มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


จากพ่อ..เพื่อลูก




จากพ่อ..เพื่อลูก


หายไป(กับกิจธุระทางโลกย์)เกือบเดือน กลับมาอาทิตย์นี้ก็ได้รับความห่วงใยในรูปของคำเตือนจากพ่อ(มา)เพื่อลูกๆ ทุกคนอีก ด้วยข้อคิดที่ว่า

“อย่าลืมนะลูก.... เหรียญบาทยังมี ๒ ด้าน ก็เหมือนชีวิตคนเรานั่นแหละ ที่ต้องย่อมมีสุขกับมีทุกข์ ...หากด้านหัวเป็นด้านสุข ด้านก้อยก็เป็นทุกข์ แล้วก็เป็นธรรมชาตินะลูก เมื่อเวลาเราโยนเหรียญหากมองเห็นด้านหัว เราก็ไม่เห็นด้านก้อย เมื่อเห็นด้านก้อยก็ไม่เห็นด้านหัว

ฉันใดฉันนั้น สุข-ทุกข์ก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน นั่นก็คือ เมื่อหงาย เราก็ไม่รู้หลัง แล้วก็หลง จริงไหมลูก ....ลองนึกดูซิ เวลาที่ลูกกำลังหัวเราะงอหายกันอย่างมีความสุข ตอนนั้นลูกเคยนึกถึงเรื่องที่เป็นทุกข์ไหม ไม่เลย ทั้งๆที่บางคนก็มีเรื่องทุกข์ใจกันมากมาย แล้วตอนนั้นเราก็หลงไหลคือวิปลาสไปกับความสุขที่กำลังมี หรือไม่เวลาที่ลูกมีความทุกข์ แล้วใช้เวลาจมอยู่กับความทุกข์นั้น สุขมันก็ไม่มีโอกาสปรากฏให้เห็น แต่ถ้าจะถามว่าสุขมีอยู่ไหม มี แต่ขณะนั้นเราไม่เปิดโอกาสให้มันเกิดขึ้นเอง

หลวงพ่อจึงฝากมาบอกว่า เมื่อเรารู้แล้วว่าเวลาหงาย เราก็ไม่รู้หลัง แล้วก็หลง เราก็พยายามปลงใจ นั่นคือทำให้เป็นกลางๆให้ได้ คือ ดูให้เป็น

โดย วยุรี [22 พ.ย. 2549 , 18:24:12 น.] ( IP = 58.9.149.88 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พูดถึงคำว่า ดูให้เป็นทำให้นึกถึงคำสอนของหลวงพ่อ ที่พยายามบอกพยายามสอนให้พวกเรารู้จักวางใจในโลกธรรมทั้ง ๘ นั่นคือ

ยามประสบกับการมี ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ต้องหมั่นเตือนตนเองว่า สิ่งที่ได้รับนี้เป็นผล (วิบาก)ของการสร้างกุศลเหตุมา และทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ก็ย่อมดับไป ไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืน ต้องหมั่นเตือนตนไว้ เพราะเมื่อสิ่งเหล่านี้หมดไปจะได้ไม่เสียใจ และเมื่อได้รับจะได้ไม่หลง

ยามประสบการการเสื่อมลาภ หมดยศ นินทา ทุกข์ ...ก็บอกตน นี่เป็นผลที่เราสร้างเหตุไม่ดี คืออกุศลมา จึงต้องได้รับผล และเช่นเดียวกันสิ่งที่ได้รับนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องดับไป

นี่คือ การดู(ธรรมชาติ)เป็น ...

ยังจำได้ว่าครั้งหนึ่งอาจารย์บุษกร เคยพูดธรรมะในช่วงเช้าให้พวกเราฟัง โดยยกเอาภาษิต “หวานอมขมกลืน” มาอธิบายว่า ทำไม? หวานจึงแค่ให้อม แต่ไม่ให้กลืน เพราะความหวานยิ่งมากเกินไป ย่อมทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ ....ความหวานนี้หากเปรียบแล้วก็คือ ความสุข ซึ่งสิ่งเหล่านี้เมื่อได้รับแล้ว คนส่วนใหญ่ก็จะหลงติดอยู่ในสิ่งนั้น ส่วนขมนั้น โบราณท่านว่าขมเป็นยา หากอมไว้ก็ไม่เกิดประโยชน์ จึงต้องกลืนเพื่อรักษาโรคให้หาย ....ความขมนี้หากเปรียบแล้วก็คือ ความทุกข์ ประการสำคัญ ทุกข์เป็นความจริงอันประเสริฐ เป็นหนึ่งในอริยสัจ ๔ หากผู้ใดกำหนดรู้ได้ เท่ากับเป็นการเดินไปตามทางของพระอริยเจ้า

