มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๒๘)






สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๒๘)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

กัมมสมุฏฐาน

สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ ไม่มีสิ่งใดเลยแม้แต่สิ่งเดียวที่ปราศจากอำนาจ หรือปราศจากความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นสสารชนิดใด หรือจะเป็นพลังงานของอะไร มันก็ย่อมจะมีอำนาจในตัวของมันเองทั้งนั้น

อย่างน้อยที่สุดมันก็มีความร้อน และความร้อนนี้มันก็จะทำให้เกิดอำนาจ สสารหรือพลังงานนั้นๆ จึงมิได้อยู่นิ่งเฉยๆ แต่เคลื่อนที่และเปลี่ยนแปลงตังเองอยู่ตลอดเวลา

จิตหรือเจตสิกก็เหมือนกัน มันมิได้มีขึ้นมาเฉยๆ หากแต่มันมีอำนาจทำให้เห็นได้ ได้ยินได้ คิดนึกได้ และทำให้รูปเคลื่อนที่ไป เช่นทำให้อิริยาบถยืน เดิน เกิดขึ้นมาเป็นต้น

เจตนา อันได้แก่กรรม ซึ่งก็คือการกระทำทางกาย วาจา ใจ เป็นไปในทางที่ดีบ้าง ในทางที่ชั่วบ้าง ซึ่งเราเรียกว่า บุญหรือบาป ซึ่งสัตว์ทั้งหลายกระทำกันอยู่ทุกๆ วันนั้น แม้ว่ามันจะไม่มีตัวตน สัมผัสถูกต้องไม่ได้ก็จริง แต่มันก็มีอำนาจ หรือมีความสามารถ และมีหลายอย่างด้วย

อย่างหนึ่งก็คือ สามารถเปลี่ยนแปลงรูปได้ และรูปที่เปลี่ยนแปลงไปโดยอำนาจของกรรมนั้น เรียกชื่อว่า กรรมชรูป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 พ.ย. 2549 , 09:04:42 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

กรรมชรูปเกิดจากกรรมในอดีต บังคับรูปที่มีอยู่แล้วให้ผันแปรไปตามแต่จะเป็นกรรมฝ่ายบาปหรือฝ่ายบุญ ทำให้รูปคือ จักขุปสาทะ ประสาทตา โสตปสาทะ ประสาทหู เป็นต้น ดีหรือไม่ดีก็ได้

และทำตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา หรือคลอดออกมาแล้วไปจนกว่าจะถึงแก่ความตาย ไม่ได้มีหยุดเลย

อย่างไรก็ดี อำนาจกรรม คือเจตนานั้น มีความสามารถทำรูป หรือผันแปรให้เป็นรูปใหม่ที่เกิดขึ้นได้ก็จริง แต่ก็หาใช่ว่าจะเป็นเจตนาซึ่งมีอยู่จำนวนมากนั้นทั้งหมดไม่ เจตนาที่ชื่อว่าเป็นกรรมและทำรูปได้มีเพียง ๒๕ เท่านั้นเอง คือ

เจตนาที่เกิดในอกุศลจิต ๑๒ คือ โลภมูลจิต ๘ โทสมูลจิต ๒ และโมหมูลจิต ๒

เจตนาที่เกิดในมหากุศลจิต ๘ คือเป็นญาณสัมปยุตจิต ๔ และญาณวิปปยุตจิต ๔

เจตนาที่เกิดในรูปาวจรกุศล ๕ คือ การทำฌานได้ปฐมฌานขึ้นไปจนถึงปัญจมฌาน

รวมทั้งสิ้นได้แก่กรรม ๒๕

แต่กรรมทั้งหมดมี ๓๓ เหตุใดจึงเอาแต่เพียง ๒๕ เท่านั้น
เพราะเจตนาที่ไม่ทำให้เกิดรูปนั้นมีอยู่ ๘ คือ เจตนาในอรูปาวจรกุศล ๔ และเจตนาในมรรคจิต ๔

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 พ.ย. 2549 , 09:06:42 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

เหตุใดเล่า เจตนาที่เกิดขึ้นทั้ง ๒๕ ประเภทแรก จึงจัดว่าเป็นกรรมที่มีสมุฏฐานทำให้รูปเกิดได้ คือทำรูปได้
และเหตุใดเล่า เจตนาที่เกิดขึ้นทั้ง ๘ ประเภทหลังนี้ จึงมิได้จัดว่าเป็นกรรมที่มีสมุฏฐานทำให้เกิดรูป หรือทำรูปไม่ได้

บรรดาปุถุชนทั้งหลาย ไม่ว่า เปรต อสุรกาย มนุษย์ เทวดา ย่อมจะต้องมีตัณหา คือความยินดีติดใจ

