องรูจักใช้พระธรรมวินัยในพระไตรปิฎก เป็นหลักเป็นเกณฑ์เป็นมาตรฐาน ในการตัดสินคำสอน คำอธิบายความเชื่อถือ และการประพฤติปฏิบัติในพระพุทธศาสนา

ถ้าเกิดมีการถกเถียงขึ้นว่า อันไหนเป็นพระพุทธศาสนา อันนี้เป็นพระพุทธศาสนาหรือไม่ เรื่องนั้นๆ พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่าอย่างไร ก็ต้องมาจบกันที่พระไตรปิฎกเป็นเครื่องวินิจฉัย ถ้าใครถามว่านิพพานเป็นอย่างไร เขาอาจตอบว่าฉันไม่รู้ เพราะฉันยังไม่บรรลุนิพพาน แต่ถ้าเขาถามว่า นิพพานตามหลักพระพุทธศาสนาเป็นอย่างไร? ถึงเราจะไม่บรรลุนิพพาน ก็ตอบได้ทันทีว่า นิพพานเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ตามหลักพระธรรมวินัยในพระไตรปิฎก คือยกเอาคำตอบจากพระไตรปิฎกมาตอบได้เลย

แม้แต่ที่เขาถามสั้นๆ ว่า นิพพานคืออะไร นิพพานเป็นอย่างไร ถ้าเรารู้จักตอบก็บอกเขาได้ว่าตามหลักพระพุทธศาสนาพระไตรปิฎกบอกว่าพระพุทธเจ้าสอนว่านิพพานเป็นอย่างนี้ๆ ถ้ารู้จักหลักฐานที่มาและรู้จักตอบอย่างนี้ เราก็ช่วยรักษาพระพุทธศาสนาได้

ภัยแห่งพระพุทธศาสนาที่ใครก็ตามกระทำต่อพระธรรมวินัยนี้ ถือว่าเป็นภัยที่ร้ายแรงที่สุด การทำร้าย อาจมาในรูปของการทำพระธรรมวินัยให้วิปริต ซึ่งร้ายแรงกว่าการประพฤติวิปริตจากพระธรรมวินัย การอ้างหลักฐานด้วยการดัดแปลงแทรกเสริมปลอมปน การทำลายความเชื่อถือต่อพระธรรมวินัยและพระไตรปิฎกด้วยวิธีหลอกลวง

การทำให้ประชาชนเข้าใจสับสนไขว้เขวและหลงประเด็น เช่น สับสนระหว่างหลักการกับความคิดเห็นของบุคคล และระหว่างหลักฐานหรือข้อมูลเดิมกับการตีความ เป็นต้น ให้ตลอดจนทำให้สับสนถึงขั้นที่เหมือนกับว่าในพระพุทธศาสนาไม่มีหลักเกณฑ์อะไรจะตัดสินแล้วแต่ใครจะคิดเห็นอย่างไร ซึ่งในระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมา ได้มีขึ้นบ่อยครั้ง บางทีถึงกับทำแอบแฝงในรูปแบบที่ล่อหลอกให้เห็นว่าเป็นวิชาการ ชาวพุทธจึงต้องฝึกตัวให้รู้เท่าทันและชี้ความเป็นเท็จให้ถูกจุด
..........


..ย้ำอีกครั้งว่า พระธรรมวินัยเป็นเนื้อเป็นตัวของพระพุทธศาสนา ตัวแท้ของพระพุทธศาสนาอยู่ที่พระธรรมวินัย จะรักษาพระพุทธศาสนาก็ต้องรักษาพระธรรมวินัย และยึดเอาพระธรรมวินัยเป็นหลักเป็นเกณฑ์ของพระพุทธศาสนา .........

โดย พระธรรมปิฎก [2 เม.ย. 2545 , 04:42:15 น.] ( IP = 203.170.128.92 : : )


  สลักธรรม 2

ฝาก

โดย ฝาก [23 เม.ย. 2545 , 03:28:05 น.] ( IP = 62.30.233.244 : : 62.30.233.244 )


  สลักธรรม 3

5648

โดย 55 [23 เม.ย. 2545 , 04:13:53 น.] ( IP = 62.30.233.244 : : 62.30.233.244 )


  สลักธรรม 4

ม่ายเห็นมีอารายเลย ก็เรามันเด็กรุ่นใหม่อะนะ แต่เราก็ท่องบทนึงได้นะ โรงเรียนเราสอน เก่งปะหละม่ายต้องดูบทด้วย

โดย สุกฤตา หาญเมตตา จ๋า - [9 พ.ย. 2547 , 21:18:03 น.] ( IP = 210.203.183.32 : : )


  สลักธรรม 5

โธ่อ้ะนะครูสอนรัยไม่รุ้เรื่องเราก้อโรงเรียนเดียวก่าเธอน่านละ

โดย ตุ๊กตา [9 พ.ย. 2547 , 21:24:28 น.] ( IP = 202.57.185.37 : : )


  สลักธรรม 6

เราทามม่ายด้าย

โดย จ๋า [9 พ.ย. 2547 , 21:27:00 น.] ( IP = 210.203.183.32 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org