มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงแห่งประทีป (๕)






๑๕ ปีแห่งการจากไปของพระอาจารย์บุญมี เมธงฺกุโร


ด้วยมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ โดยคณะกรรมการฯ ได้มีมติให้มีการจัดงาน "ความทรงจำรำลึก" เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๕ ปีแห่งการมรณภาพของพระอาจารย์บุญมี เมธงฺกุโร

โดยจะมีพิธีประกอบกุศลอุทิศถวายพระครูผู้เป็นประทีปดวงเอก และเป็นประธานผู้ก่อตั้งมูลนิธิตามกำหนดการดังนี้




งานวันความทรงจำรำลึก
วันเสาร์ที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๙
ณ ศาลาเสือพิทักษ์


เวลา ๑๓.๐๐ น. พระราชวิจิตรปฏิภาณ (พระพิพิธธรรมสุนทร) ปาฐกถาธรรมพิเศษ
   และบันทึกเทป(โทรทัศน์)รายการธรรมรส-ธรรมรัฐ

เวลา ๑๕.๓๐ น. พิธีเปลี่ยนผ้าจีวร (หุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือน)
เวลา ๑๖.๐๐ น. พระสงฆ์ ๕ รูป สวดพระอภิธรรม

จึงขอเชิญศิษยานุศิษย์ทุกท่านมาร่วมพิธีรำลึกครบรอบ ๑๕ ปี แห่งการจากไปของพระอาจารย์บุญมี เมธงฺกุโร ณ ศาลาเสือพิทักษ์ตามวันและเวลาดังกล่าว



โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ย. 2549 , 09:26:14 น.] ( IP = 203.172.117.63 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



พระอาจารย์บุญมี เมธางกูร

กำหนดการจัดงานวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

แสงแห่งประทีป (๔)

แสงแห่งประทีป (๕)


คนไทยส่วนใหญ่มีสำมะโนครัวเป็นชาวพุทธ แต่ศึกษาพุทธศาสนาจริงจังไม่มากเท่าใด ด้วยเหตุนี้ จึงแยกศาสนาพราหมณ์ออกจากศาสนาพุทธไม่ได้ แล้วคิดว่า ศาสนาพราหมณ์เป็นศาสนาพุทธไป

เพราะพราหมณ์บางลัทธิยึดถือพระอิศวร และเทวดาในชั้นต่างๆ เอามาเป็นที่พึ่ง ทั้งนี้ก็เพราะมีผู้ที่ทำสมาธิมาก จนมีความสามารถพิเศษอย่างที่ในพระพุทธศาสนาเรียกว่า "อภิญญาจิต" ติดต่อกับบรรดาเทวดาชั้นต่างๆ ได้

ก็เลยถือ พระอิศวรและบรรดาเทวดาชั้นต่างๆ เหล่านั้นผู้มีความสามารถพิเศษ เช่น ดลบันดาลให้ตนรอดและปลอดภัย หรือมีลาภผลใดๆ ตามที่ตนปรารถนา (ติดต่อกับผีสางเทวดาได้เท่านั้น ไม่จำเป็นจะต้องได้อภิญญาเสมอไป)

คนไทยมิใช่น้อยก็คิดดังนี้ จึงได้สู้อุตส่าห์เดินทางไปแม้ว่าจะไกลแสนไกล ต้องลำบากกายลำบากใจ และเสียเงินทองมากมาย เพื่อหวังจะได้บนบานศาลกล่าวเจ้าป่า เจ้าเขา และพระภูมิเจ้าที่ หรือต้นไม้ใหญ่ๆ ที่มีรุกขเทวดาประจำอยู่ หรือมีข่าวเล่าลือว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์บอกเบอร์ล๊อตเตอรี่ได้ที่ไหน ก็จะพากันไปอย่างล้นหลามเป็นพันเป็นหมื่น เพื่อหวังจะได้ลาภ

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ย. 2549 , 09:26:57 น.] ( IP = 203.172.117.63 : : )


  สลักธรรม 2



ผู้ศึกษาธรรมะในขั้นละเอียดลึกซึ้งก็จะทราบว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทวดานั้นมีจริง แต่ก็ไม่มีความสามารถที่จะดลบันดาลอะไรให้ใครได้ตามชอบใจ ถ้าดลบันดาลให้เพราะการคารวะกราบไหว้แล้ว เราก็ไม่จำเป็นต้องเรียนเรื่องของกรรมดีกรรมชั่วที่มีความยุ่งยากพิศดาร หรือพระพุทธศาสนาไม่ต้องมีก็ได้ เพราะต้องการอะไรก็ไปขอเทวาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอาได้ง่ายๆ ก็แล้วกัน