มาถึงตรงนี้ทำให้คิดถึงอีกภาษิตหนึ่ง คือ หวานเป็นลม ขมเป็นยา ก็คงเป็นไปในทำนองเดียวกัน ความสุขเมื่อเกิดขึ้นแล้ว เรารู้สึกว่ามันช่างหมดไปเร็ว ก็ไม่ต่างจากลมที่เพียงแค่พัดมาแล้วผ่านไป แต่ทีความทุกข์เกิดขึ้นกับเราแล้ว มันช่างนานแสนนาน ก็คงเหมือนกินยาเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะต้องดูดซึม ไหนจะต้องใช้เวลาจึงจะเยียวยาโรคภัยไข้เจ็บได้ คงไม่มียาชนิดใดที่กินเข้าไปแล้ว อาการที่เป็นจะหายไปในทันทีทันใด

โดย วยุรี [22 พ.ย. 2549 , 18:31:49 น.] ( IP = 58.9.149.88 : : )


  สลักธรรม 2

….ว่ามาเสียยาว แต่ ก็คงพอจะเข้ากับเรื่องการวางใจในสุข หรือทุกข์ที่เราต้องรับกันได้บ้าง ไม่มากก็น้อย แล้วก็ได้ทราบต้นเหตุของการที่หลวงพ่อต้องนำเรื่องนี้มาเตือนพวกเรา นั่นก็คือ มีลูกศิษย์ท่านหนึ่งต้องประสบทุกข์กับวิบากที่เกิดจากเรื่องราวรอบด้าน ท่านอาจารย์พยายามจะช่วยเหลือด้วยก็แล้ว แต่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ หลวงพ่อจึงบอกท่านอาจารย์ว่า ไว้เป็นหน้าที่ของท่านเองก็แล้วกัน แล้ววันอาทิตย์ให้นำเรื่องเหรียญมาสอน แต่ก่อนหน้าที่จะสอนนี้ ด้วยอำนาจจิตที่หลวงพ่อมี จึงทำให้ลูกศิษย์ท่านนี้ประสบกับเรื่องเหรียญบาทก่อนที่จะมาฟังธรรม นั่นคือ

ตอนเช้าวันอาทิตย์ ลูกศิษย์คนที่ว่านี้พบเหรียญบาทตกอยู่ ….ซึ่งโดยปกติแล้วเขาบอกว่า เวลาพบเหรียญบาทท่านจะไม่เก็บ เพราะคำโบราณบอกว่าจะขัดลาภตนเอง ครั้งแรกไม่เก็บ แต่พอเดินไปอีกก็พบอีก คิดไปคิดมาก็เลยเก็บ และนำไปหยอดกระปุกไว้ทำบุญ พอมาถึงมูลนิธิสายหน่อย ทันทีที่เข้ามาในห้องก็ได้ยินเรื่องเหรียญบาทที่หลวงพ่อฝากมาเป็นข้อคิดคำเตือนให้พวกเราวางใจในเรื่องสุข-ทุกข์ที่ได้รับ ท่านบอกว่ารู้สึกขนลุกซู่ทันทีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง

….เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นบทพิสูจน์ได้ว่า หลวงพ่อท่านไม่เคยทอดทิ้งลูกศิษย์ คอยเป็นธุระดูแลความเป็นไปทุกๆ อย่าง ผิดท่านก็ฝากคำเตือนมากับท่านอาจารย์ มีปัญหาท่านก็คอยช่วยแก้ไข

โดย วยุรี [22 พ.ย. 2549 , 18:36:49 น.] ( IP = 58.9.149.88 : : )


  สลักธรรม 3

นอกจากนี้ ท่านยังฝากคำเตือนมาถึงพวกเรา(ที่ยังคงทำผิดพลาด)ว่า

โรคภัย โบราณท่านว่า เข้าทางปาก
ทุกข์ภัย โบราณท่านว่า เกิดทางปาก


ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ โรคต่างๆ ที่เป็นกันอยู่นั้น ส่วนใหญ่ เกิดจากการกิน กินน้อยไป มากไป กินไม่ครบหมู่ หรืออาหารการกินมีเชื้อโรค ทั้งหมดล้วนต้องเข้าทางปากแล้วทำให้เกิดโรคภัยทั้งสิ้น

ในขณะที่ทุกข์ภัยที่เกิดกับชีวิตเราตอนนี้ ส่วนใหญ่ เกิดทางปาก ด้วยการพูดจากันทั้งนั้น ทั้งๆ ที่พ่อเองก็เคยสอนบ่อยครั้ง และลูกเองก็ยังจำจนขึ้นใจว่า

คำพูดจะเป็นพิษ ถ้าไม่คิดก่อนพูด

ไม่จำเป็นไม่ต้องพูด พูดมาก ผิดมาก ไม่พูดเลย ไม่ผิดเลย หากจำเป็นต้องพูด ควรพูดด้วยสติ

คำพูดฟ้องปัญญา กริยาฟ้องขันติ


แต่ลูกพ่อ ก็ยังเกิดทุกข์ภัยเพราะปากกันบ่อยครั้ง

ฉะนั้นเป็นลูกพ่อต้องหยุดภัยทางปากให้ได้ด้วยการสอน(ธรรม) และฟัง(ธรรม) เพราะขณะที่สอน หรือฟังธรรมนั้น ลูกจะไม่มีโอกาสเกิดทุกข์ภัยจากปากได้อย่างแน่นอน

