มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงแห่งประทีป (๓)






พระอาจารย์บุญมี เมธางกูร

กำหนดการจัดงานวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

แสงแห่งประทีป (๒)

แสงแห่งประทีป (๓)


ขอให้ท่านทั้งหลายลองพิจารณาดูชีวิตของตนเองที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ แล้วตั้งคำถามขึ้นในใจว่า ชีวิตของเรานี้มีความเป็นมาอย่างไร ต่อไปข้างหน้าจะเป็นอย่างไรชีวิตนี้มาจากไหน ต่อไปข้างหน้าจะไปไหน ทำไมในบางคราวจึงมีความรู้สึกว่าว้าเหว่ใจขึ้นมา มีความรู้สึกคล้าย ๆ กับว่า ชีวิตนี้ตกอยู่ในความเปล่าเปลี่ยวเสียเหลือเกิน ไม่มีที่พึ่งพาทางใจอันจะทำให้เกิดความมั่นคงได้ หรือมีความรู้สึกว่าชีวิตนี้ยังขาดอะไรสักอย่างยังไม่สมบูรณ์ แล้วก็ครุ่นคิดในเรื่องเหล่านี้ไปต่าง ๆ นานา

แต่เมื่อได้ศึกษาพระอภิธรรมปิฎกแล้ว ความคิดต่าง ๆ เหล่านี้ก็หายไปทีละน้อย ๆ ชีวิตจะมีความหมายมากขึ้น จะมีความสุขความเยือกเย็นใจเป็นอันมาก ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อท่านผู้ใดได้ศึกษาแล้ว จึงมิอาจนิ่งเฉยอยู่ได้ ต้องหาทางขยายความดีของพระอภิธรรมนี้ไปยังญาติมิตรต่อไป

ผมมาบรรยายพระอภิธรรม ที่พุทธสมาคมฯ นี้ มาทุกเสาร์ทุกอาทิตย์ เกือบทั้งปีไม่ค่อยได้ขาดเลย โดยไม่มีผลประโยชน์ตอบแทนเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีมาแล้ว การที่ทำได้เช่นนี้ก็เพราะพระอภิธรรมนั้นมีคุณค่ามากมายเหลือเกิน หรือพูดได้ว่าหาค่ามิได้ ทำให้ท่านนักศึกษาได้รับความสุขใจ ผมเป็นผู้บรรยายก็มีความสุขใจ

ยิ่งท่านนักศึกษาบางท่านบอกว่าเมื่อก่อนที่ยังไม่ได้เรียน ฐานะความเป็นอยู่ครอบครัวไม่ดี มีรายได้ไม่พอ ลูกเต้าหลายคน มีความเดือดร้อนทางใจเหลือเกิน นอนไม่ค่อยหลับ เป็นห่วงครอบครัวว่าจะยากจนอดอยากประเดี๋ยวจะเป็นอย่างนั้นจะเป็นอย่างนี้ ครั้นมาศึกษาพระอภิธรรมประมาณ ๑ ปี ก็ไม่ได้คิดอย่างเก่าแล้ว การนอนหลับก็เป็นปกติดี ความเจ็บไข้ได้ป่วยอันเนื่องมาจากความทุกข์ ความกังวลก็หายไปมาก

นี่ก็เป็นเหตุสำคัญเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมเกิดกำลังใจบรรยายพระอภิธรรมมานานนับสิบปีไม่ได้คิดจะเลิก แม้ผู้บรรยายท่านอื่น ๆ ที่ตามหลังผมมาและบรรยายอยู่ในเวลานี้ ก็ได้บรรยายกันมาคนละหลาย ๆ ปี ก็ด้วยเหตุผลอันเดียวกัน

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 พ.ย. 2549 , 09:21:09 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ตามธรรมดาชีวิตของเรานี้ ย่อมจะมีเหตุต่าง ๆ เข้ามาพัวพันทำให้เราต้องได้รับความลำบาก หรือได้รับการกระทบกระเทือนอยู่ตลอดเวลา เหตุต่าง ๆ นั้นผมขอแยกออกไปเป็น ๓ ประการด้วยกัน คือ

เหตุจากบุคคลอื่นที่เข้ามาพัวพันกับเรา
เหตุที่มาจากธรรมชาติ
เหตุที่มาจากตัวของเราเอง

