มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๒๖)






สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๒๖)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

คู่ที่ ๑๐ โคจรคาหิกรูป กับ อโคจรคาหิกรูป

โคจรคาหิกรูปนี้ ในบางแห่งก็เรียกว่า โคจรักคาหิกรูป และบางแห่งก็เรียกโคจรักคาหกรูป เรียกชื่อหลายอย่าง แต่มีความหมายเหมือนกันทั้งหมด

โคจรคาหิกรูป ได้แก่ รูปที่สามารถมากระทบอารมณ์ทางปัญจทวารได้ คือรับอารมณ์ทางประตูทั้ง ๕ ได้ ได้แก่ ปสาทรูป ๕ หรือประสาททั้ง ๕ มีประสาทตา หู จมูก ลิ้น และประสาทกาย

ปสาทรูป ๕ ดังกล่าวนี้ มีความใส และมีความสามารถในการรับปัญจารมณ์ได้
รูปทั้งหมดมีอยู่ ๒๘ รูป เป็นปสาทรูป สามารถรับปัญจารมณ์ได้ ๕ รูป
เอาปสาทรูป ๕ หักออกจาก ๒๘ คงเหลืออีก ๒๓ รูป
รูปที่เหลือทั้ง ๒๓ รูปเหล่านี้ ไม่มีความสามารถในการรับปัญจารมณ์ได้แม้แต่รูปเดียว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 พ.ย. 2549 , 07:25:05 น.] ( IP = 58.9.94.157 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

โคจรคาหิกรูป ซึ่งได้แก่ปสาทรูป ๕ ดังกล่าวแล้ว มีความสามารถรับกระทบอารมณ์ได้แต่ละทวารไปไม่สับกันเลย หรือสับกันไม่ได้เลยเป็นอันขาด คือ

ประสาทตา รับกระทบคลื่นของแสงที่สะท้อนจากสิ่งต่างๆ เข้ามากระทบตา

ประสาทหู รับกระทบเสียงอันได้แก่ความสั่นสะเทือนของอากาศ

ประสาทจมูก รับกระทบกลิ่นที่มากับลม

ประสาทลิ้น รับกระทบรสต่างๆ อันผสมอยู่ในน้ำ

ประสาทกาย รับกระทบเย็น ร้อน อ่อน แข็ง ที่กระทบถูกทางกาย

ที่ว่าสับกันไม่ได้นั้นก็คือ เสียงจะมากระทบตาแล้วทำให้เห็นไม่ได้ หรือกลิ่นจะมากระทบกาย ให้กายรู้สึกกลิ่นก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 พ.ย. 2549 , 07:26:28 น.] ( IP = 58.9.94.157 : : )


  สลักธรรม 2

อนึ่ง โคจรคาหิกรูปอันสามารถรับปัญจารมณ์ได้นั้น จำแนกออกไปเป็นอีก ๒ อย่างคือ

อสัมปัตตโคจรคาหิกรูป หมายถึง รูปนี้มีความสามารถ หรือว่ารับกระทบอารมณ์ที่ยังมาไม่ถึงตนได้ และอารมณ์ที่มาไม่ถึงตน แต่ก็เป็นตัวการรับกระทบได้นั้น มีอยู่ ๒ รูป ได้แก่ จักขุปสาทรูป และโสตปสาทรูป

สัมปัตตโคจรคาหิกรูป หมายถึง เป็นรูปที่สามารถรับแต่เฉพาะอารมณ์ที่มาถึงตนได้เท่านั้น มีอยู่ ๓ รูป คือ ฆานปสาทรูป ชิวหาปสาทรูป และกายปสาทรูป

อสัมปัตตโคจรคาหิกรูป กับ สัมปัตตโคจรคาหิกรูป นั้น เป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่แสดงถึงสัพพัญญูของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้พระองค์จะได้แสดงมาแล้วเกินกว่า ๒,๕๐๐ ปี คำสอนของพระองค์ก็ทันสมัยอยู่เสมอ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 พ.ย. 2549 , 07:27:00 น.] ( IP = 58.9.94.157 : : )


