มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๔๐)






สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๔๐)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ดังได้แสดงมาแล้วว่า ธรรมดาของรูป ไม่ว่าจะเป็นรูปอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นคน เป็นสัตว์ เป็นก้อนดิน ก้อนหิน เกิดเป็นรูปขึ้นมาจนเห็นหรือสัมผัสได้ก็เพราะรูปเหล่านั้นมาจากรูปที่เล็กมาก แต่ละหน่วยที่เล็กๆ เหล่านั้นมารวมกันและหน่วยเล็กๆ เหล่านั้นเรียกว่า ปรมาณู

และธรรมชาติที่มารวมกันเป็นหมู่ เป็นหมวด เป็นกลุ่ม เป็นก้อน นั้นเรียกในทางธรรมะว่า "กลาป"

กลาป ได้แก่ กลุ่มของรูปที่มารวมกันเป็นหมวด เป็นหมู่ เป็นคณะ นั่นเอง เช่น ร่างกายของคน ร่างกายของสัตว์ ต้นไม้ ภูเขา แม่น้ำ เป็นต้น

เมื่อจะศึกษาเรื่องรูป ก็จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจถึงความเป็นไปของรูปนั้นให้ดีเสียก่อนว่า มันเป็นอย่างไร

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 พ.ย. 2549 , 00:00:45 น.] ( IP = 58.9.93.110 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เรื่องความเป็นไปของรูปนั้น ถ้าเปรียบกับเจตสิกก็จะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นทั้งๆ ที่เจตสิกนั้นจะเป็นนามก็ตาม

เจตสิก ก็ได้แก่ธรรมชาติที่ประกอบกับจิต และการที่เรียกว่า "ประกอบ" นั้นก็ต้องบริบูรณ์ด้วยลักษณะ ๔ ประการ คือ

เอกุปปาทะ เกิดพร้อมกับจิต
เอกนิโรธะ ดับพร้อมกับจิต
เอกาลมฺพนะ มีอารมณ์อันเดียวกับจิต
เอกวตฺถุกา อาศัยวัตถุอันเดียวกับจิต

ไม่มีรูปหรือนามใดในโลกนี้ที่ไม่ใช่เจตสิก แต่บริบูรณ์ไปด้วยลักษณะทั้ง ๔ ประการดังกล่าวแล้ว หรือจะพูดว่า ถ้าไม่ใช่เจตสิกแล้ว ก็จะไม่มีลักษณะทั้ง ๔ ประการนี้เลยเป็นอันขาด

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 พ.ย. 2549 , 00:01:19 น.] ( IP = 58.9.93.110 : : )


  สลักธรรม 2

ในเรื่องของรูปกลาปก็โดยทำนองเดียวกัน ต้องบริบูรณ์ไปด้วยองค์ทั้ง ๔ หาไม่แล้วก็จะเรียกว่า รูปกลาปไม่ได้ หรือจะพูดว่า ไม่มีสิ่งอื่นใดในโลกนี้ที่ไม่ใช่รูปกลาป แต่มีองค์ทั้ง ๔ เหมือนรูปกลาป

จากบาลีแสดงว่า เอกปฺปาท เอกนิโรธา เอกนิสฺสยา สหวุตฺติโน เอกวีสติ รูปกลาปา นามฯ
แปลความว่า รูปที่เกิดพร้อมกัน ดับพร้อมกัน มีที่อาศัยร่วมกัน และเป็นที่รวมแห่งองค์ทั้ง ๓ ซึ่งได้นามว่า รูปกลาปนั้น มีอยู่ ๒๑ กลาป

ในที่นี้ก็หมายถึงว่า รูปที่มาประชุมร่วมกันอันได้ชื่อว่า เป็นรูปกลาปนั้น จะต้องประกอบพร้อมด้วยองค์ทั้ง ๔ คือ

เอกุปปาทะ เกิดพร้อมกัน
เอกนิโรธะ ดับพร้อมกัน
เอกนิสสยะ มีที่อาศัยร่วมกัน
สหวุตติ ต้องเป็นที่รวมแห่งองค์ทั้ง ๓

