มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงแห่งประทีป (๒)






พระอาจารย์บุญมี เมธางกูร

กำหนดการจัดงานวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

แสงแห่งประทีป (๑)


แสงแห่งประทีป (๒)


"คนชอบพูดเรื่องชีวิต แต่มีน้อยคนที่รู้เรื่องชีวิตจริงๆ คนชอบพูดถึงเรื่องทุกข์ แต่มีน้อยคนที่รู้จักทุกข์แท้ๆ คนโดยมาก พยายามเรียกร้องหาบทพิสูจน์ แต่คนโดยมาก ไม่ยอมเข้าสู่การเริ่มต้นพิสูจน์แม้แต่สักครั้งเดียว

ท่านทั้งหลาย ท่านรักชีวิตของท่านมากมิใช่หรือ เมื่อมีผู้มาประกาศความจริงในเรื่องของชีวิตอยู่ต่อหน้าท่าน ท่านไม่ปรารถนาที่จะทราบความจริงบ้างหรือ ?

ท่านสาธุชนทั้งหลาย เวลาในชาตินี้เหลือน้อยลงแล้ว และจะน้อยลงไปเรื่อยๆ จะเหลืออยู่ไม่กี่ปี หรือไม่กี่สิบปี หัวเลี้ยวหัวต่ออันเป็นนาทีทองใกล้เข้ามาทุกเวลานาที การเดินทางซึ่งหมายถึงชาติหน้ากำลังมาถึงอย่างแน่นอน

ดังนั้นจึงควรศึกษาหาความรู้ความชำนาญในหนทางที่จะต้องเดินไปนี้เสียให้ดี พิจารณาหนทางเสียให้ละเอียด เมื่ออารมณ์ครั้งสุดท้ายใกล้เข้ามา จะได้พาชีวิตไปสู่หนทางที่ราบรื่น ถ้าเตรียมตัวเตรียมใจไว้ไม่พร้อม ก็จะตกอยู่ในความประมาท ความพลาดพลั้งเพียงเล็กน้อย อาจนำไปสู่หนทางที่ขรุขระกันดาร บางทีได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัสอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ย. 2549 , 09:20:59 น.] ( IP = 203.172.117.19 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



พระพุทธศาสนานั้นแปลกกว่าศาสนาอื่น ที่ผู้ใดมีพื้นความรู้สามัญดี ๆ ก็จะยิ่งศึกษาได้ลึกซึ้ง และไม่ต้องการให้ผู้ใดเชื่อไปโดยปราศจากเหตุผล ยิ่งพระอภิธรรมด้วยแล้วเป็นการศึกษาในขั้นปัญญา ว่าด้วยเรื่องของชีวิต และเต็มไปด้วยตัวเลขทั้งนั้น

ยิ่งฉลาดก็ยิ่งเป็นการดี แม้จะซักไซ้ไล่เลียงเท่าไรก็ยังได้ไม่ปิดประตูค้า ซึ่งต่างกับศาสนาอื่นบางศาสนา แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังมีบุคคลบางคนที่ศึกษาไม่ได้อยู่เหมือนกัน คือคนที่ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย บุคคลเช่นนี้เราก็บอกให้เขาทำตามที่ถูกที่ควร ไม่ต้องให้เหตุผลอะไรก็ได้นอกจากนี้

ยังมีบุคคลอีกจำพวกหนึ่งที่มีความรู้เฉลียวฉลาด มีเหตุมีผลมากจนเกินไปจำพวกหลังนี้สอนกันไม่ได้ เพราะพอตั้งต้นขึ้นเท่านั้น ก็ซักไซ้ไล่เลียงไปเสียเหมือนอย่างที่เขาพูดกันว่าน้ำไหลไฟดับ จนเกือบจะลืมว่าพูดกันถึงเรื่องอะไร ครั้นกลับมาขึ้นต้นกันอีกก็ซักแตกแขนงออกไปอีก จนบางทีกลับมาที่ตั้งต้นไม่ถูก พูดกันเป็นชั่วโมง ๆ ก็ไม่ได้เรื่องดูเหมือนว่าเขาไม่เชื่อมาตั้งแต่ต้นเสียแล้ว เขาตั้งใจจะศึกษา จะได้เป็นประโยชน์แก่ตนเองและคนอื่น จะได้ช่วยกันค้ำจุนส่งเสริมให้พระพุทธศาสนายังคงสถิตสถาพรต่อไป