อันความยินดีติดใจนั้นมิได้มีเล็กน้อยชั่วครั้งหนึ่งคราวเดียว หากแต่เกิดอยู่ทุกวี่ทุกวัน และยาวนานมาก คือตั้งแต่เกิดไปจนตายแล้วทุกชาติ ทุกชาติไปจนนับเวลาไม่ได้ด้วยว่าเป็นจำนวนดัน หมื่น หรือแสนชาติมาแล้ว

นอกจากเวลานอนหลับสนิทเท่านั้นที่เรามิได้ดิ้นรนแสวงหาที่จะให้ได้มาซึ่งอารมณ์ต่างๆ ทางตาบ้าง ทางหูบ้าง ทางใจบ้าง เป็นต้น

ตั้งแต่ตื่นนอนลืมตาขึ้นมาในเวลาเช้า จนถึงบัดนี้ เราได้เพียรพยายามที่จะหาอารมณ์ที่ดี ที่ชอบใจ อันเป็นตัณหามาเสียนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ถ้ารวมเป็นปี หรือถ้าจนกว่าจะถึงแก่ความตาย เราก็จะนับมันไม่ไหว

ความปรารถนาจะเห็น ความปรารถนาจะได้ยิน เป็นต้น เกิดขึ้นมาแล้วย่อมจะเป็นกรรมและมีเจตนา ดังนั้นจึงได้ก่อให้เกิดอำนาจขึ้น

เช่นความปรารถนาจะได้เงินได้ทอง เป็นต้น ความปรารถนาอยากได้เงินได้ทองจึงได้สะสมกำลังอำนาจเอาไว้ จึงเป็นผลให้กระทำอะไรๆ เพื่อให้ได้เงินทองมา

ถ้าความปรารถนาเงินทองมีกำลังมากแล้ว ก็กล้าที่จะกระทำได้ทุกอย่างแม้ในการกระทำทุจริตต่างๆ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 พ.ย. 2549 , 09:07:30 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

ด้วยเหตุดังนี้เอง อำนาจแห่งความปรารถนาจะเห็น คือตัณหาที่เกิดทางตาอยู่ทุกวี่ทุกวัน วันละนับครั้งไม่ถ้วน จึงได้สะสมกำลังอำนาจเอาไว้ และกำลังอำนาจนี้มากมายเหลือที่จะประมาณได้

อำนาจแห่งความปรารถนาที่จะได้ยิน คือตัณหาที่เกิดทางหูอยู่ทุกวี่ทุกวัน วันละนับไม่ถ้วน จึงได้สะสมกำลังอำนาจเอาไว้ และกำลังอำนาจนี้มากมายเหลือที่จะประมาณได้

ดังนั้น เมื่อบุคคลใดสิ้นชีวิตลงแล้ว กำลังอำนาจของตัณหาจึงผลักส่งให้เกิดการปฏิสนธิขึ้นมาในภพชาติใหม่ มีชีวิตอีกต่อไปไม่จบสิ้นลงเพียงแค่ความตายในชาตินี้เท่านั้น

อำนาจของเจตนาอันเป็นความปรารถนาที่จะเห็นรูปที่เรียกชื่อว่ากรรม จึงไปสร้างรูป ซึ่งความจริงก็คือไปผันแปรรูปที่มีอยู่แล้วให้เป็นจักขุปสาทะ คือ ประสาทตา ให้ได้เห็นต่อไปอีกในชาติหน้า

ตัวการที่ไปผันแปร หรือไปสร้างรูปขึ้นมาให้เป็นประสาทตานี้ เรียกชื่อว่า กรรมชรูป

อำนาจของเจตนาอันเป็นความปรารถนาที่จะได้ยินเสียงที่เรียกชื่อว่ากรรม จึงไปสร้างรูป ซึ่งความจริงก็คือไปผันแปรรูปที่มีอยู่แล้วให้เป็นโสตปสาทะ คือ ประสาทหู ให้ได้ยินต่อไปอีกในชาติหน้า

ตัวการที่ไปผันแปร หรือไปสร้างรูปขึ้นมาให้เป็นประสาทหูนี้ เรียกชื่อว่า กรรมมชรูป

แล้วกรรมชรูปยังไปสร้างอื่นๆ อีก เช่น ปรมาณูอันเป็นเครื่องแสดงเพศหญิง เพศชาย ที่ปกคลุมอยู่ทั่วร่างกาย เป็นต้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 พ.ย. 2549 , 09:08:20 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