  สลักธรรม 3

ปัจจุบันนี้ นักวิชาการทั้งหลายได้ค้นคว้ากันมามากมาย และนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายยอมรับนับถือกันโดยทั่วไปในเวลาที่ไม่นานมานี้เอง นั่นก็คือ

คลื่นของแสงที่สะท้อนจากวัตถุเข้ามากระทบตานั้น หาใช่ว่า เมื่อแสงมาตกลงที่เลนส์และที่จุดรูเข็มนั้น จะกระทบกับระบบประสาทตา แล้วก่อให้เกิดความรู้สึกเห็นได้ไม่

หากแต่จะต้องมีขบวนการทำงานอีกหลายอย่าง มีไฟฟ้าและวัตถุเคมีที่ต่อๆ กันเข้าไปถึงภายในด้วย หลังจากนั้น ความรู้สึก "เห็น" จึงจะเกิดขึ้นมาได้

และเสียง คือคลื่นแห่งความสั่นสะเทือนของอากาศนั้นก็โดยทำนองเดียวกัน หาใช่ว่า คลื่นของเสียงจะเข้าไปกระทบกับประสาทหูแล้วจึงได้ยินก็หาไม่

ความสั่นสะเทือนจะเป็นสันตติต่อๆ กันเข้าไปต่างหาก เช่น เยื่อหูสั่นสะเทือน แล้วจึงไปกระเทือนถึงกระดูกรูปค้อน รูปทั่ง กระดูกรูปโกลน ตลอดไปจนกระเทือนถึงแอ่งน้ำเล้วหลังจากนี้จึงจะรู้สึกได้ยิน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 พ.ย. 2549 , 07:27:32 น.] ( IP = 58.9.94.157 : : )


  สลักธรรม 4

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ได้แสดงว่า รูปารมณ์อันได้แก่คลื่นของแสงนั้นเป็นสันตติคือสืบต่อกันเข้า หาใช่คลื่นของแสงไปกระทบจักขุปสาทโดยตรงไม่

ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงได้แสดงถึงว่า จักขุปสาทรูปนั้น มีความสามารถรับรูปารมณ์ที่มาไม่ถึงตน และโสตปสาทรูปก็เป็นรูปที่มีความสามารถรับสัททารมณ์ที่มาไม่ถึงตนเหมือนกัน คือเป็นอสัมปัตตโคจรคาหิกรูปทั้ง ๒ ทวาร

ส่วนฆานปสาทรูป ชิวหาปสาทรูป และกายปสาทรูปนั้น เป็นรูปที่มีความสามารถรับกระทบอารมณ์ที่มาถึงตนได้ เช่น กลิ่นเหม็นหรือหอม ก็มีความสามารถมากระทบกับฆานปสาทรูป หรือเย็นร้อน ก็สามารถกระทบกับกายปสาทโดยตรงได้

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์มิได้แสดงโดยละเอียดพิสดารในเรื่องของชีวิตทั้งหมด หากว่าเรื่องราวเหล่านั้นมิได้เป็นไปเพื่อความหลุดพ้นทุกข์ ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงมิได้แสดงว่า คลื่นแสงเข้าไปกระทบประสาทตาโดยต่อกันเข้าไปอย่างไร คลื่นของเสียงจะก่อความสั่นสะเทือนกันต่อไปเป็นชั้นๆ ประการใด

อย่างไรก็ดี พระองค์ก็สอนโดยละเอียดพิศดาร ถ้าหากว่าจะเป็นเหตุให้ผู้ศึกษาเห็นหนทางพ้นจากทุกข์ ได้ ดังนั้น พระองค์จึงสอนเรื่องอารมณ์ที่มากระทบซึ่งเป็นรูป มีรูปารมณ์ คือคลื่นแสง และสัททรมณ์ คือคลื่นเสียง ซึ่งเป็นรูปเหมือนกัน พระองค์สอนอย่างละเอียดว่าเกิดขึ้นมาจากอะไร สืบต่อกันอย่างไรบ้าง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 พ.ย. 2549 , 07:28:13 น.] ( IP = 58.9.94.157 : : )