อย่างไรก็ดี บรรดาเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่กล่าวมานั้น เกิดมาได้ด้วยจิตเป็นกุศล ดังนั้น การคารวะกราบไหว้จึงเป็นมงคล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้กราบไหว้แต่มิได้สอนให้ขอลาภผลอะไร

ถ้าจะว่าตามความจริงแล้ว เทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น บางท่านก็มีอำนาจจิตสามารถสนับสนุน หรือส่งเสริมได้บ้างตามสมควร ตามอำนาจของกรรมที่ผู้นั้นได้ทำ

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ย. 2549 , 09:27:32 น.] ( IP = 203.172.117.63 : : )


  สลักธรรม 3



เพราะสมาธิของผู้ที่ได้ฌานขั้นต่างๆ เหล่านั้น จะมีความสามารถมากมาย และสามารถมี"อภิญญาจิต"ได้ ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเข้าไปศึกษา คือ ท่านอาฬารดาบสกับอุทกดาบส ผู้ได้ถึงอากิญจัญญายตนฌาน และฌานขั้นสูงสุดคือ เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าศึกษาอยู่ไม่เท่าใดก็เสด็จจากไป เพราะสมาธินั้น ถึงจะทำให้มากมายก่ายกองอย่างไร ก็ถึงซึ่งความพ้นทุกข์ไม่ได้

บรรดาผู้ทำสมาธิจนได้ฌานขั้นสูงสุด ก็ยังต้องเวียนว่ายตายเกิด ยังต้องแก้ปัญหาให้ชีวิตต่อๆ ไป เพราะกิเลสทั้งหลายได้แต่ถูกข่มเอาไว้ โผล่ขึ้นมาไม่ได้ด้วยอำนาจของสมาธิเท่านั้น วันใดวันหนึ่งอำนาจสมาธิเสื่อมลง วันนั้นกิเลสทั้งหลายที่ข่มเอาไว้ก็จะเสนอตัวขึ้นมาใหม่อีก

อำนาจของสมาธิ มิได้ทำให้เกิดปัญญาทราบว่า สรรพสิ่งทั้งหลายนั้น ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา แม้แต่จิตใจก็คิดว่ามันเที่ยง มันเป็นอมตะไม่รู้จักดับ เพราะว่าจิตนั้นเกิดดับอยู่โดยรวดเร็วอย่างเหลือเกิน จนเกินกว่ากำลังของผู้มีแต่สมาธิจะทราบได้ ไม่มีปัญญาจึงไม่อาจทราบว่าจิตใจนั้นมีความเกิดดับอยู่ตลอดเวลา และเกิดดับอยู่อย่างรวดเร็วต่อๆ กันไปไม่ขาดสาย จนผู้ทำสมาธิเข้าใจผิดไปจึงเข้าใจว่าจิตเป็นอมตะ หรือเป็นสิ่งกายสิทธิ์ไป คนไทยบางท่านก็คิดดังนั้น

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ย. 2549 , 09:28:02 น.] ( IP = 203.172.117.63 : : )


  สลักธรรม 4



คนไทยชอบพูดคำว่า "วิญญาณ" กันอยู่เรื่อยๆ เช่น วิญญาณออกจากร่างแล้วไปเกิดใหม่ วิญญาณนางนาคพระโขนง วิญญาณของคนตายมาเข้าฝัน แท้จริงตามหลักสภาวธรรม จิตกับวิญญาณนั้นก็อย่างเดียวกัน จิตก็แปลว่า รู้อารมณ์ และวิญญาณก็แปลว่ารู้อารมณ์เหมือนกัน ถ้าเช่นนั้น เหตุไฉนเล่าจึงไม่ใช้เสียเพียงตัวเดียวจะได้ไม่ลำบากแก่ผู้ใช้

เหมือนคำในภาษาไทยก็เหมือนกัน เราใช้กันหลายอย่างเพื่อให้เหมาะสมกับที่ใช้ในที่นั้น เช่น คำว่า "จิต" บางทีเราก็ใช้คำว่า ใจไม่ดี หัวใจปวดร้าว ดวงกมล พระทัยขุ่นหมอง พระหฤทัยว้าวุ่น

คำว่า ใจ หัวใจ ดวงกมล พระทัย หฤทัย ก็ล้วแต่หมายถึงจิตใจทั้งสิ้น แต่ผู้ใช้ก็จะต้องเลือกเอาเองว่า จะใช้คำไหนให้เหมาะสมกับเรื่องอะไร

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ย. 2549 , 09:28:26 น.] ( IP = 203.172.117.63 : : )