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ย. 2549 , 09:22:22 น.] ( IP = 203.172.117.19 : : )


  สลักธรรม 2



อภิ = ประเสริฐ ธรรม = ธรรม คือธรรมอันประเสริฐ หรือธรรมอันลึกซึ้งกว่าธรรมทั้งหลาย มีรวมหมดด้วยกัน ๗ คัมภีร์ คือ ธมฺมสงฺคณี วิภงฺค ธาตุกถา ปุคฺคลปญฺญตฺติ กถาวตฺถุ ยมก ปัฏฺฐาน

สำหรับอภิธรรมทั้ง ๗ คัมภีร์นี้ เมื่อกล่าวถึงสภาวะโดยย่อ ก็ว่าด้วยจิต เจตสิก รูป และนิพพาน ซึ่งเรียกย่อ ๆ ว่าดังนี้

จิ = จิต
เจ = เจตสิก
รุ = รูป
นิ = นิพพาน

สำหรับพระอภิธรรมที่ศึกษากันอยู่ทั่วไปนั้นเรียกว่า อภิธรรมมัตถะสังคหะ แปลว่า การรวบรวมเนื้อความแห่งพระอภิธรรมโดยย่อ คือย่อมาจากอภิธรรม ทั้ง ๗ คัมภีร์ดังได้กล่าวมาแล้วนั่นเอง พระอภิธรรมทั้ง ๗ คัมภีร์นั้นมีความลึกซึ้งสุขุมคัมภีรภาพยิ่งนัก ยากที่ผู้ใดผู้หนึ่งจะศึกษาเริ่มต้นจากคัมภีร์ใดคัมภีร์หนึ่งในทั้ง ๗ คัมภีร์ได้

แต่ด้วยความเมตตากรุณา ท่านอรรถกถาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิแตกฉานในพระอภิธรรมได้เห็นความลำบากของการศึกษานี้ ท่านจึงได้ย่อยคัมภีร์พระอภิธรรมทั้ง ๗ คัมภีร์ออกรวมเป็น ๙ ปริจเฉท เลือกเอาที่ง่าย ๆที่พอจะเข้าใจได้ ให้ศึกษาเป็นพื้นฐานรองรับเสียก่อน เรียกชื่อว่า อภิธรรมมัตถสังคหะ คือการประมวลอภิธรรมลงโดยย่อ เมื่อศึกษาทั้ง ๙ ปริจเฉทนี้พอเข้าใจแล้ว จึงจะได้ศึกษาพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ แต่ละคัมภีร์ ๆ ไปจนหมดทั้ง ๗ คัมภีร์ต่อไป

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ย. 2549 , 09:23:01 น.] ( IP = 203.172.117.19 : : )


  สลักธรรม 3



เวลาเป็นสิ่งมีค่า ไม่ควรให้ล่วงไปเสียเปล่า ในการเริ่มต้นศึกษาพระอภิธรรมนั้นก่อนอื่นต้องขอให้นักศึกษาจงตั้งใจให้ดี และควรจะต้องทราบเสียก่อนว่า อภิธรรม คืออะไร?

การศึกษาธรรมะชั้นนี้ เป็นการศึกษาธรรมะชั้นสูงที่สุด ประเสริฐที่สุด ว่าด้วยเรื่องของชีวิตทั้งสิ้น ซึ่งวิชาการทางโลกหาได้มีไม่ ดังนั้นการศึกษาจึงไม่ง่ายนัก

แต่อย่างไรก็ดี เมื่อลงมือศึกษาแล้วก็จะเกิดกุศลมากๆเลย ทำให้มีสติปัญญา ทำลายมิจฉาทิฏฐิคือทำลายความเห็นผิดไปเรื่อย ๆ และจะได้ทราบถึงการ ปฏิบัติมรรค ๘ อันได้แก่ทางที่จะไปสู่การพ้นทุกข์ ได้ถูกต้อง จึงนับว่าเป็นประโยชน์อันมหาศาลนับตั้งแต่เริ่มต้นศึกษาเป็นต้นไป