  สลักธรรม 5

พระองค์สอนเรื่องประสาทตาประสาทหูให้ได้ทราบว่ามันเป็นรูป รู้อารมณ์ไม่ได้ เป็นทวารออกไปสู่ความรู้สึกเห็นและได้ยิน เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ตั้งอยู่ที่ไหน เกิดดับอยู่มากมายประการใด

พระองค์สอนให้ทราบถึงการประจวบของเหตุ อันได้แก่รูปารมณ์ ประสาทตา จักขุวิญญาณ ทำให้ความรู้สึก "เห็น" เกิดขึ้น

พระองค์ทรงสอนให้ทราบถึงการประจวบของเหตุ อันได้แก่สัททารมณ์ ประสาทหู โสตวิญญาณ ทำให้ความรู้สึก "ได้ยิน" เกิดขึ้น

พระองค์สอนให้ทราบถึงความรู้สึก "เห็น" ความรู้สึก "ได้ยิน" แล้วเกิดอารมณ์ต่อๆ กันไปในวิถีจิตต่างๆ ในขบวนการที่เป็นไปทั้งรูปทั้งนาม จนก่อให้จิตเกิดความโลภ โกรธ หลง หรือไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง ขึ้นมา อันจะก่อให้วัฏฏทุกข์เกิดขึ้นต่อๆ ไป

เมื่อพิจารณาดูด้วยดีแล้ว ก็จะเห็นว่า การเดินทางของการงานบางอย่างพระองค์มิได้อธิบายและไม่ยอมเสียเวลาอธิบาย แต่จะอธิบายโดยละเอียดในตอนที่ทุกข์เกิด เพื่อให้ผู้ศึกษาเข้าถึงเหตุผลที่ลึกซึ้ง แล้วจะได้เกิดปัญญา อันเป็นปัญญาที่สามารถบั่นทอนความโง่หลงให้ออกไปจากจิตใจได้ นั่นก็คือชี้หนทางเดินให้ผู้ศึกษาเข้าใจในเรื่องของทุกข์และความพ้นทุกข์ อันเป็นเรื่องสำคัญขั้นสุดยอดของชีวิต

พระองค์ไม่ยอมให้นักปราชญ์รุ่นหลังตำหนิติเตียนได้ จึงได้รวบรัดแสดงแต่เพียงว่า อสัมปัตตโคจรคาหิกรูป อันเป็นรูปที่มีความสามารถรับกระทบกับอารมณ์ที่มาไม่ถึงตนได้ และสัมปัตตโคจรคาหิกรูป อันเป็นรูปที่มีความสามารถรับอารมณ์ที่มาถึงตนเท่านั้น อันเป็นไปจริงๆ ตามสภาวธรรม

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 พ.ย. 2549 , 07:28:44 น.] ( IP = 58.9.94.157 : : )


  สลักธรรม 6

มาศึกษาเรื่องรูปต่อค่ะ

ยิ่งศึกษาก็ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งในพระสัพพัญญุตาญาณที่ทรงทราบรายละเอียดได้หมดทุกอย่าง แม้กระทั่งว่าคลื่นแสง คลื่นเสียงนั้นมีการกระทบกันอย่างไรจึงทำให้การรู้สึกเห็น รู้สึกได้ยินเกิดขึ้นได้...

ขอนอบน้อมกราบสักการบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า


และกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์บุญมีในความกรุณาที่ช่วยเสริมสร้างปัญญาให้ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 พ.ย. 2549 , 12:06:43 น.] ( IP = 58.9.145.50 : : )


  สลักธรรม 7

มาศึกษาเพื่อให้มีความรู้เรื่องรูปที่ถูกต้องต่อค่ะ
กราบของพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 พ.ย. 2549 , 12:13:39 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org