และจงหมั่นเตือนตนเองเสมอๆ ว่า “เรายังไม่ฉลาด” จึงต้องคอยระวัง และยอมรับ โดยเฉพาะยอมรับฟังคำเตือน เพราะใครก็ตามที่คิดว่าตนเองฉลาดแล้ว นั่นก็คือ “คนโง่”

เช่นเดียวกัน ผู้สอนคนอื่นให้ดี นับว่าเป็นความดี
แต่ถ้า ผู้ใดสอนตนให้ดี นั่นเป็นความดีที่ยิ่งกว่า


คำบอกกล่าวเตือนใจมาทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่มีค่ายิ่งนัก สำหรับชีวิตที่ยังต้องดำเนินไป และทั้งหมดนี้ถือได้ว่าเป็นข้อกำหนดใจ..ให้มีทางที่ถูกที่ควร..ซึ่งล้วนเป็นน้ำคำและน้ำใจจากพ่อ..เพื่อลูก

โดย วยุรี [22 พ.ย. 2549 , 18:46:15 น.] ( IP = 58.9.149.88 : : )


  สลักธรรม 4

ขอบคุณมากครับคุณวยุรี..ที่นำข้อคิดเพื่อชีวิตที่ดีงามมาฝากครับ

ย่อมเป็นบทบาทของชีวิตจริงเลยนะครับ เมื่อพูดถึงความหลงไปกับอารมณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นมากระทบทวาร ซึ่งเป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้มองด้านเดียว เมื่ออ่านคำเตือนของหลวงพ่อ ที่คุณวยุรีเขียนมานี้ แล้วนึกย้อนไปในความรูสึกเก่าที่เคยทั้งรักทั้งชัง ทำให้เห็นว่า ตนเองนี้ยังอ่อนนัก ในการมอง หรือจะใช้คำว่า ยังดูไม่เป็น ยังคงเล่นละครอยู่อย่างมาก ครับเมื่อได้คำชี้แนะตักเตือนแล้ว ผมจะพยายามฝึกฝนใจ ให้เป็นผู้ดูให้เป็นให้ได้โดยไวครับ

ถือโอกาสตรงนี้ ก้มกราบระลึกสำนึกในพระคุณของหลวงพ่อ ที่เมตตากรุณาอบรมสั่งสอนลูกๆมาเสมอครับ.

โดย ทับตะวัน [22 พ.ย. 2549 , 19:02:52 น.] ( IP = 58.9.149.88 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณพี่วยุร ด้วยค่ะ ที่ได้นำคำสอนจากพ่อ..เพื่อลูก มาฝาก

การเปรียบชีวิต เสมือนเหรียญบาทยังมี ๒ ด้าน ทำให้เห็นชัดว่า อย่าไปหลงเพลินเพลินหรือทุกข์กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากไป เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องดับไป

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อด้วยค่ะ ที่ได้นำคำเตือนมาฝากลูกๆ ค่ะ


โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ย. 2549 , 08:19:48 น.] ( IP = 58.8.45.193 : : )


  สลักธรรม 6

ขอน้อมรับคำสอนจากหลวงพ่อ...จะพยายามดูให้เป็นและทำให้เป็นค่ะ

ขอบพระคุณที่นำสายในรักมาฝากค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 พ.ย. 2549 , 10:14:56 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7

ขอน้อมกราบบูชาในความเมตตาของหลวงพ่อค่ะ

และรู้สึกซาบซึ้งใจในความเมตตาของหลวงพ่อที่มีต่อศิษย์ทุกคน

เรื่องราวของเหรียญบาท
เป็นบทเรียนสอนจิตได้เป็นอย่างดี

อะไรที่ทุกข์มากไป ย่อมไม่เห็นสุขจริงๆ
และสุขมากไปก็เพลิดเพลินไม่เห็นทุกข์

ความหลง...น่ากลัวกว่าความมืดใดๆ
ขอบพระคุณค่ะพี่วยุรี

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 พ.ย. 2549 , 00:07:54 น.] ( IP = 125.24.44.152 : : )


  สลักธรรม 8

มาน้อมรับคำสอนจากหลวงพ่อค่ะ
คำสอนคำเตือนของหลวงพ่อมีคุณค่ามากมาย สามารถนำมาสอนตนได้ กับทุกเรื่องราวของชีวิตของแต่ละคน
จึงเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่นำไปพิจารณาและนำไปใช้ได้อย่างกว้างขวาง

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อที่เมตตากรุณาสอนลูกๆมาตลอดค่ะ

ขอบพระคุณพี่วยุรีที่กรุณานำคำจากพ่อมาถ่ายทอดให้ได้ทราบค่ะ

โดย ธัญธร (ธัญธร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 พ.ย. 2549 , 17:31:05 น.] ( IP = 203.188.16.126 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org