มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บรรยากาศการอบรมปฏิบัติธรรม (๑)




บรรยากาศการจัดอบรมปฏิบัติธรรมเพื่อเป็นกุศลผลบุญชีวิต


หลังจากที่ได้รับการติดต่อจากบริษัทแห่งหนึ่งอย่างกระชั้นชิดที่จะนำพนักงานบางส่วนมาปฏิบัติธรรม ณ สำนักงานสาขา ในช่วงวันสุดสัปดาห์ โดยทางบริษัทได้แจ้งวัตถุประสงค์มาว่า "จะให้พนักงานฝึกสมาธิและปฏิบัติธรรมเพื่อเป็นกุศลผลบุญชีวิต" ซึ่งมีจำนวนผู้เข้ารับการอบรมทั้ง ๒๕ ท่าน

อาจารย์บุษกร เมธางกูรและคณะกรรมการฯจึงได้กำหนดวันเวลาที่จะให้การอบรมในครั้งนี้ในวันที่ ๑๑-๑๒ พ.ย. เนื่องจากวันที่ ๑๕ พย. - ๓๐ พ.ย. นั้น สำนักปฏิบัติวิปัสสนาอ้อมน้อยงดรับผู้เข้าปฏิบัติธรรม เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมอาคารต่างๆ ให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อยเหมาะสมแก่การใช้งานในปีต่อไป

ดังนั้น เมื่อวันวานที่ผ่านมาสำนักปฏิบัติวิปัสสนาอ้อมน้อยจึงมีกิจกรรมการจัดอบรมปฏิบัติธรรมส่งท้ายการปิดทำการอย่างน่าภาคภูมิใจที่ได้ใช้สถานที่เพื่อบริการสาธารณกุศลให้แก่ผู้ที่ต้องการและเต็มใจที่จะรับความรู้เพื่อประโยชน์ของชีวิต

โดยในเวลา ๙.๐๐ นาฬิกา อาจารย์บุษกร เมธางกูร ได้กล่าวเปิดการอบรมและให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเบื้องต้นแก่ผู้ปฏิบัติธรรมและผู้สนใจที่เข้าร่วมรับฟัง โดยอธิบายให้ทราบถึงวงจรของชีวิตที่จำเจ วงจรของความทุกข์ที่เกิดขึ้นโดยขาดการพิจารณาจากเจ้าของชีวิต ความสำคัญของพระธรรมที่นำประโยชน์สุขให้เกิดแก่ชีวิต วิธีการเปลี่ยนแปลงความเคยชินในการใช้ภาษาไปสู่บัญญัติธรรมที่มีปรมัตถ์รองรับ

ซึ่งตลอดระยะเวลาสองชั่วโมงนั้นนับเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้เรื่องราวของชีวิตอย่างเข้มข้นด้วยความจริงและตัวอย่างประกอบที่เข้าถึงกิจกรรมประจำชีวิต รวมทั้งการถาม-ตอบเกี่ยวกับแก้ไขปัญหาชีวิตอันเป็นประโยชน์แก่ผู้ฟังอย่างยิ่ง โดยมีรายละเอียดคำบรรยายดังต่อไปนี้

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 พ.ย. 2549 , 17:17:33 น.] ( IP = 58.9.101.135 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

สวัสดีค่ะท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน

ยินดีต้อนรับท่านสู่มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิค่ะ ได้ทราบว่า คณะของท่านเป็นผู้มีจิตศรัทธาต้องการเข้ามาปฏิบัติอบรมจิตใจของตนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

ก่อนอื่นต้องขอชี้แจงให้ทราบถึงความเป็นมาของมูลนิธิให้ทราบก่อนนะคะว่า สถานที่ปฏิบัติแห่งนี้เริ่มสร้างตั้งแต่มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2509 และได้บูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่เสร็จสิ้นไปเมื่อต้นปีนี้ โดยเมื่อก่อนนี้สิ่งก่อสร้างต่างๆ เป็นอาคารไม้ ซึ่งเมื่อผ่านการใช้งานในระยะเวลาที่ยาวนานก็มีการผุพังเสื่อมโทรมไป

ห้องพักที่ท่านได้นำกระเป๋าเสื้อผ้าเข้าไปเก็บไว้ก่อนที่จะเข้ามายังห้องนี้นั้น เป็นเรือนปฏิบัติหลังใหม่ที่สร้างทดแทนอาคารเดิมที่มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาค ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาได้เข้ามาศึกษาตนเอง มากระทำชีวิตตนเองให้ดีกว่าเดิม

ทำไมจึงต้องทำให้ดีกว่าเดิม แล้วปกติชีวิตของเราไม่ดีหรือ?