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 พ.ย. 2549 , 00:01:49 น.] ( IP = 58.9.93.110 : : )


  สลักธรรม 3

รูปธรรมใดถ้าไม่มีลักษณะสมบูรณ์ด้วยองค์ ๔ ดังกล่าวแล้ว รูปธรรมนั้นจะเรียกว่า รูปกลาปไม่ได้

ในที่นี้หมายความว่า ในรูปกลาปหนึ่งๆ ก็จะต้องเกิดต้องดับ ซึ่งได้แก่ความผันแปรเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน ไม่ใช่ว่าจะเกิดบ้างดับบ้าง เปลี่ยนแปลงบ้างไม่เปลี่ยนแปลงบ้าง

เช่น จักขุปสาทะ อันได้แก่ประสาทตา มีจำนวนรูป ๑๐ คือ อวินิพโภครูป ๘ ชีวิตรูป ๑ จักขุปสาทรูป ๑ ทั้ง ๑๐ รูปนี้ย่อมจะเกิดพร้อมกัน ดับพร้อมกัน ไม่ก่อนไม่หลังกว่ากัน เป็นต้น

นอกจากนั้นก็จะต้องมีที่อาศัย คือยู่ในมหาภูตรูป ได้แก่ ดิน น้ำ ไป ลม อันเดียวกันด้วย

และในประการของ สหวุตติ เป็นข้อบังคับว่า ต้องเป็นที่รวมแห่งองค์ทั้ง ๓ คือ ในสามประการแรก ถ้ามิได้เป็นไปดังกฎเกณฑ์นี้แล้ว ก็ไม่เรียกว่ารูปกลาป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 พ.ย. 2549 , 00:02:10 น.] ( IP = 58.9.93.110 : : )


  สลักธรรม 4

รูปกลาปเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

ถ้าจะตั้งคำถามว่า รูปธรรมทั้งหลายนั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไรกัน สำหรับคำถามนี้ดูว่าเป็นคำถามที่จะตอบได้ง่ายมาก แต่เมื่อลองตอบดูแล้วก็ไม่ใช่ง่าย และถ้าจะอธิบายก็ยากแก่การอธิบายที่สุด

ในทางวิทยาศาสตร์รูปทั้งหลายก็ผันแปรเปลี่ยนแปลงมาจากอำนาจของอุตุ แม้จะผันแปรไปโดยอำนาจหรือเกี่ยวพันไปถึงวัตถุเคมี ก็หนีอุตุคือความร้อนไปไม่พ้น เพราะอุตุ คือความร้อนเป็นตัวการก่อให้เกิดการแปรรูปร่างให้เป็นไปได้ต่างๆ นานา

แต่ในทางพระพุทธศาสนานั้น รูปธรรมทั้งหลายเกิดขึ้นมาได้(เป็นรูปใหม่)หรือผันแปรไปก็เปลี่ยนแปลงมาจากปัจจัยถึง ๔ ประการ

ที่ว่ารูปเกิดขึ้นมาหรือเป็นรูปใหม่ขึ้นมาได้ ก็ด้วยอาศัยปัจจัย ๔ ประการคือ อำนาจของกรรม อำนาจของจิต อำนาจของอุตุ และอำนาจของอาหาร นอกจาก ๔ ประการนี้แล้ว รูปเกิดขึ้นมาจากเหตุอื่นๆ อีกไม่ได้เลย

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 พ.ย. 2549 , 00:02:43 น.] ( IP = 58.9.93.110 : : )


  สลักธรรม 5

กราบระลึกในพระคุณครับท่านอาจารย์
ที่ท่านนำความรู้ความสว่างเรื่องนี้มาสู่ชีวิตของผมครับ

โดย ทับตะวัน [27 พ.ย. 2549 , 15:35:52 น.] ( IP = 58.9.147.111 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 พ.ย. 2549 , 15:47:33 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org