มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงแห่งประทีป (๘)</






พระอาจารย์บุญมี เมธางกูร

แสงแห่งประทีป (๗)

แสงแห่งประทีป (๘)


ในพระพุทธศาสนาจะได้แสดงถึงกาลมรณะ อันหมายถึงคราวที่จะต้องตาย และอกาลมรณะ ได้แก่ตายลงไปโดยที่ยังไม่ถึงเวลาก็จริง ก็มิได้กล่าวไว้เฉย ๆ หากแต่ได้ให้เหตุผลข้อเท็จจริงไว้พร้อมบริบูรณ์ ซึ่งจำเป็นต้องศึกษาเรื่อง มรณุปฺปตฺติจตุกฺก จึงจะเข้าใจได้

ถ้าจะเปรียบเทียบการตายของสัตว์ทั้งหลายแล้ว ก็เหมือนกับโคมไฟที่ได้จุดไว้ตามบ้านเรือน โคมไฟดังกล่าวนี้ย่อมจะต้องดับลงได้ด้วยเหตุ ๔ ประการ คือ เพราะหมดไส้ ไฟจึงดับอย่างหนึ่ง , เพราะหมดน้ำมัน ไฟก็ย่อมจะดับอย่างหนึ่ง , เพราะหมดทั้งไส้ทั้งน้ำมันทั้งสองอย่าง ไฟจึงดับอย่างหนึ่ง และเพราะโดนลมพัดหรืออะไรทับ ไฟจึงดับอีกอย่างหนึ่ง รวมเป็น ๔ ประการด้วยกัน

๑. อายุกฺขยมรณ เพราะสิ้นอายุ
๒. กมฺมกฺขยมรณ เพราะสิ้นกรรม
๓. อุภยกฺขยมรณ เพราะสิ้นอายุ และ สิ้นกรรม
๔. อุปจฺเฉทกมรณ เพราะประสบอุบัติเหตุทั้ง ๆ ที่กรรมยังไม่สิ้น

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2549 , 08:48:48 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



๑. อายุกฺขยมรณะ

ตามธรรมดาสัตว์ทั้งหลายย่อมจะต้องมีอายุขัยของตน ไม่ว่าจะเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เปรต อสูรกาย มนุษย์ หรือเทวดาก็ตาม สำหรับมนุษย์นั้น เมื่อ ๒,๕๐๐ ปีเศษมาแล้ว มีขัยอายุสูงสุด ๑๐๐ หรือ ๑๐๐ ปีเป็นอายุขัย แต่ในปัจจุบันนี้ ขัยอายุของมนุษย์ลดลงเหลือเพียง ๗๕ ปีเท่านั้นเอง อายุของมนุษย์จะสั้นหรือยาวก็ตาม ย่อมจะต้องอาศัยอำนาจของกรรมที่ได้ทำมาตั้งแต่ในอดีตเป็นส่วนสำคัญ

ด้วยเหตุดังนี้ ผู้ที่มีอายุยืนหรืออายุน้อย จึงเกิดขึ้นมาจากสาเหตุและเหตุนั้นก็คือ การมีศีล เว้นจากการฆ่าสัตว์ หรือเว้นจากการเบียดเบียนในชีวิตผู้อื่น และการทำบุญให้ทานเจือจานให้ชีวิตของผู้อื่นได้ยืนยาวออกไป หรือช่วยให้ผู้อื่นรอดจากความตาย เช่นการรักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วยความมีน้ำใจ ทำให้อายุยืนยาว และการที่ได้เบียดเบียนชีวิตซึ่งกันและกันที่เกิดขึ้นในอดีตชาติ ทำให้อายุถดถอยสั้นลง

มีคนหลายคนบ่นว่า ญาติมิตรของเขาไม่ได้ทำบาปอะไรมาเลย ไม่ได้เบียดเบียนไม่ได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตมาก่อน แต่เหตุไฉนจึงได้ป่วยเจ็บออดแอด และถึงแก่ความตายในเมื่ออายุยังไม่สมควร