เหตุที่เกิดมาจากคนอื่น ก็เพราะว่าบุคคลทั้งหลายที่มีชีวิตขึ้นมาแล้วจะอยู่แต่ลำพังคนเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยบุคคลอื่นร่วมด้วย อาจจะเป็นญาติมิตรหรือบุคคลที่ไม่รู้จักมาก่อนมารวมกันเมื่อบุคคลหลายคนมาพัวพันแล้วแต่ละคนย่อมมี โลภะ โทสะ โมหะ มาด้วยกันแต่ละคนย่อมมีความคิดเห็นคนละอย่างสองอย่าง ซึ่งมักจะไม่เหมือนกันตามแต่อำนาจของการอบรมและสิ่งแวดล้อมที่ได้รับมา ด้วยเหตุนี้ย่อมจะขัดแย้งกันอยู่เสมอ บางครั้งก็ก่อความสะเทือนใจให้เกิดขึ้น

เหตุที่มาจากธรรมชาติ ที่ทำให้เราลำบากเร่าร้อนวุ่นวาย เช่น อัคคีภัย หรือแผ่นดินไหว และน้ำท่วม หรือมิฉะนั้นก็เกิดจากความวิปริตแปรปรวนของดินฟ้าอากาศทำให้ ร้อนไป เย็นไป ไม่เป็นปกติ ทำให้ต้องลำบากนานาประการ

เหตุที่มาจากตัวเราเอง เป็นเหตุสำคัญอีกอย่างหนึ่งอันเกิดจากการต่อสู้กับตัวของเราเอง ซึ่งมาจาก ๒ ทางด้วยกัน ทางหนึ่งมาจาก ทางกาย อีกทางหนึ่งมาจากทางจิตใจ เหตุที่มาจากทางกายก็คือ เราจะต้องประคบประหงมบำรุงปรุงแต่งร่างกายของเราอยู่ตลอดเวลา เมื่อสกปรกก็ต้องอาบน้ำ แปรงฟัน ล้างหน้าให้สะอาด แม้กระนั้นมันก็ไม่ได้ดังใจ แต่ก็สามารถแก้ปัญหาให้จบสิ้นลงได้ นอกจากที่กล่าวมาแล้ว เมื่อหิวก็ต้องไปหาอาหารกิน กินแล้วก็ต้องถ่าย ต้องไปเที่ยวเตร่และพักผ่อน ไปจนถึงหลับนอน และวนเวียนทำเช่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหตุนี้จึงนับว่าเป็นความลำบากในการแก้ปัญหาให้แก่ร่างกายของเราเองอยู่ตลอดเวลา โดยไม่มีวันสร้างซา

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 พ.ย. 2549 , 09:23:42 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2



พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงว่า การเกิดนั้นเป็นความทุกข์ ถ้าไม่เกิดขึ้นมาเสียแล้วจะเอาความทุกข์ไปวางไว้ที่ไหน เพราะความทุกข์ทั้งหลายจะต้องวางอยู่บนชีวิตจิตใจ ด้วยเหตุนี้การเวียนว่ายตายเกิด จึงเป็นความทุกข์ที่น่ากลัวอย่างเหลือเกิน น่ากลัวที่สุดยิ่งกว่าทุกข์ใดๆ ด้วยจะต้องแก้ไขปัญหาให้แก่ตัวเองทุกชาติ ๆ ไป ไม่รู้จักจบสิ้นลงได้ พระองค์จึงได้ชี้หนทางที่จะพ้นทุกข์ได้เด็ดขาดแท้จริง และสิ้นเชิง คือไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไปตลอดกาลนิรันดร นั่นก็คือหนทางอันเอกซึ่งมีอยู่สายเดียวเท่านั้น เรียกว่า "วิปัสสนากรรมฐาน"

ถ้าการเวียนว่ายตายเกิดไม่มี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ไม่มี ความตรัสรู้ก็ไม่มีความหมาย และพระพุทธศาสนา ตลอดจนวัดวาอารามจะมีเอาไว้ทำไมให้เศรษฐกิจของชาติต้องเสียหายไปมากมาย สอนเพียงแต่ศีลธรรมจรรยา ครูบาอาจารย์ทั้งหลายเขาก็สอนกันได้

บัดนี้ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า เมื่อการเวียนตายเกิดเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดของชีวิตดังนี้แล้ว เราจะมีบทพิสูจน์ในเรื่องนี้บ้างไหม

แน่นอน บทพิสูจน์นั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้มอบให้ไว้มากมายทั้งในภาคทฤษฎีและในภาคปฏิบัติ รอคอยผู้ที่จะเข้ามาพิสูจน์อยู่เสมอ พระพุทธศาสนาเกรงอยู่คนเดียวเท่านั้น คือผู้ที่อวดดื้อถือดีว่ามีปัญญามากเหนือชั้นกว่าใครๆ ไม่กล้าเข้ามาพิสูจน์แล้วยังโจมตีหาว่าเป็นคนหัวโบราณคร่ำครึล้าสมัย เป็นไดโนเสาเป็นเต่าล้านปี

