มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ผ่านเมฆมองจันทร์ (๕)






ผ่านเมฆมองจันทร์ (๕)


ตอนที่ ๔



โยนิโสมนสิการ – ปัญญา


โยนิโสมนสิการเป็นเสมือนแสงพระอาทิตย์ที่ขอบฟ้าในยามเช้า
ซึ่งปรากฏก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น เมื่อแสงปรากฏแล้ว
ย่อมเป็นที่แน่นอนว่า ต้องมีพระอาทิตย์โผล่ตามมา
ฉันใดฉันนั้น เมื่อผู้ปฏิบัติโยนิโสมนสิการได้ถูกต้อง
ปัญญาย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน


“คุณต้องจำไว้นะว่า…การปฏิบัติวิปัสสนาขึ้นอยู่กับความเข้าใจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเพียรอย่างเดียว ถ้าเพียรไม่ถูกก็ไม่เกิดประโยชน์ แล้วไม่ได้ขึ้น อยู่กับว่าต้องมีสมาธิมาก เพราะยิ่งสงบไปมากเท่าไรก็จะทำให้จิตนิ่งไปไม่มีเหตุผลอะไร การปฏิบัตินั้นก็ไม่เป็นปัจจัยแก่ปัญญา คุณจึงต้องทำความเข้าใจเรื่องโยนิโสมนสิการด้วย จึงจะเป็นประโยชน์แก่ปัญญา

ก่อนอื่นขอให้คุณรู้ว่า ปัจจัยที่จะทำให้เกิดปัญญานั้นมี 2 อย่าง อย่างแรก เรียกว่า ปรโตโฆสะ หมายถึง การศึกษาเล่าเรียน เพื่อให้เกิดความเข้าใจถูก อย่างที่สอง เป็นการกระทำโดยแยบคาย ก็คือ โยนิโสมนสิการที่คุณตั้งคำถามมานั่นเอง ที่เรียกว่าแยบคายนั้น หมายถึง การวางใจได้ถูกทาง เป็นการใส่ใจในอารมณ์ที่ควรใส่ใจ ไม่น้อมไปสู่อารมณ์ภายนอก เพื่อจะได้เกิดปัญญา

ตอนนี้คุณคงเข้าใจแล้วนะว่า …โยนิโสมนสิการนี้ ได้มาจากการศึกษา เมื่อเข้าใจเหตุผลแล้ว เก็บความเข้าใจเอาไว้ในใจ ขณะปฏิบัติอาศัยการสังเกต… เวลานั้นทำความรู้สึกอย่างไร ตรงกับที่เข้าใจไหม

โดย สัตตบงกช ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 ธ.ค. 2549 , 07:55:05 น.] ( IP = 58.9.96.109 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

การโยนิโสมนสิการนี้ส่วนใหญ่จะใช้ใน ๒ วาระ วาระแรกในคราวที่จะเปลี่ยนอิริยาบถ ซึ่งผู้ปฏิบัติต้องใส่ใจในทุกข์ก่อน (โดยรู้ว่าทุกข์อะไร เกิดขึ้นที่ไหน) แล้วจะเกิดความรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนอิริยาบถเพื่อแก้ทุกข์นั้น และวาระที่สองในคราวที่กำหนดนามรูปต่างๆ ที่ผู้ปฏิบัติต้องใส่ใจในนามรูปนั้นๆ …ถึงตอนนี้คุณมีอะไรจะถามอีกไหมครับ”

“ไม่มีครับ”

“ถ้าไม่มี ..งั้นเรามาทำความเข้าใจในการกำหนดทางทวารต่อไป คราวนี้ถึงการกำหนดทางลิ้นแล้วนะครับ

ทางลิ้น …ก็เช่นเดียวกัน รสเปรี้ยว หวาน เค็ม ขม เผ็ด เป็นรูป การรู้รสเหล่านี้ เป็นนามการปฏิบัติต้องกำหนด รูปรสตัวอย่างเช่นเวลาที่คุณรับประทานอาหารแล้วเคี้ยวพริกขี้หนูเข้า ถามว่าความเป็นจริงนั้นต้นเหตุของรสเผ็ดนั้นอยู่ตรงไหน คุณหรือ พริกขี้หนู”