ส่วนที่ถามว่า จะศึกษากันนานสักเท่าใดจึงจะจบ ๙ ปริจเฉทนั้นตอบยาก แต่พอจะเทียบเคียงได้ว่าที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย เคยศึกษากันสัปดาห์ละ ๓ ชั่วโมง บัดนี้ย่างเข้าปีที่ ๕ แล้วก็ยังศึกษาถึงปริจเฉทที่ ๗ เท่านั้นเอง

แต่ไม่ต้องเป็นห่วง หากเริ่มศึกษาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ความเร้นลับพิสดารของชีวิตก็จะค่อย ๆ คลี่คลายออกไปเป็นลำดับ จะเบาสบาย คลายจากความทุกข์ลงทีละเล็กละน้อย ความกังวลห่วงใย ในชีวิตในแง่ต่าง ๆ หรือ ความขุ่นมัวใจ ก็จะลดลงไปเรื่อยๆ ความแจ่มใสเบิกบาน เหมือนมีชีวิตใหม่ก็จะเข้ามาแทนที่

และในที่สุดเมื่อเข้าใจเรื่องของชีวิตบ้างพอสมควร (ประมาณ ๒ - ๓ ปริจเฉท) ก็จะพอตัดสินปัญหาของชีวิตได้ว่า จะหันเหชีวิตไปทางทิศใด

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ย. 2549 , 09:24:19 น.] ( IP = 203.172.117.19 : : )


  สลักธรรม 4



"น่าสรรเสริญความมีปัญญาในทางโลกทางวิทยาศาสตร์ของท่านนักวิชาการผู้ชาญฉลาดทั้งหลาย ที่ได้อุตส่าห์ฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนามมาด้วยความแสนยากยิ่งจากในอดีตที่แสนนานมาจนถึงกาลปัจจุบัน จนก่อให้เกิดความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง สู่สายตาของชาวโลกมากมายจนสุดที่จะพรรณนาได้

เขาเหล่านั้นได้ให้ความรู้ความฉลาด ที่ประกอบไปด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริงสารพัดอย่างแก่ชาวโลก และให้มามากจนบรรดาชาวโลกทั้งหลายมีความเฉลียวฉลาด แล้วไม่ตกอยู่ในความหลงใหลงมงาย ทั้งผลิตผลที่บรรดาท่านนักวิชาการค้นคว้ามาได้ก็มีมากมายอย่างเหลือเกิน และความรู้สารพัดอย่างที่ท่านนักวิชาการได้มอบให้ก็กว้างไกลออกไปจนเหลือที่จะประมาณได้ไปเรื่อยๆ ในสากลจักรวาล จึงเป็นเรื่องที่น่าสรรเสริญเป็นอย่างยิ่ง

แต่ก็น่าอัศจรรย์ใจอย่างเหลือเกินเหมือนกัน เพราะสิ่งที่อยู่ใกล้ๆ หรืออยู่ชิดติดกับมันทุกวันทุกคืน แล้วก็สำคัญมากที่สุดเสียด้วยหาได้ทราบไม่ นั่นก็คือ เขายังไม่ทราบเลยว่า "ตัวเองนั้นคือใคร ตัวเองนั้นมาจากไหน และเกิดขึ้นมาเป็นตัวของเขาเองได้อย่างไร หรือว่ามีผู้ใดดลบันดาลให้เกิดขึ้นมาได้"

เป็นเรื่องที่เขาทั้งหลายค้นคว้าหาความจริงกันมานานแสนนาน นานจนถึงบัดนี้ก็ยังหาคำอธิบายไม่ได้ จึงใช้แต่พฤติกรรมเท่านั้นว่าชีวิตเป็นธรรมชาติที่กินได้ ถ่ายได้ เจริญเติบโตได้ สืบพันธุ์ได้ ฯลฯ และจิตใจเล่าก็ได้แก่ธรรมชาติที่สนองตอบสิ่งที่มาเร้าได้