  สลักธรรม 5



จิตเป็นนามธรรม เราไม่สามารถที่จะเห็นหรือสัมผัสได้ จิตไม่ใช่พลังงาน แต่ถ้าพลังงานหมายถึงความสามารถที่จะทำงานได้ตามที่เราแปลความกันตรงๆ แล้ว แม้ว่าจิตไม่ใช่พลังงาน แต่จิตก็มีพลังงาน เพราะจิตมีความสามารถที่จะทำงานได้เหมือนกัน เช่น จิตมีความสามารถคิดอ่านจดจำ และมีความสามารถอื่นๆ อีกมาก

ถ้าจะเปรียบกับสิ่งที่เห็นได้ง่ายๆ ก็เปรียบเหมือนไฟ ไฟก็คือไฟนั่นเอง ไม่ใช่พลังงาน แต่ไฟนั้นมีความสามารถ คือให้ความร้อนได้ และให้แสงสว่างอันเป็นพลังงานได้

ขอให้ดูที่กล่องไม้ขีดไฟกับก้านไม้ขีดไฟอันหนึ่งที่อยู่ในมือคนละข้างนี้ เมื่อเอาไม้ขีดไฟขีดเข้าที่ข้างกล่อง ไฟก็จะเกิดขึ้น

มันไม่น่าประหลาดดอกหรือ ที่มีแต่ข้างไม้ขีดกับอันไม้ขีดเท่านั้น หาได้มีอะไรอีกไม่ ว่างๆ เปล่าๆ แท้ๆ ความร้อนก็ไม่มี แสงสว่างจากไฟก็หาไม่พบ จะหาไฟจุดบุหรี่ หรือเอาไว้เผาอะไรสักหน่อยก็ไม่ได้ จะเอาวางไว้ตรงไหนก็ไม่มีใครว่า ใส่ไว้ในกระเป๋าก็ได้สบาย แต่เมื่อขีดเข้าหน่อยเดียวเท่านั้น ไฟก็ลุกขึ้น ความร้อนก็ติดตามมา แสงสว่างก็มีขึ้นพร้อมกัน พลังงานของความร้อนและของแสงสว่างก็อุตส่าห์มีขึ้นให้เราเห็นเรารู้สึกด้วยเวลานี้เราจะเอาไปหุงข้าวให้เรากินก็สุก หรือจะเอาไปเผาตลาดโตๆ ทั้งตลาดก็ยังได้

การที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเราได้สร้างเหตุปัจจัยขึ้นนั่นเอง ถ้าเราไม่สร้างเหตุปัจจัย คือขีดขึ้นไฟจะมีขึ้นมาเองยังจะได้หรือ?

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ย. 2549 , 09:28:55 น.] ( IP = 203.172.117.63 : : )


  สลักธรรม 6



พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงเอาไว้เป็นหลักการ เป็นบาลีว่า "เย ธมฺมา เหตุปปฺภวา" ซึ่งแปลว่า "ธรรมชาติทั้งหลายย่อมไหลมาจากเหตุ" ซึ่งก็หมายถึง ผลที่ปรากฏขึ้นมาได้นั้นไม่มีผู้ใดมาดลบันดาลหรือเสกสรรค์ขึ้นมาได้ หากจะต้องมี "เหตุ" เป็นแดนเกิด ถ้าปราศจากเหตุเสียแล้ว ผลจะปรากฏขึ้นมาเฉยๆ ย่อมจะเป็นไปไม่ได้เลยเป็นอันขาด

ด้วยเหตุดังนี้เอง จิตจะเกิดขึ้นมาเพื่อทำการเห็น จึงต้องอาศัยเหตุเหมือนกัน โดยแบ่งเป็นเหตุใกล้ ๒ เหตุ และเหตุไกล ๒ เหตุ รวมเป็น ๔ เหตุด้วยกัน ทั้งนี้สำหรับผู้เริ่มศึกษาเล่าเรียนเรื่องจิต เพราะถ้าว่าโดยละเอียดแล้วก็มีเหตุเป็นจำนวนมาก

๑. อดีตกรรม .....เป็นเหตุไกล
๒. อารมณ์ ......เป็นเหตุไกล
๓. เจตสิก.......เป็นเหตุใกล้
๔. วัตถุรูป ......เป็นเหตุใกล้

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ย. 2549 , 09:29:27 น.] ( IP = 203.172.117.63 : : )


  สลักธรรม 7



๑. อดีตกรรม

อดีตกรรม หมายถึงกาลที่ล่วงไปแล้ว อาจจะเป็นกาลที่ล่วงไปแล้วในชาตินี้ หรือล่วงไปแล้วในชาติก่อนๆ ก็ได้ ส่วนคำว่า กรรม หมายถึงการกระทำ จะเป็นการกระทำทางกาย วาจา ใจ หรือเป็นการแระทำทางตา หู จมูก ลิ้น หาย และใจก็ได้ รวมกันเข้าก็หมายถึงกรรมที่ได้ทำเอาไว้แล้วเก็บเอาไว้ในจิตใจ