“พริกขี้หนู ครับ”

“เป็นรูป หรือเป็นนาม”

“เป็นรูปครับ”

“ถ้ารับประทานอาหารแล้วเผ็ด คุณต้องกำหนดว่าอย่างไร”

“รูปเผ็ด อ๋อ ผมเข้าใจแล้วครับ”

“นี่ล่ะ จึงจะแก้ไขความเข้าใจผิดว่าเราเผ็ด เพราะเมื่อเป็นเราก็คืออัตตา ทิฏฐิก็มีเต็มที่ ตัณหาก็เข้า พออร่อยเกิดชอบ …กิเลสก็เกิดร่วมกับการกินตอนนั้น แต่ถ้าคุณรับประทานแล้วมีโยนิโสมนสิการได้ถูกต้องว่า รูปเผ็ด ปัญญาเกิด กิเลสก็เกิดร่วมไม่ได้”

โดย สัตตบงกช ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 ธ.ค. 2549 , 07:57:14 น.] ( IP = 58.9.96.109 : : )


  สลักธรรม 2

“ขอบคุณครับ ที่ช่วยให้ผมมีความเข้าใจเรื่องการกำหนดมากขึ้น”

“ยังไม่จบนะครับ ยังมีอีก ๒ ทวาร ที่ทำให้กิเลสเกิดขึ้นได้ คือ ทางกาย และทางใจ

สำหรับทางกาย… เย็น ร้อน อ่อน แข็ง ที่มากระทบกาย เป็นรูป การรู้เย็น ร้อน อ่อน แข็ง ที่กระทบกายนั้น เป็นนาม ต้องกำหนด รูปเย็น รูปร้อน รูปอ่อน รูปแข็ง

ส่วนทางใจนั้น จำแนกเป็น ๒ อย่าง คือ

๑). ยืน เดิน นั่ง นอน เป็นรูป การรู้ยืน เดิน นั่ง นอน เป็นนาม คุณต้องกำหนด รูปยืน รูปเดิน รูปนั่ง รูปนอน

๒). รัก เกลียด ชอบ ชัง ฟุ้ง เป็นนาม การรู้รัก เกลียด ชอบ ชัง ฟุ้ง เป็นนามที่เกิดทางใจ คุณต้องกำหนด นามรัก นามเกลียด นามชอบ นามชัง นามฟุ้ง

โดย สัตตบงกช ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 ธ.ค. 2549 , 07:57:55 น.] ( IP = 58.9.96.109 : : )


  สลักธรรม 3

ดังนั้นถ้าคุณต้องการจะมาเข้าปฏิบัติวิปัสสนา คุณต้องทำความเข้าใจวิธีการกำหนดทางทวารทั้ง ๖ ให้ได้เสียก่อน แล้วประโยชน์จะเกิดขึ้นกับคุณอย่างมากมายมหาศาลทีเดียว …

…แต่ผมขอแนะนำว่า ในตอนต้นนี้ ขอให้คุณฝึกหัดทำความรู้สึกตัวในอิริยาบถทั้ง ๔ คือ ยืน เดิน นั่ง นอน เสียก่อน เพราะการเห็นรูปจะปรากฏได้ชัดกว่านามซึ่งละเอียดอ่อนกว่า …แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้กำหนดนามนะครับ ……ผมขอยกตัวอย่างให้คุณฟังว่า….….