ต้องบอกว่าชีวิตของเราไร้สาระ เพราะคำว่ามีสาระคือมีประโยชน์ ประโยชน์ก็คือสิ่งที่ทำให้เกิดความเจริญความก้าวหน้า ทำให้จิตใจได้รับความสุข เราจึงต้องทำความเข้าใจก่อนนะคะว่า ประโยชน์แบ่งเป็น ๓ ชนิด คือ ประโยชน์ในปัจจุบันชาติ ประโยชน์ในอนาคตชาติ และประโยชน์สูงสุด

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 พ.ย. 2549 , 17:18:49 น.] ( IP = 58.9.101.135 : : )


  สลักธรรม 2

ประโยชน์ในปัจจุบันชาติจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อเรามีความรู้ความสามารถ เพราะความรู้ความสามารถจะทำให้เราประกอบกิจการงานเลี้ยงชีวิตตน เลี้ยงครอบครัวให้อยู่ดีมีความสุขได้ การทำให้สมปรารถนาได้นี้ก็คือประโยชน์ที่เกิดขึ้นในชาตินี้เพียงชาติเดียว ไม่ว่าเราจะมีเงินทองมากเท่าใด มีหน้าที่การงานยิ่งใหญ่เพียงไหน ก็ค้ำประกันชีวิตเราได้เพียงแค่ชาติเดียว

สิ่งต่างๆ ที่เรามี หรือแม้กระทั่งของบรรพบุรุษของเราท่านเหล่านั้นก็ไม่สามารถนำสมบัติพัสถานเหล่านั้นไปได้เลยเมื่อถึงแก่ความตาย ดังมีคำกล่าวว่า

เมื่อสิ้นลมล้มตายกลายเป็นศพ
ถึงจุดจบเกมชีวิตปิดฉากฉาย
นอนในโลงใบแคบแคบโอบแนบกาย
ไม่มีสหาย ญาติ หรือทรัพย์ไปกับเรา


ฉะนั้น การที่เรามีความรู้ความสามารถก็เอื้อประโยชน์ให้กับเราในชาตินี้ได้เท่านั้นเองแต่ไม่สามารถเอื้อประโยชน์กับเราในชาติหน้าได้

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราจะต้องทำอะไรไว้เพื่อชาติหน้า เราจึงต้องดูจากชีวิตในชาตินี้โดยตั้งคำถามว่า ชาตินี้ทำไมคนเราจึงแตกต่างกัน ทำไมบางคนเกิดมาเป็นผู้หญิง บางคนเกิดมาเป็นผู้ชาย บางคนเกิดมาเป็นกะเทย ซึ่งแตกต่างกันออกไป

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 พ.ย. 2549 , 17:19:37 น.] ( IP = 58.9.101.135 : : )


  สลักธรรม 3

แล้วทำไมฐานะความเป็นอยู่ของเราไม่เท่ากัน ชาติตระกูลไม่เท่ากัน ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะอดีตชาติของแต่ละคนทำกรรมสะสมมาไม่เท่ากันไม่เหมือนกัน เช่น เราเอามือตีไปที่กล่อง..เกิดเสียงเหมือนกัน เราเอามือตีไปที่โต๊ะ..เกิดเสียงเหมือนกัน แต่ความรู้สึกหรือน้ำหนักที่เราได้รับเมื่อตีลงไปนั้นมีความต่างกัน และเสียงที่เกิดขึ้นก็ต่างกันเพราะสิ่งที่ถูกกระทบหรือถูกตีนั้นต่างกัน

เช่น มีกระดาษรองรับ กับมีพื้นไม้ที่เป็นของแข็งกว่ามารองรับ ฉะนั้น เช่นเดียวกันพฤติกรรมที่เรากระทำออกไปไม่ว่าทางกาย วาจา และใจ นั้นมีทั้งดีและชั่วคือสุจริตกับทุจริต

เพราะฉะนั้นในอดีตของเราแต่ละคนที่ทำไว้ไม่เหมือนกัน เมื่อถึงเวลาส่งผลจึงมีผลที่ต่างกัน ซึ่งจะเห็นความแตกต่างกันในชาตินี้ ฉะนั้น "ชาตินี้" เป็นชาติตัวอย่างที่เราให้เราศึกษาว่า ถ้าเราอยากเป็นอย่างเขาหรืออยากเป็นเขาแต่เรายังไม่ได้เป็น เราอยากมีอย่างเขาแต่เรายังไม่ได้มี