เขาทั้งหลายทราบหยาบๆ เพียงว่า เซลล์ของบิดามารดานั้นผลิตชีวิตจิตใจขึ้นมาได้อย่างแน่นอน แต่เซลล์ของบิดามารดาซึ่งเป็นสสารและพลังงานแม้จะวิวัฒนาการมานานแสนนานอย่างไร ก็จะเห็น ได้ยิน คิดนึก และรู้จักดีรู้จักชั่ว จะเป็นไปได้หรือ

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ย. 2549 , 09:24:51 น.] ( IP = 203.172.117.19 : : )


  สลักธรรม 5



เขาไม่สามารถทราบเรื่องของชีวิตจิตใจ ว่ามันเกิดขึ้นมาได้ด้วยเหตุผลอะไร แล้วมันทำงานกันวิจิตรพิสดารประการใด

แม้แต่คำว่า สัญชาตญาณก็อธิบายได้แต่เพียงว่า มันติดมาตั้งแต่เกิด ยังไม่ทราบเลยว่า สัญชาตญาณนั้นคืออะไร มันเกิดขึ้นมาจากไหน แล้วมันทำงานกันอย่างไร ในขณะที่แสดงออก เช่น เด็กที่คลอดออกมาจากครรภ์ของมารดาแล้วร้องแว้ๆ ได้

เมื่อไม่ทราบเรื่องของชีวิตจิตใจเสียแล้ว หนทางเดินที่ดีที่สุดที่ชีวิตควรจะเดินไป เขาจะทราบได้อย่างไรเล่า

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ย. 2549 , 09:25:19 น.] ( IP = 203.172.117.19 : : )


  สลักธรรม 6



เรื่องจิตเรื่องวิญญาณ เรื่องการตายแล้วเกิดได้ เรื่องกรรมและผลของกรรมซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างที่สุด เป็นเรื่องที่พ้นวิสัยที่ผู้ใดจะเข้าใจได้ เพราะใช่วิสัยของปุถุชนผู้มีกิเลสทั้งหลาย

อย่างไรก็ดี เรื่องการตายแล้วเกิดได้หรือชีวิตภายหลังความตายนั้นแม้ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ยิ่งก็ตาม แต่ก็เป็นเรื่องเล็กสำหรับผู้ที่มีความใส่ใจใคร่ที่จะศึกษาและศึกษาได้จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้โดยศึกษาจากพระอภิธรรมปิฎกซึ่งเป็นวิทนาศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตจิตใจ ผู้ศึกษาจะได้เหตุผลข้อเท็จจริง และบทพิสูจน์พร้อมบริบูรณ์

แต่ละคนต่างก็เพียรพยายามอย่างสุดกำลังที่จะหลีกหนีทุกข์เพื่อหวังจะได้เข้าไปถึงความสุขอันสถาพร แต่มนุษย์ผู้เบาปัญญาหาได้ทราบไม่ว่า ความพยายามโดยขาดความรู้ในเรื่องของชีวิตจิตใจนั้นก็เท่ากับหาความทุกข์ให้แก่ตนเองอยู่ตลอดเวลา เพราะถูกอำนาจมืดที่มาจากแดนสนธยาแฝงฝังอยู่ภายในจิตใจ และมองเห็นมันได้แสนยากยิ่ง ได้ถูกมันชี้นิ้วบงการให้เกิดเหตุการณ์อันแสนเลวร้ายให้แก่ชีวิตของตน ตัวการนั้นก็คือ

โลภะ = ตัวการที่อุดหนุนให้แสดงออกซึ่งความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ ทั้ง ๖ ทวาร และเป็นความอยากได้ที่ไม่รู้จักพอ เพราะมันฝังอย่างมั่นคงอยู่ในสันดาน
มานะ = ตัวการที่อุดหนุนให้แสดงออกซึ่งความยกตัว ถือตัว ว่าเหนือกว่าคนอื่น อวดดี อวดเก่ง อวดสวย อวดราย ฯลฯ
ทิฏฐิ = ตัวการที่อุดหนุนให้แสดงออกซึ่งความเห็นผิดในเรื่องของชีวิตจิตใจ เช่น เห็นว่าตายแล้วสูญ เป็นต้น

