มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๓๗)






สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๓๗)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา


จำนวนรูปที่เกิดจากสมุฏฐาน


รูปที่เกิดจาก กรรม อันมีชื่อว่า กัมมชรูป นั้น มีจำนวนรูป ๑๘ รูป

รูปที่เกิดจาก จิต อันมีชื่อว่า จิตตชรูป นั้น มีจำนวนรูป ๑๕ รูป

รูปที่เกิดจาก อุตุ อันมีชื่อว่า อุตุชรูป นั้น มีจำนวนรูป ๑๓ รูป

รูปที่เกิดจาก อาหาร อันมีชื่อว่า อาหารชรูป นั้น มีจำนวนรูป ๑๒ รูป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2549 , 08:39:10 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

กัมมชรูป ๑๘

แน่นอน (เอกนฺต) มี ๙ รูป ได้แก่ อินทรียรูป ๘ (ปสาทรูป ๕ ภาวรูป ๒ ชีวิตรูป ๑ ) หทยรูป ๑
ไม่แน่นอน (อเนกนฺต) มี ๙ รูป ได้แก่ อวินิพโภครูป ๘ ( มหาภูตรูป ๔ โคจรรูป(เว้นสัททะ) ๓ อาหารรูป ๑ ) และปริจเฉทรูป ๑

จิตตชรูป ๑๕

แน่นอน (เอกนฺต) มี ๒ รูป ได้แก่ กายวิญญัตติรูป ๑ วจีวิญญัตติรูป ๑
ไม่แน่นอน (อเนกนฺต) ๑๓ รูป ได้แก่ อวินิพโภครูป ๘ ปริจเฉทรูป ๑ วิการรูป ๓ สัททรูป ๑

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2549 , 08:40:06 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2

อุตุชรูป ๑๓

แน่นอน (เอกนฺต) ไม่มี
มีแต่ไม่แน่นอน ทั้ง ๑๓ รูป ได้แก่ อวินิพโภครูป ๘ ปริจเฉทรูป ๑ วิการรูป ๓ สัททรูป ๑

อาหารชรูป ๑๒

แน่นอน (เอกนฺต) ไม่มี
มีแต่ไม่แน่นอน ทั้ง ๑๒ รูป ได้แก่ อวินิพโภครูป ๘ ปริจเฉทรูป ๑ วิการรูป ๓

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2549 , 08:40:48 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3

นกุโตจิสมุฏฐานิกรูป

นกุโตจิสมุฏฐานิกรูป หรือ นกุโตจิรูป เป็นรูปที่ไม่ได้เกิดจาก กรรม จิต อุตุ อาหาร มีคาถาสังคหะ เป็นคาถาที่ ๗ ว่า

ชายมานาทิรูปานํ สภาวตฺตา หิ เกวลํ
ลกฺขณานิ น ชายนฺติ เกหิจีติ ปกาสิตํ ฯ

ลักษณะรูปทั้ง ๔ (อุปจยรูป สันตติรูป ชรตารูป อนิจจตารูป) นั้น ไม่ได้เกิดจากสมุฏฐานใด ๆ เป็นแต่เพียงสภาพของรูปที่กำลังเกิดขึ้น เป็นต้น เท่านั้นเอง

มีความหมายว่า ลักษณะรูป ๔ รูปนี้ ถือว่าไม่ได้เกิดจากสมุฏฐานหนึ่ง สมุฏฐานใดเลย ต่อเมื่อมีนิปผันนรูปเกิดขึ้น จึงจะมีลักขณรูปร่วมเกิดขึ้นพร้อมด้วย เสมอไปอย่างแน่นอน แต่ถ้าไม่มีนิปผันนรูปเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่มีลักขณรูปทั้ง ๔ นี้ เกิดขึ้นเลยแม้แต่รูปเดียว เพราะลักขณรูป ๔ เป็นแต่เพียงสภาพของรูปที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปเท่านั้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2549 , 08:41:14 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4

ประมวลรูปตามสมุฏฐาน


เมื่อประมวลรูปตามสมุฏฐานเข้าด้วยกันแล้ว ก็จะเห็นได้ว่า

๑ เอกสมุฏฐานิกรูป หรือ เอกชรูป คือรูปที่เกิดจากสมุฏฐานอย่างเดียวมี ๑๑ ได้แก่

อินทรียรูป ๘ และหทยรูป ๑ รวม ๙ รูปนี้ เกิดจากกรรมเป็นสมุฏฐานแต่อย่างเดียว
กายวิญญัติรูป ๑ และวจีวิญญัติรูป ๑ เกิดจากจิตเป็นสมุฏฐานแต่อย่างเดียว