ผู้ที่เข้าใจดังนี้ก็มีมากเหมือนกัน แต่ความคิดเห็นดังนี้ไม่เป็นการถูกต้องตามสภาวธรรม เพราะกรรมปัจจุบันในชาตินี้ เป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรม เป็นชวนะดวงที่ ๑ มีกำลังอ่อน ย่อมจะให้ผลได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น กรรมที่ทำในอดีตชาติต่างหากที่เข้ามาให้ผลและไม่จำเป็นด้วยว่าต้องเป็นชาติที่แล้วมาเท่านั้น อาจเป็นชาติใน ๆ เข้าไปก็ได้

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2549 , 08:50:51 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2



ความจริงอำนาจของกรรมของบุคคลผู้ซึ่งเบียดเบียนทำให้ชีวิตของสัตว์ต้องตกล่วงไปในอดีตชาติย่อมจะสนับสนุนให้ผู้นั้นมีชีวิตไม่ยืนยาว และบุคคลซึ่งมีความเมตตา กรุณา เอื้อเฟื้อเจือจานผู้อื่น หรือช่วยให้ชีวิตของผู้อื่นรอดและปลอดภัยในอดีตชาติย่อมจะมาเป็นกำลังอุดหนุนให้บุคคลนั้นมีอายุยืนยาว

เรื่องนี้มองเห็นได้ยากจะต้องศึกษาเรื่องของกรรมจากพระอภิธรรมปิฎกจนมีความเข้าใจจึงจะหายสงสัยได้ ด้วยเหตุดังนี้เอง ในสมัยใดมนุษย์มีอายุขัยลดน้อยถอยลง ก็ย่อมแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ในสมัยนั้นได้เคยเบียดเบียนทำชีวิตของสัตว์ทั้งหลายให้ตกล่วงไปเป็นอันมากในอดีตชาติ

อายุกขยมรณะ ก็หมายถึง ผู้ที่มีอายุมากพอสมควรแล้ว ร่างกายแก่ชราเต็มที่ไม่สามารถที่จะทรงอยู่ได้อีกต่อไป ความตายจึงได้บังเกิดขึ้น จึงได้เรียกว่า อายุกขยมรณะ แปลว่า ความตายเกิดขึ้นเพราะสิ้นอายุ และบุคคลผู้ตายโดยอายุกขยมรณะนี้ เป็นผู้ที่ได้เบียดเบียนสัตว์ ทำลายชีวิตสัตว์มาไม่มากนักในอดีตชาติ บุคคลผู้ตายดังกล่าวนี้ เรียกว่าถึงคราวตายแล้ว

ความตายได้บังเกิดขึ้นมาเพราะร่างกายแก่เฒ่าทรุดโทรมจนอยู่ไม่ได้อีกต่อไป เป็นกาลมรณะถึงคราวถึงที่แล้วที่จะต้องตาย เปรียบเหมือนดวงประทีบโคมไฟที่น้ำมันก็ยังอยู่ แต่ไส้หมดไปเสียแล้ว

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2549 , 08:52:26 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3



๒. กมฺมกฺขยมรณะ

บางคนเกิดขึ้นมาแล้วมีอายุน้อยเหลือเกิน เพราะเกิดมาได้เพียงวันเดียว หรือ ๕ ปี ๑๐ปีเท่านั้นก็ตายแล้ว แต่บางคนอายุยิ่งน้อยไปอีกเพราะตายเสียก่อนที่จะได้เห็นเดือนเห็นตะวัน

ในเรื่องของกรรมนั้นมีอำนาจหลายอย่าง กรรมบางอย่างทำให้รูปผันแปรเปลี่ยนแปลงเป็นรูปใหม่ไปก็ได้ ในทางธรรมะตั้งชื่อให้ว่ากรรมชรูป กรรมบางอย่างมีอำนาจช่วยอุดหนุนหรือส่งเสริมให้เกิดการปฏิสนธิในภพใหม่ชาติใหม่ ในทางธรรมะตั้งชื่อให้ว่าชนกกรรม

กรรมบางอย่างมีหน้าที่ช่วยสนับสนุนรูปนามที่เกิดจากชนกกรรมให้ตั้งอยู่ในภพนั้น ๆ ได้ เรียกชื่อว่า อุปถัมภกกรรม และกรรมบางอย่างเข้าไปตัดรอนวิบากและกรรมชรูปที่เกิดจากชนกกรรม คือทำให้ชีวิตต้องดับสูญสิ้นลง ในทางธรรมะมีชื่อว่า อุปฆาตกรรม