จิตจะเกิดขึ้นมาได้ จะต้องอาศัยกรรมที่ได้กระทำไปแล้วในอดีต ทั้งเป็นอดีตชาติ หรือชาติก่อนๆ และอดีตในชาตินี้ เพราะถ้าไม่มีอดีตกรรมเข้ามาเป็นตัวอุดหนุนแล้ว จิตก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้เลยเป็นอันขาด ถ้าได้ทำความเข้าใจในข้อนี้เสียให้ดีก็จะพ้นความสงสัยไปได้ว่า ชาติก่อนไม่มี จิตที่จะเกิดขึ้นมาทำการงานเห็น ได้ยิน ได้คิดนึกในชาตินี้ก็ไม่มี หรือพูดสั้นๆ ว่า ชาติก่อนไม่มี จะเห็น จะได้ยิน ไม่ได้

ได้กล่าวมาแล้วว่าธรรมชาติของจิตนั้นย่อมเกิดดับ สืบต่อกันเรื่อยๆ ไปไม่ขาดสายอย่างรวดเร็วสุดที่จะพรรณนาได้ จิตนั้นย่อมจะเก็บและสะสมอารมณ์ต่างๆ ที่รับเอาไว้ เช่นในเรื่องที่ได้เห็นมา ได้ยินมา หรือคิดนึกมา เอาไว้ภายในจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดี เรื่องร้าย บุญ หรือบาปประการใด ตลอดไปจนที่เป็นความสันทัดจัดเจน เช่นเป็นคนมีความคิดอ่านว่องไวหรือเป็นคนเฉื่อยชา เป็นต้น

จิตที่สืบต่อๆ กันมานี้ในพระพุทธศาสนาเรียกว่า วิบากจิต ซึ่งแปลว่าเป็นผลของกรรมอันเป็นบุญและบาป วิบากจิตนี้จะเกิดขึ้นสืบต่อกันไปเรื่อยๆ ไม่ขาดสาย ไม่ว่าเวลาหลับหรือเวลาตื่น ยกเว้นเวลาจิตขึ้นวิถีเท่านั้น คือจิตทำการงานในขณะเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส สัมผัสทางกาย เรียกว่าอารมณ์เกิดขึ้นทางปัญจทวาร และคิดนึกเป็นอารมณ์เกิดขึ้นทางใจเรียกว่าทางมโนทวาร

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ย. 2549 , 09:29:49 น.] ( IP = 203.172.117.63 : : )


  สลักธรรม 8



๒.อารมณ์

จิตจะเกิดขึ้นมาได้จิตจะต้องจับอารมณ์ หรือจะต้องมีอารมณ์มากระทบกับจิต เช่น "จิตเห็น" เกิดขึ้น จะต้องมีรูปารมณ์ คือรูปอันได้แก่คลื่นของแสงมากระทบกับจิตที่ประสาทตา ถ้าไม่มีอารมณ์มากระทบจิตก็จะเกิดขึ้นไม่ได้

๓. เจตสิก

เหตุให้เกิดจิตตัวที่ ๓ ได้แก่ เจตสิก และเจตสิกนี้ก็จะต้องเกิดร่วมกับจิตเสมอไป ไม่มีเจตสิกก็ไม่มีจิต

๔. วัตถุรูป

ไม่ว่าสิ่งใดในโลกนี้ จะต้องมีที่ตั้งที่อาศัยสิ่งใดเกิดขึ้นมาแล้วไม่มีที่อาศัยก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของใดๆ ก็ตาม แม้ขอทานไม่มีบ้านเรือนอันเป็นที่อยู่ เขาก็มีที่นั่ง ที่นอน อาจจะเป็นตามใต้ต้นไม้หรือใต้สะพาน

จิตจะเกิดขึ้นมาก็โดยทำนองเดียวกัน จะต้องมีที่ตั้งที่อาศัยเหมือนกับธรรมชาติทั้งหลายนั่นเอง ไม่มีที่ตั้งที่อาศัยจิตจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร (ยกเว้นในอรูปพรหมภูมิ)


(คัดมาจากคำสอนของพระอาจารย์บุญมี เมธงฺกุโร)


โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ย. 2549 , 09:30:19 น.] ( IP = 203.172.117.63 : : )


  สลักธรรม 9

มาติดตาม แสงแห่งประทีป ต่อค่ะ และอนุโมทนากับน้องกิ๊ฟ ด้วยค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ย. 2549 , 14:11:23 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 10


ตามหาแสงแห่งประทีปต่อค่ะ

ขอบคุณนะคะน้องกิ๊ฟ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 พ.ย. 2549 , 18:19:20 น.] ( IP = 58.9.140.106 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org