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ย. 2549 , 09:30:24 น.] ( IP = 203.172.117.19 : : )


  สลักธรรม 7



กิเลส คือ ตัวการที่ก่อให้เกิดความเศร้าหมองเร่าร้อนที่หลบหน้าซ่อนตาอย่างมิดชิด โดยติดมากับจิตใจ (ไม่ใช่มันสมอง) ของตนเอง แต่ก็หาได้ทราบไม่ว่ามันมาจากไหน และด้วยเหตุผลประการใด

เมื่อเช่นนี้แล้วเขาทั้งหลายจะหนีความทุกข์ไปได้อย่างไรเล่า เพราะเขาได้ตกเป็นข้าช่วงใช้ของโลภะ ทิฏฐิ มานะ อยู่ตลอดเวลา ก็หาได้ทราบเลยแม้แต่น้อยว่าโลภะ มานะ และทิฏฐินั้นมันมาจากไหน มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เขาไม่ทราบดอกว่า มันเป็นตัวการมารร้ายที่ติดจิตใจมาจากชาติในๆเข้าไป บิดามารดาก็มิได้เคยสอนให้ และสายโลหิตของบิดามารดาถ่ายทอดต่อๆ มาให้ก็เป็นไปไม่ได้ ดังนั้น เขาจึงกระทำทุกสิ่งทุกประการไปตามที่เจ้านาย โลภะ มานะ ทิฏฐิ ใช้ให้ทำ แม้จะผิดหรือถูก จะบาปหรือบุญประการใดก็ตาม ด้วยเหตุนี้จึงหนีความทุกข์ไปไม่ได้ เพราะต้องแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลา และทุกข์ใหญ่หลวงที่สุดไม่มีทุกข์ใดเทียบเท่าได้ ก็คือการที่จะต้องเกิดใหม่และเกิดใหม่ต่อๆไป แล้วการแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตจะสิ้นสุดลงไปได้อย่างไร เพราะโลภะ มานะ ทิฏฐิ มีอยู่ภายในจิตใจเป็นตัวการทำให้ต้องเกิดใหม่ และเกิดใหม่ต่อๆ ไป

(คัดมาจากคำสอนของพระอาจารย์บุญมี เมธงฺกุโร)

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ย. 2549 , 09:30:49 น.] ( IP = 203.172.117.19 : : )


  สลักธรรม 8

กราบแทบเท้าท่านอาจารย์ ผู้มีความกรุณาต่อเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ

ตามอ่านแสงแห่งประทีปมาตอนนี้ ยิ่งทวีคูณความรู้สึกที่สัมผัสได้อย่างมากมาย พร้อมทั้งรับทราบถึงความแตกฉานในการบรรยายธรรมเพื่อโน้มน้าวจิตใจประชาชนผู้เดินทางอยู่ ให้เข้ามาร่วมเดินบทเส้นทางที่มีเข็มทิศชีวิตที่ดีที่เป็นประโยชน์ยิ่งนี้ด้วยความซาบซึ้งครับ

ผมจะอดทนต่อวิบากต่างๆ และรวบรวมพลังใจในการเดินทางนี้สุดความสามารถเลยครับ เพื่อน้อมถวายเป็นเครื่องบูชาพระคุณของท่านอาจารย์ครับผม.


โดย พี่เณร ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ย. 2549 , 09:37:13 น.] ( IP = 58.9.141.33 : : )


  สลักธรรม 9

มาติดตามอ่านแสงแห่งประทีป ที่ท่านอาจารย์ปรารถนาให้เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย ได้เข้ามาศึกษาพระธรรม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อชีวิต

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ย. 2549 , 17:35:49 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 10

ติดตามอ่านทั้งสองตอน พบว่ายังมีความมืดอยู่ในชีวิตอีกมาก
จะติดตามอ่านต่อไป ขอบพระคุณมากครับ

โดย pop (pop) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 พ.ย. 2549 , 20:41:18 น.] ( IP = 203.172.117.76 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org