๒. ทวิสมุฏฐานิกรูป หรือ ทวิชรูป คือรูปที่เกิดจากสมุฏฐาน ๒ อย่าง หรือ ๒ สมุฏฐาน มีอยู่ ๑ รูป คือ

สัททรูป ๑ เกิดจากจิตหรืออุตุเป็นสมุฏฐาน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2549 , 08:41:38 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 5

๓. ติสมุฏฐานิกรูป หรือ ติชรูป คือรูปที่เกิดจากสมุฏฐาน ๓ อย่าง มี ๓ รูป ได้แก่

วิการรูป ๓ เกิดจากจิต อุตุ หรืออาหารเป็นสมุฏฐานก็ได้

๔. จตุสมุฏฐานิกรูป หรือ จตุชรูป คือรูปที่เกิดจากสมุฏฐานได้ทั้ง ๔ มีอยู่ ๙ รูป ได้แก่

อวินิพโภครูป ๘ และปริจเฉทรูป ๑ รวม ๙ รูปนี้ เกิดจากกรรม จิต อุตุ อาหาร

๕. นกุโตจิสมุฏฐานิกรูป หรือนกุโตจิรูป คือรูปที่มิได้เกิดจากสมุฏฐานใดๆ เลยทั้งนั้น มีอยู่ ๔ รูป ได้แก่

ลักขณะรูป ๔ ไม่ได้เกิดจากกรรม จิต อุตุ และอาหารแต่อย่างใดเลย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2549 , 08:42:05 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 6

มนุษย์และสัตว์เดรัจฉานนั้นมีรูปพรรณสัณฐานและมีสีสันวรรณะขึ้นมาได้ ก็เพราะเหตุที่มีอำนาจของกรรมชรูปผลิตสร้างรูปขึ้นมาให้เป็นพิ้นฐานเป็นการเริ่มต้นเสียก่อน แล้วจึงได้มีอุตุชรูปรักษาเอาไว้ไม่ให้เน่าเปื่อยไป และมีอาหารชรูปหล่อเลี้ยงให้เจริญเติบโต ทำให้ชีวิตดำรงคงอยู่ได้

ดังใน สังยุตตอรรถกถา แสดงไว้ว่า กมฺมโต ชนิโตปิ อยํ กพฬีการาหาเรน อุปตฺถมฺภิโตเยว ติฏฺฐติ

แปลเป็นใจความว่า ขันธ์ที่เกิดขึ้นมาเพราะกรรมจะทรงอยู่ได้ก็ด้วยมีอาหารค้ำชูไว้ หมายความว่า สัตว์ทั้งหลายเกิดมาด้วยกรรม แต่ดำรงอยู่ได้ด้วยอาหาร

ครั้นถึงแก่ความตาย กรรมชรูป และอาหารชรูปก็ดับหมดสิ้นตามไปด้วย แต่อุตุชรูปยังคงปรากฏแก่ซากศพนั้นตลอดไป

ส่วนจิตตชรูปนั้น ต้องอาศัยกรรมชรูป อุตุชรูป และอาหารชรูป ทั้ง ๓ นี้เป็นที่ตั้งจึงจะเกิดได้ หมายความว่า จิตตชรูปต้องอาศัยรูปร่างกายของสัตว์ที่มีวิญญาณเกิดขึ้น ถ้าไม่มีรูปร่างกายแล้ว จิตตชรูปก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2549 , 08:42:34 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 7

ตามเข้ามาศึกษาเรื่องรูปต่อครับ เป็นประโยชน์มากเลยครับสำหรับการอธิบายของท่านอาจารย์ครับ

เพราะเรื่องรูปนี้เข้าใจยากนะครับสำหรับผม จึงต้องอาศัยท่านอาจารย์นะครับที่จะให้แสงสว่างแก่ชีวิตผมต่อไป

กราบระลึกในพระคุณอย่างสูงครับ

โดย ทับตะวันดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2549 , 10:03:46 น.] ( IP = 58.9.135.31 : : )


  สลักธรรม 8

มาติดตามศึกษาเพื่อให้เกิดความรู้ในเรื่องรูปต่อค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2549 , 12:25:01 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org