เมื่อคุณนั่งอยู่ คุณก็ทำความรู้สึกตัวในอาการท่าทางที่นั่ง แล้วในความรู้สึกนั้นก็รู้ด้วยว่ากำลังดูรูปนั่งนั้นอยู่ คำว่ารูปนั่งที่กำหนดหรือที่เรียกว่าดูในที่นี้ ไม่ใช่ดูด้วยตาเนื้อนะครับ แต่เป็นความรู้สึกในอาการท่าทางที่นั่งทั้งหมด ไม่เจาะจงเฉพาะที่ว่าเป็นส่วนแขน ขา หรือส่วนใดส่วนหนึ่ง

ซึ่งตอนแรกๆ คุณอาจสับสนว่ารูปนั่งที่กำหนดนั้นเป็นการนึก หรือรู้สึก ..ก็ไม่ต้องไปสนใจ เพราะเมื่อคุณทำไปๆ ความชำนาญที่เกิดขึ้นจะทำให้คุณรู้เองว่าเป็นการนึก หรือรู้สึก เพราะถ้าคุณนึกว่าเป็นรูปนั่ง ขณะนั้นคุณจะไม่รู้สึกไปในท่าทางอาการที่นั่งนั้น

ที่นี้พอดูรูปนั่งไป เกิดได้ยินเสียงนกร้องดังขึ้น ปัจจุบันที่เกิดขึ้นตอนนั้นไม่ได้อยู่ที่รูปนั่งแล้ว แต่อยู่ที่การได้ยิน แล้วคุณจะกำหนดรูปนั่งเหมือนเดิม จะถูกต้องไหมครับ…”

“ไม่ถูกครับ…”

โดย สัตตบงกช ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 ธ.ค. 2549 , 07:58:24 น.] ( IP = 58.9.96.109 : : )


  สลักธรรม 4

“ขณะนั้น คุณต้องกำหนดอะไร”

“ทางหู…เอ้อ…กำหนด..นามได้ยิน ถูกไหมครับ”

“ถูกต้องครับ ..พอกำหนดนามได้ยินแล้ว คุณไม่ต้องไปสืบสาวว่าได้ยินเสียงนกอะไร เพราะไม่ใช่หน้าที่ ซึ่งทำให้ขาดการสำรวมในการปฏิบัติ

ในเมื่อขณะนั้นคุณกำลังดูอิริยาบถนั่งอยู่ พอกำหนดนามได้ยินเสร็จ คุณก็กลับมาดูรูปนั่ง พอรู้สึกว่ามีลมเย็นๆ พัดมากระทบผิว คุณก็กำหนดรูปเย็น แล้วก็กลับมาดูรูปนั่งต่อ

….ดูเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับรูปนั่งนั้น เดี๋ยวก็นามได้ยิน นามฟุ้ง นามรู้สึกต่างๆมากมาย แต่ทุกครั้งก็กลับมาที่รูปนั่งนั้นใหม่ จนคุณรู้สึกทุกข์เกิดขึ้นในรูปนั่งนั้น คุณก็เปลี่ยนอิริยาบถเสีย ..ไม่ยากครับ ผมมั่นใจว่าคุณต้องปฏิบัติได้อย่างแน่นอน เพราะดูจากวันนี้คุณตอบได้ดี และถูกต้องทีเดียว”

“ขอบคุณครับ”

โดย สัตตบงกช ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 ธ.ค. 2549 , 07:59:04 น.] ( IP = 58.9.96.109 : : )


  สลักธรรม 5

“นอกจากนั้น สิ่งที่คุณได้ศึกษาทำความเข้าใจในวันนี้ แล้วยังได้เก็บเหตุผลเหล่านี้ไว้ในใจ พอถึงเวลาปฏิบัติคุณก็สังเกตความรู้สึกว่าตรงไหมกับที่เราได้เรียนรู้มา …. เอาเป็นความรู้สึกนะครับ ไม่ใช่เอาเนื้อเรื่องที่เป็นบัญญัติไปนึก ถ้าคุณทำได้ถูก นั่นแหละคือโยนิโสมนสิการ แล้วปัญญาก็จะเกิดขึ้น เมื่อปัญญาเกิด กิเลสก็เข้าไม่ได้ ในเมื่อกิเลสซึ่งเป็นต้นตอของการเกิดเข้าไม่ได้ การปฏิบัติเช่นนี้จึงเป็นการตัดรอนการเกิดที่จะมีต่อไป