แต่เราสามารถทำทุกอย่างไว้ในชาติหน้าได้ พระพุทธเจ้าทรงตรัสสั่งสอนว่า ธรรมทั้งหลายไหลมาตามเหตุ เราอยากได้ผลอย่างไรเราต้องประกอบเหตุอย่างนั้น

การที่ทุกคนตั้งใจมาบำเพ็ญกุศลก็จะได้ความเจริญตามมา เพราะกุศลเป็นผลให้เกิดความเจริญให้ผลไปในชาตินี้คือความสบายใจ และมีผลไปในชาติหน้าคือมีสุคติเป็นที่หวังได้ สุคติคือภพภูมิที่เกิดมาเป็นมนุษย์ เทวดา พรหม และอรูปพรหม

ฉะนั้น ใบรับประกันคุณภาพของชีวิตเรานี้ก็คือคุณงามความดีเท่านั้น ไม่มีใครมารับประกันชีวิตเราได้เลยว่าเราจะไม่เป็นอย่างนั้น จะไม่เป็นอย่างนี้ หรือจะต้องเป็นอย่างนั้นจะต้องเป็นอย่างนี้ แต่เราต้องสร้างเองคือสร้างเหตุ เมื่อเราสร้างเหตุดีผลก็ย่อมต้องดี

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 พ.ย. 2549 , 17:20:15 น.] ( IP = 58.9.101.135 : : )


  สลักธรรม 4

การทำความดีที่เหนือกว่าความดีทั่วไปก็คือ การกระทำทั้งหลายจะต้องประกอบไปด้วยความสุจริต เป็นคนที่มีศีลธรรม มีคุณธรรม ศีลธรรมและคุณธรรมนี้ก็จะเป็นใบการันตีให้เรามีชาติหน้าที่ดี คือไม่ตกต่ำไปกว่ามนุษย์แน่

การที่มีศีลมีคุณธรรมที่ดีที่จะเป็นใบการันตีให้อยู่ในสุคตินั้นอันนี้เป็นประโยชน์ในขั้นที่สองแล้ว และประโยชน์ในขั้นสูงสุดก็คือ ปรมัตถประโยชน์ที่ทุกคนไขว่คว้าและใฝ่ฝัน ก็คือความสุขที่เที่ยง ไม่ผันแปร ซึ่งภาษาธรรมะเรียกว่า ถึงซึ่งพระนิพพาน

เรามาดูกันว่าในชาตินี้เรามีอะไรเที่ยงบ้าง เช่น ตั้งแต่เล็กจนโต หรือตั้งแต่เช้ามาจนถึงเวลานี้มีอะไรเกิดขึ้นกับเราบ้าง คือมีทั้งสุขทั้งทุกข์ มีพอใจกับไม่พอใจไปในเรื่องที่ได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส สัมผัสต่างๆ หรือนึกคิด สิ่งเหล่านี้ก็มีอยู่เพียงพอใจกับไม่พอใจ

เห็นเพื่อนที่เราชอบก็พอใจ แต่พอคุยกับเพื่อนคนนี้ไปนานๆก็เริ่มเบื่อเกิดความไม่พอใจขึ้นมา เพราะเราทำอะไรจำเจซ้ำซากไม่ได้ จึงเกิดความเบื่อหน่ายและติดตามมาด้วยความไม่พอใจ

ฉะนั้น จะเห็นได้ว่าตั้งแต่เช้าตื่นขึ้นมานี้ก็มีอยู่สองอารมณ์เท่านั้นคือ พอใจกับไม่พอใจ และพรุ่งนี้ก็เหมือนกัน เดือนหน้าก็เหมือนกัน ปีหน้าก็เหมือนกัน และก็เหมือนกันอย่างนี้ไปจนตาย แต่เพราะเราขาดการสังเกต เราขาดความระลึกรู้ว่าเราทำไปทำไม

สิ่งเหล่านี้จึงเกิดขึ้นกับเราจำเจซ้ำๆซากๆ น่าเบื่อหน่าย เช่น ต้องกิน ต้องยืน ต้องเดิน ต้องนั่ง ต้องนอน ต้องขับถ่าย ต้องทำงาน เรามีชีวิตแบบต้องทำทั้งสิ้น ฉะนั้น สิ่งที่ "ต้องทำ" นั่นแหละ พระพุทธเจ้าบอกว่า นั่นคือความทุกข์