กรรมชรูปเริ่มสร้างตั้งแต่ปฏิสนธิเรื่อยๆไป จนกว่าจะถึงแก่ความตาย
กรรมชรูปก็มีประณีต ดีหรือเลว ก็แล้วแต่กำลังอำนาจของกรรมที่ได้ทำไว้

เจตนาในอกุศลจิตทั้ง ๑๒ ก็หนีรูปไปไม่พ้น เพราะหนีความปรารถนาของรูปไปไม่ได้ สัตว์ทั้งหลายในอบายภูมิ เช่น เปรต อสุรกาย จึงมีประสาทตา ประสาทหู เป็นต้น

เจตนาในมหากุศลจิตทั้ง ๘ ก็หนีรูปไปไม่พ้น เพราะหนีความปรารถนารูปไปไม่ได้ สัตว์ทั้งหลายในมนุษยภูมิ เทวภูมิ คือ มนุษย์และเทวดา จึงมีประสาทตา ประสาทหู เป็นต้น

เจตนาในรูปาวจรกุศลจิต ๕ อันหมายถึงผู้ทำฌานได้ปฐามฌานไปจนถึงปัญจมาฌานเพราะการเพ่งรูป เช่นเพ่งดิน เป็นต้น จึงหนีรูปไปไม่พ้น เพราะหนีความปรารถนารูปไม่ได้ สัตว์ทั้งหลายที่เกิดในพรหมภูมิ จึงได้มีประสาทตา ประสาทหู เป็นต้น

รวมเจตนาดังกล่าวมาแล้ว ๒๕ ประเภท จะต้องทำให้เกิดรูปได้ทั้งในปฏิสนธิกาล ขณะกำลังเกิด และปวัตติกาล ภายหลังจากนั้น

เจตนาโดยตรงหรือโดยปริยายก็ตาม แต่มีกำลังมากที่ไม่ปรารถนารูป กรรมชรูปก็จะไม่เกิด เมื่อไปปฏิสนธิและแม้ภายหลังจากปฏิสนธิแล้วก็ตาม

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 พ.ย. 2549 , 09:08:50 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 5

ส่วนเจตนาในอรูปาวจรกุศล ๔ เป็นกรรมที่เกิดขึ้นโดยอาศัยรูปวิราคภาวนา คือ ปราศจากความยินดีในรูป เช่น เพ่งอากาสนัญจายตนฌาน ความว่างเปล่า เพราะความไม่ปรารถนารูปดังนี้ จึงเกิดอานิสงส์แห่งรูปวิราคะ ท่านผู้นี้ตายลงแล้วจะไปเกิดเป็นอรูปพรหม มีแต่จิต เจตสิกเท่านั้น จะไม่เกิดกรรมชรูปอย่างใดเลย

และมรรคกรรม ๔ เป็นกรรมที่เกิดขึ้นโดยอาศัยวิปัสสนาภาวนา ในขณะที่มรรค ผล นิพพาน เกิดขึ้น กรรมชนิดนี้เป็นกรรมทำลายภพชาติ คือการเกิดใหม่ และกรรมชรูปนี่เองจะเป็นตัวภพตัวชาติ ดังนั้น โลกุตตรกุศลกรรม ๔ นี้ จึงไม่มีความสามารถทำให้เกิดรูปได้ เรียกว่า ไม่ทำให้เกิดกรรมชรูป

อรูปาวจรกุศลกรรม ๔ มรรคกรรมหรือโลกุตรกุศลกรรม ๔ รวม ๘ นี้ เป็นกรรมที่ทำให้รูปเกิดไม่ได้ หรือจะพูดว่า ไม่ทำให้กรรมชรูปเกิดก็ได้

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 พ.ย. 2549 , 09:09:29 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 6

อำนาจของเจตนาที่มีความต้องการเห็น ได้ยิน เป็นต้น จึงเป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้ชีวิตยังต้องเกิดอีกต่อไปไม่จบสิ้น

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 พ.ย. 2549 , 16:44:43 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 7


มาศึกษาเรื่องรูปต่อค่ะ

นับว่าได้ประโยชน์มาเลยค่ะคราวนี้ เพราะหากถามว่าเจตนากรรมที่ไม่ทำให้เกิดกรรมชรูป ก็มักจะตอบแค่เจตนาในอรูปาวจรกุศลกรรม ๔ เท่านั้น
ไม่เคยคิดถึงมรรคกรรมเลย เพราะคิดเพียงแต่ว่ามรรคกรรมเป็นเจตนาที่ไม่ได้ทำให้เกิดการเวียนว่ายตายเกิด
จึงละเลยและไม่ได้นำมากล่าวถึงเลย

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์บุญมีด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 พ.ย. 2549 , 17:38:32 น.] ( IP = 58.9.148.125 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org