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 พ.ย. 2549 , 09:24:18 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3



ท่านสาธุชนที่เคารพ ใครๆ ก็พากันสอนว่าให้ต่อสู้ชีวิตเราก็ได้ต่อสู้มาอย่างสุดกำลังสารพัดอย่าง สารพัดวิธี จนถึงบัดนี้มีอายุร่วม ๑๐๐ ปีแล้ว จึงขอถามว่า มีความสุขจริงๆ แล้วหรือ ไม่ต้องแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตได้แล้วหรืออย่างไร ยิ่งอายุมากก็ยิ่งต้องแก้ปัญหามากหรือมิใช่

เราต้องกิน อยู่ หลับ นอน ต้องเคลื่อนไหวอิริยาบถไปมาอยู่เสมอ แม้แต่นอนหลับสนิทหัวใจก็ต้องเต้น ปอดกระเพาะอาหาร และลำไส้ก็ต้องเคลื่อนไหว เสียพลังงานไป เช้าขึ้นมาก็ต้องเติมพลังงานให้มันใหม่ ก็จำต้องออกแรงทั้งกาย ทั้งใจ เมื่อดังนี้แล้วจะว่าความเกิดไม่มีทุกข์ได้อย่างไร

ผู้ใดหนอลิขิตชีวิต ลิขิตขึ้นมาแล้วเหตุใดจึงให้ต้องแก้ปัญหาอยู่ทุกเวลานาที ถ้าตายแล้วก็สูญไป เกิดใหม่อีกไม่ได้ ชีวิตทั้งหลายก็สบาย เพราะทนลำบากเอาเพียงไม่กี่สิบปีก็ตาย แต่ใครที่ไหนเล่ามาให้หลักประกันได้ว่าตายแล้วก็สูญไปเกิดใหม่ไม่ได้ แม้เห็น ได้ยินเท่านั้น ก็ยังอธิบายไม่ได้ว่ามันเกิดขึ้นมาด้วยเหตุผลประการใด

มีคนมิใช่น้อยกล้ากระทำบาปใหญ่ เพราะแน่ใจว่าผลของกรรมไม่มี แล้วตามไปให้ผลในชาติหน้าไม่ได้ จึงกล้าคดโกง คอรัปชั่น กล้าจี้ ปล้นข่มขืน และฆ่ากันตาย โดยมิได้สะดุ้งสะเทือนหวั่นไหว โดยเข้าใจว่า ตนเองนั้นมีกำไร แต่แท้จริงขาดทุนย่อยยับต่างหาก

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 พ.ย. 2549 , 09:26:22 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4



การเวียนว่ายตายเกิดนั้นเป็นความจริงแท้แน่นอน และลงเกิดมีชีวิตขึ้นมาแล้วจะไม่ต้องแก้ทุกข์ก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะเกิดเป็นอะไร พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็มิได้เร่งเร้าให้พาชีวิตไปสู่ความพ้นทุกข์ให้ได้ในชาตินี้เพราะถ้าปัญญาบารมีที่อบรมมาน้อยหรือมิได้อบรมมาเลยจากในอดีตชาติ อาจจะมีกำลังไม่เพียงพอที่จะมาสนับสนุน

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนว่า ความเกิดนั้นเป็นทุกข์ ซึ่งเป็นความจริงแท้แน่นอน พระองค์มิได้เพ่งเล็งไปในแง่ร้ายแต่เพ่งเล็งไปยังความจริง ทั้งก็มิได้ปรารถนาให้ท่านผู้ใดทุ่มโถมตัวลงไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้พ้นไปเสียจากความทุกข์โดยเร็วในชาตินี้ หากแต่ขอให้ทำประโยชน์ในชาตินี้เพียงวันละเล็กละน้อยโดยศึกษาเล่าเรียนอ่าจากหนังสือ และฟังจากเทปบันทึกเสียงสร้างสมปัญญาบารมีให้ติดตามชีวิตไปชาติข้างหน้า

ท่านสาธุชนทั้งหลาย โลกนี้หรือโลกไหนๆ ย่อลงไปแล้วก็มีธรรมชาติอยู่ ๒ เท่านั้นเอง คือธรรมชาติที่ "รู้" ซึ่งได้แก่ จิตใจหรือวิญญาณ และธรรมชาติที่ "ไม่รู้" อันได้แก่รูป เรียกว่า สสารและพลังงาน ผู้ศึกษาเรียกรวมกันอย่างย่อๆ ว่า "นาม รูป"