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 พ.ย. 2549 , 17:21:14 น.] ( IP = 58.9.101.135 : : )


  สลักธรรม 5

ไม่ว่าจะผู้ดีหรือไพร่เมื่อเกิดมาก็ต้องกินข้าว ต้องเคี้ยวเองกลืนเองทั้งนั้น หน้าตาจะสวยหรือไม่สวยก็ต้องล้างเองดูแลเอง รูปร่างเราจะดีหรือไม่ดีก็ต้องนุ่งห่มผ้าผ่อนเอง จะมีของใช้วิลิศมาหราขนาดไหนก็ต้องทำเองตกแต่งเอง และพอเราแต่งตัวดีแล้วพอเหงื่อออกก็ต้องเปลี่ยนชุดอีกเพราะเหม็นอีกแล้ว

อาหารการกินเราก็เปลี่ยน กับข้าวเรากินจำเจซ้ำซากก็ไม่ได้เพราะเบื่อ อะไรที่ว่าอร่อยที่สุดแล้วก็ลองทานไปสิสักสามวันวันละสามมื้อ แต่ตลอดชีวิตที่ผ่านมานั้นเราเปลี่ยนกับข้าวมาตลอด เลือกรับประทานมาตลอดเพราะเราแก้อารมณ์ที่เราไม่ชอบแล้วเราก็สรรหาใหม่ หาในสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าเราจะเกิดดีหรือไม่ดี มีเงินหรือไม่มีเงิน

ความจำเจนี้เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่เป็นอย่างนี้เพราะอะไร...เพราะความมีชีวิต ชีวิตเป็นการเริ่มต้นของความทุกข์ ฉะนั้น การมีชีวิตนั่นแหละคือการมีความทุกข์

พฤติกรรมการแก้ไขความจำเจซ้ำซากของเราทุกคนที่อยู่ที่นี่ ก็เพราะต้องการความสุขที่เที่ยง ไม่ผันแปร แต่เพราะเรามีกิเลสเราจึงห้ามใจไม่ให้ซัดส่ายไปไม่ได้ ทำให้เกิดความรู้สึกพอใจกับไม่พอใจ พระพุทธองค์จึงตรัสว่า นิพพานํ ปรมํ สุขํ นิพพานเป็นบรมสุขอย่างยิ่ง

และเมื่อสิ้นสุดการเกิดเสียอย่างเดียวแล้ว เราก็ไม่ต้องทำอะไรอีกเลย ไม่ต้องมานั่งเบื่อนั่งทุกข์ คอยดูแลใจเขา การไม่เกิดจึงเป็นจุดสุดยอดของพระพุทธศาสนา

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 พ.ย. 2549 , 17:22:09 น.] ( IP = 58.9.101.135 : : )


  สลักธรรม 6

พระพุทธศาสนาสอนทั้งหมด ๔๘,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ คือพระสูตร พระวินัย พระอภิธรรม

พระสูตร คือการสอนเรื่องราวของบุคคลที่ทำกรรมต่างๆ เช่น อนาถบิณฑกเศรษฐีได้ทำอะไรบ้าง ทำอย่างไร นางวิสาขา นางสุชาดา พระองคุลิมาลเป็นอย่างไร พระพุทธประวัติเป็นอย่างไร เราศึกษาเพื่อให้รู้ว่าเอาดีเก็บมาใช้ เอาชั่วเก็บไปละ เราเอาบุคคลที่ตั้งไว้ในพระสูตรนั้นเป็นตัวอย่าง ถ้าบุคคลนั้นดีเราก็เดินตาม ถ้าไม่ดีก็ไม่เดินตาม อย่างนี้เรียกว่า ศึกษาตามพระสูตร

พระวินัย คือข้อวิรัติ บังคับให้คนอยู่ในระเบียบวินัย เช่นในสมัยเด็กๆ ไปโรงเรียน พอสองโมงเช้าหรือแปดนาฬิกาเราต้องถึงโรงเรียนแล้วเพื่อเคารพธงชาติ อันนี้เป็นวินัยของนักเรียน พอครูเข้าห้องมาหัวหน้าชั้นก็จะบอกให้นักเรียนทำความเคารพ อันนี้เป็นวินัยของห้องเรียนที่ทำให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและงดงาม พระวินัยธรรมที่พระพุทธองค์ตรัสสั่งสอนนั้นก็คือศีลทั้งหลาย เช่น ศีล ๕ อันเป็นข้อห้ามมิให้ประพฤติปฏิบัติ