กรรมทุก ๆ อย่างล้วนมีอำนาจทั้งนั้น มีความสามารถที่จะให้บังเกิดผลได้เสมอ ถ้ามันมีกำลังเพียงพอ แต่ที่มันยังไม่ได้แสดงผลขึ้นมาก็เพราะกรรมอื่นที่มีกำลังมากกว่ากำลังให้ผลอยู่ ยังไม่ได้เปิดช่องโอกาสให้เท่านั้นเอง จึงสงบอยู่

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2549 , 08:53:22 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4



ตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายก็คือ เมื่อมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันขึ้นเป็นการใหญ่ จิตใจก็ย่อมจะตั้งมั่นไม่ได้ เพราะเรื่องที่ทะเลาะกันเหล่านั้นมีกำลังมาก เรื่องนั้น ๆ จึงได้มากระทบจิตใจทำให้เกิดความครุ่นคิดเคียดแค้น หรือเศร้าหมอง ปิดบังขวางกั้นอารมณ์ทั้งหลายให้หมดโอกาส หรือมีโอกาสน้อยที่จะเกิดได้ และเกิดได้นาน ๆ

ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายก็เหมือนกัน เมื่อชนกกรรมนำเกิดขึ้นมาในภพชาติแล้ว จะเป็นมนุษย์หรือสัตว์เดรัจฉานก็ตาม ชนกกรรมนำให้เกิดก็หมดหน้าที่ลง รูปนามที่เกิดขึ้นมาแล้วนี้ก็จะได้รับการอุดหนุนบำรุงต่อไปให้รูปนามชนกกรรมนำให้เกิด ยังคงอยู่ได้ในภพนั้น ๆ ต่อไป กรรมดังกล่าวนี้เรียกว่า อุปถัมภกกรรม

และถ้าอุปถัมภกกรรมอันเป็นกรรมที่ได้ทำมาแล้วในอดีตหมดอำนาจลง ไม่สามารถที่จะอุปถัมภ์ค้ำจุนได้อีกต่อไปแล้ว บุคคลนั้นก็จะถึงซึ่งความตาย การสิ้นสุดของกรรมที่ปกปักรักษานี้แหละเรียกว่า กัมมักขยะ คือตายลงไปเพราะสิ้นกรรมที่จะอุปถัมภ์ค้ำชู อาจจะมีอายุอยู่ไม่กี่นาที ไม่กี่วันหรืออาจจะมีอายุมากก็ได้

ความตายดังกล่าวนี้ เปรียบเหมือนดวงประทีปที่ต้องดับลงไปเพราะหมดน้ำมัน

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2549 , 08:54:16 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 5



๓. อุภยกฺขยมรณะ

อุภยักขยมรณะ หมายถึงผู้ตายมีอายุยืนยาวไปถึงอายุขัย คือ ๗๕ ปี หรือกว่า ซึ่งเราเรียกว่า แก่มากแล้วและพร้อม ๆ กันนี้เองกุศลชนกกรรมหรืออกุศลชนกกรรมที่นำเกิด ก็พอดีหมดความสามารถลงด้วย อุปถัมภกรรมที่จะรักษาให้ชีวิตยังคงยืนยาวต่อไปอีกหมดอำนาจลงแล้วคืออายุก็แก่มากแล้ว กรรมที่จะปกปักรักษาก็หมดลงด้วย

เหมือนกับประทีปโคมไฟที่ดับลงไปเพราะหมดทั้งไส้และหมดทั้งน้ำมันเป็นการหมดลงทั้งสองอย่าง

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2549 , 08:55:49 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 6



๔. อุปจฺเฉทกมรณะ

ความตายในประเภทอุปัจเฉทกมรณะนี้ เป็นการตายโดยมีอำนาจของกรรมที่มีกำลังมากได้มาตัดรอน จะเป็นกุศลหรืออกุศลเข้ามาตัดรอนก็ได้ ความตายชนิดนี้ อายุก็ยังไม่มากถึงอายุขัย และอำนาจของกรรมที่ปกปักรักษาก็ยังมิได้หมดไป คือทั้งอายุและทั้งกรรมก็มิได้มาทำให้ให้ชีวิตต้องสิ้นสุดลง แต่ด้วยอำนาจของกรรมที่ได้ทำมาแล้วในภพก่อนหรือในภพนี้เข้ามาบั่นรอนให้บุคคลนั้นต้องตายลงไป