ชีวิตก็มีธรรมชาติทั้งสองอย่างนี้ คือมีนามและรูป ชีวิตทั้งชีวิตย่อลงไปแล้วก็มีอยู่เพียงสองสิ่งนี้เท่านั้นจริงๆ แต่ถ้าต้องการความพิสดารก็จะต้องศึกษาจากพระอภิธรรมปิฎกกันเป็นปีๆ

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 พ.ย. 2549 , 09:27:00 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5



ชีวิตนี้ก็คือนามและรูป แล้วนามและรูปก็ไม่เที่ยงแม้แน่นอน ย่อมผันแปรเปลี่ยนแปลงไปทุกๆ วินาที วันละนับครั้งไม่ได้ แล้วเราจะพึ่งพาอาศัยกับความไม่เที่ยงแท้แน่นอนจะได้อย่างไร ทรัพย์สินทั้งหลายหรือเงินทองข้าวของอะไรสารพัดอย่างที่เราแสนรักแสนห่วงที่ปรารถนาอยากได้ แล้วอยากจะให้ติดมือเอาไปก็ไม่มีหวังจะเอาไปได้เลยแม้แต่น้อยนิดเมื่อถึงแก่ความตาย

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ให้ทานอะไรก็สู้ให้ทานธรรมอันเป็นปัญญาไม่ได้ แล้วท่านจะไม่สร้างสมปัญญาบารมีของท่านโดยศึกษาแล้วช่วยกันเผยแพร่ปัญญานี้ออกไปให้แก่ญาติมิตรผู้ร่วมความทุกข์ทั้งหลายบ้างเลยทีเดียวหรือ ท่านจะไม่พยายามสร้างสมปัญญาที่สามารถติดตามชีวิตของท่านไปให้เป็นเพื่อนที่แสนดีเพื่อช่วยปกป้องคุ้มครองอันตรายมิให้ระหกระเหินเดินไปในทิศทางที่อาจจะขรุขระทุรกันดารในระหว่างการเดินทางอันแสนไกลบ้างทีเดียวหรือ

แน่นอน ท่านมีความรักใคร่ในชีวิตของท่านมากที่สุด เฝ้าทะนุถนอมอย่างสุดกำลัง แล้วเหตุไฉนเล่าจึงไม่หาหนทางเดินที่ดีที่สุดให้แก่ชีวิตของท่าน

ผมพยายามเคาะประตูบ้านของท่านหลายครั้ง แล้วร้องตะโกนเสนอต่อท่านด้วยเสียงอันดัง ถ้าท่านยังเฉยเสีย ผมก็จนใจ ขอได้โปรดอย่าลืมว่า ประมาทอะไรก็ไม่มีผลเสียหายร้ายแรงเท่ากับประมาทในเรื่องของชีวิตจิตใจ


(คัดมาจากคำสอนของพระอาจารย์บุญมี เมธงฺกุโร)


โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 พ.ย. 2549 , 09:27:54 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6

รีบเข้ามาเปิดประตูใจ เพื่อรับแสงแห่งประทีบ ที่ท่านอาจารย์เพียรจุดให้สว่างครับกระผม

วันนี้อ่านแล้วรู้สึกเศร้าลึกๆครับผม เพราะสะท้อนถึงชีวิตที่ต้องดิ้นรนต่อสู้อย่างไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดเมื่อใดครับ ยิ่งนึกถึงอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากร่างกาย ที่ต้องแก่ชราไปตามกาลแล้ว ยิ่งเสียดายเวลาเก่าๆเหลือเกินครับผม

แต่ถึงจะเศร้ากับชีวิตแค่ไหน ผมขอสัญญาว่า..ผมจะสู้เพื่อนำชีวิตสู้แสงสว่างแห่งชีวิตให้ได้ครับ

กราบแทบเท้าด้วยความเคารพและระลึกถึงอาจารย์อย่างยิ่งครับผม

โดย พี่เณร (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 พ.ย. 2549 , 15:04:36 น.] ( IP = 58.9.146.186 : : )


  สลักธรรม 7

มาติดตามอ่านแสงแห่งประทีป ที่ท่านอาจารย์ได้เพียรบรรยายพระอภิธรรมเพื่อให้แสงปัญญากับผู้ฟัง

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 พ.ย. 2549 , 20:18:52 น.] ( IP = 58.8.51.142 : : )


  สลักธรรม 8


ตามหาแสงแห่งประทีปต่อค่ะ

อ่านแล้วซาบซึ้งในความเมตตากรุณาของท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูรมากค่ะ
ท่านเพียรเคาะประตูถึงบ้านเพื่อมอบแสงสว่างของชีวิตให้แก่ประชาชนทั้งหลาย

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ด้วยรักและความเคารพยิ่งค่ะ

และขอบคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ย. 2549 , 10:16:01 น.] ( IP = 58.9.142.236 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org