ทรงห้ามทำไม? ก็เพราะถ้าทำไปแล้วผลร้ายจะเกิดขึ้นที่ตนเอง ศีลของพระสงฆ์ ๒๒๗ ข้อเพื่อให้พระภิกษุอยู่ในกรอบประเพณี ซึ่งถ้าผิดไปจากนี้ก็ถือว่ามีความผิดเกิดขึ้นแล้ว ผลไม่ดีก็จะเกิดขึ้นมากมาย ฉะนั้น วินัยจึงเป็นข้อบังคับให้ชีวิตมีระเบียบ

เมื่อเราศึกษาอย่างนี้แล้วถามว่าเราอยากเป็นคนมีระเบียบมีวินัยหรือไม่ คำตอบก็คือเราอยากเป็นคนดีมีระเบียบวินัย เราจึงได้เอาวินัยมาคุ้มครองด้วยการรักษาศีล โดยนำศีล ๕ ศีล ๘ หรือศีล ๑๐ มารักษา หรือบุรุษที่บวชก็เอาศีล ๒๒๗ มารักษาถือเป็นวินัยของตนเอง แล้วเอาตัวเองให้ดีด้วยพระวินัยนั้น

โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 พ.ย. 2549 , 17:22:45 น.] ( IP = 58.9.101.135 : : )


  สลักธรรม 7

ส่วนพระอภิธรรมปิฎก เป็นปิฎกที่ยิ่งใหญ่มากกว่าปิฎกอื่นๆ เพราะนำพระสูตรกับพระวินัยมารวมกันแล้วจึงจะเท่ากับพระอภิธรรม

พระอภิธรรมนั้นจะสอนให้เรารู้ว่า แม้กระทั่งความดีที่เราทำนั้นก็ไม่เที่ยง เรามาพิสูจน์กันว่าจริงหรือไม่ อย่างเช่นกับข้าวที่เราปรุงและตกแต่งอย่างดีไว้ในจานเมื่อวางไว้นานๆ คิดว่าจะบูดหรือเปล่าคะ? ทำไมจึงบูดล่ะ? ก็เพราะมันไม่เที่ยง ทำไมจึงบูดล่ะ? ก็เพราะมันทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้มันจึงต้องบูด ทำไมจึงบูดล่ะ? ก็เพราะมันบังคับบัญชาไม่ให้ไม่บูดไม่ได้

เช่นเดียวกันเราสระผมหวีผมกันมาเข้ารูปทรงสวยงาม พอลมพัดมากระทบผมก็เสียทรงแล้ว และถ้าปล่อยไว้นานๆ ก็มีกลิ่นเหม็น ร่างกายของเราแต่งตัวดีแล้ว ไม่นานก็มีกลิ่นเหม็นเกิดขึ้น ทำไมล่ะ? ก็เพราะสภาพชีวิตของเราไม่เที่ยง ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ และเราบังคับบัญชาไม่ได้

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 พ.ย. 2549 , 17:23:14 น.] ( IP = 58.9.101.135 : : )


  สลักธรรม 8

ต้องขอขอบคุณ..คุณศาลาธรรม..อย่างยิ่งครับ ที่นำสิ่งดีๆมาให้อ่านกัน แม้ว่าท่านที่ไม่ได้ไปเข้าร่วมอบรมในครั้งนั้น แต่เมื่ออ่านแล้วก็พลอยได้ความรู้ไปด้วยครับ

ขออนุโมทนาในกุศลจิต ที่ได้เพียรถ่ายทอดธรรมะนี้มาสู่เพื่อนร่วมเดินทางนะครับ.

โดย เทพธรรม (เทพธรรม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 พ.ย. 2549 , 20:01:31 น.] ( IP = 58.9.138.248 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณค่ะ ที่ได้นำคำบรรยายการอบรมปฏิบัติธรรม โดยอาจารย์บุษกร มาให้อ่าน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อ่าน

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 พ.ย. 2549 , 12:48:04 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 10


ขอบคุณมากค่ะที่นำบรรยากาศการอบรมปฏิบัติธรรมมาถ่ายทอดให้ได้อ่าน
ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนกำลังเข้ารับการอบรมด้วย

อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ย. 2549 , 08:29:51 น.] ( IP = 58.9.141.33 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org