ซึ่งเปรียบเหมือนประทีปโคมไฟที่ไส้ก็ยังอยู่ ทั้งน้ำมันก็ยังไม่หมดแต่ถูกลมถูกน้ำ หรือถูกของอะไรทับลงไปไฟจึงได้ดับ ความตายชนิดนี้ ชื่อว่าอุปัจเฉทกมรณะ

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2549 , 08:57:18 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 7



ความตายโดย อายุกขยมรณะ สิ้นอายุ กรรมมักขยะมรณะ สิ้นกรรม อุภยักขยมรณะ สิ้นอายุ สิ้นทั้งกรรม ทั้งสามอย่างนี้เป็น กาลมรณะ เป็นการตายที่ถึงคราว ถึงเวลา ถึงที่ที่จะต้องตายแล้ว

ส่วนอุปัจเฉทกมรณะ ตายโดยอุบัติเหตุนั้น ชื่อว่า อกาลมรณะ เป็นการตายที่ยังไม่ถึงคราว ไม่ถึงเวลา ยังไม่ถึงที่ แต่เหตุไฉนเล่า คนเราจึงได้ตายลงไปในเมื่อยังไม่ถึงคราวถึงเวลาที่จะต้องตาย ทั้ง ๆ ที่อายุขัยก็ยังไม่สิ้นลงไป อำนาจของชนกกรรมก็ยังไม่หมด

ความตายที่เกิดขึ้นนี้ ก็เนื่องมาแต่อำนาจของกุศลกรรมหรืออกุศลกรรมที่ได้ทำมาแล้วในภพก่อนหรือในภพนี้ แต่มีกำลังมากเข้ามาตัดรอนให้ผู้นั้นต้องตายลง

ความตายดังกล่าวนี้เป็นการตายที่ยังไม่ถึงคราว ไม่ถึงเวลา และมีเหตุอันเป็นปัจจุบันเป็นเรื่องสำคัญ ความตายดังกล่าวจึงเว้นจากอดีตกรรมมาเป็นผู้อุดหนุนเสียหาได้ไม่ และจะทอดทิ้งกรรมในปัจจุบันเสียก็มิได้เหมือนกัน

ผู้ที่ทำให้คนอื่นตายลงด้วยการอดน้ำ ให้งูกัด วางยาพิษ เอาไฟเผา ถ่วงน้ำ ฆ่าโดยใช้อาวุธ เหล่านี้เป็นต้น
ผู้นั้นก็ย่อมตายลงด้วยการอดน้ำ ให้งูกัด วางยาพิษ เอาไฟเผา ถ่วงน้ำ ฆ่าโดยใช้อาวุธเช่นเดียวกัน

และย่อมแสดงให้เห็นว่า อกาลมรณะเหล่านี้ จะเว้นเสียจากอดีตกรรมไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ท่านอาจารย์ทั้งหลายที่ทรงคุณวุฒิ จึงลงความเห็นว่า ความตายที่เป็น อกาลมรณะเหล่านี้ เป็นความตายเพราะอุปัจเฉทกรรม

(คัดมาจากคำสอนของพระอาจารย์บุญมี เมธงฺกุโร)


โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2549 , 08:58:48 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ ที่ขยายความต่างๆอย่างชัดเจนมากเลยครับ

ยิ่งย้ำให้แน่ชัดถึงเรื่องกรรมทั้งหลายที่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตเรานั้นตลอดเวลาแม้กระทั่งความตาย

นอกจากจะเป็นการสอนให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างกรรมกับชีวิตแล้ว ยังทำให้เกิดความเกรงกลัวต่อการกระทำกรรมที่ประมาทมากๆเลยขอรับ

โดย พี่เณรดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2549 , 09:56:45 น.] ( IP = 58.9.135.31 : : )


  สลักธรรม 9

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

อำนาจกรรมที่เรากระทำทั้งอดีตและปัจจุบัน มีอิทธิพลต่อชีวิตของเรามากเลยค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 พ.ย. 2549 , 12:59:42 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org