…ก็ยังดีนะครับทุก ๆวันที่เราไม่ได้ปฏิบัติวิปัสสนานั้น ทุกขณะของการกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการทำกรรมชนิดใด ล้วนมีกิเลสตัณหาผลักให้กระทำทั้งสิ้น เพราะขาดการโยนิโสมนสิการ จึงเป็นวัฏฏกรรม หมายถึงทำแล้วต้องเกิด จะเกิดดี ไม่ดี นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

…แต่การปฏิบัติวิปัสสนานี้ เมื่อมีโยนิโสมนสิการ ปัญญาก็เกิด กิเลสเกิดไม่ได้ จึงเป็นวิวัฏฏกรรม …ดังนั้นที่คุณบอกว่ามาปฏิบัติเพื่อจะไม่เกิดนั้น…คุณก็มาถูกทางแล้วครับ

ตอนนี้ ผมคิดว่าพอสมควรแก่เวลาแล้ว หากคุณไม่มีอะไรซักถาม ผมก็จะยุติเพียงแค่นี้ก่อน คุณจะได้ใช้เวลาไปปฏิบัติต่อ…นะครับ”

โดย สัตตบงกช ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 ธ.ค. 2549 , 07:59:47 น.] ( IP = 58.9.96.109 : : )


  สลักธรรม 6

เมื่อคุณลุงคนนั้นยกมือไหว้ท่วมหัว พร้อมกล่าวคำว่า สาธุ แล้วภาพที่ได้เห็นหลังจากนั้นทำให้สิตางศุ์เกิดความรู้สึกขนลุกซู่ เพราะ คุณลุงซึ่งเป็นผู้สูงอายุมากได้คุกเข่ากราบที่มือของพ่อ พร้อมกับกล่าวว่า

“อาจารย์ครับ ผมขอกราบท่านผู้เป็นครูที่ให้ความสว่างแก่ผม …นับตั้งแต่ผมไปเข้าปฏิบัติตามที่ต่างๆ มาเป็นเวลาสิบกว่าปี ผมไม่เคยทราบเลยครับว่า สมาธิ และวิปัสสนามีวิธีการปฏิบัติที่แตกต่างกัน ผมต้องการไม่เกิด แต่ผมก็ปฏิบัติผิดทางไปตั้งนาน….”

เสียงของพ่อขัดขึ้นมาว่า

“ แล้วไปแล้วครับ …อย่าเอามาคิดให้เสียเวลาเลย แล้วที่คุณปฏิบัติมานั้น ไม่ใช่ไม่ดีนะครับ ดี …แล้วก็ดีมากๆ ด้วย แต่ตอนนี้คุณเข้าใจเหตุผลที่ถูกต้องแล้ว ก็เริ่มต้นใหม่ได้ ไม่ช้าเกินไปหรอกครับ ของอย่างนี้มันต้องมีอดีตกรรมมาร่วมด้วย ถ้าคุณไม่ได้สร้างทางสายนี้มา …คุณก็คงไม่ได้มาที่นี้หรอกครับ”

“ครับ..ผมจะเริ่มต้นใหม่ ผมกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ มากนะครับ”

โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย สัตตบงกช ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 ธ.ค. 2549 , 08:00:21 น.] ( IP = 58.9.96.109 : : )


  สลักธรรม 7

มาติดตามอ่านต่อค่ะ "การปฏิบัติวิปัสสนาขึ้นอยู่กับความเข้าใจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเพียรอย่างเดียว"

ขอบคุณคุณสัตตบงกชมากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 ธ.ค. 2549 , 21:48:04 น.] ( IP = 58.8.49.230 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณอย่างสูงครับ กับการชี้แนะในเรื่องการกำหนดตามทวารต่างๆได้อย่างละเอียดมากครับ

มั่นใจว่า ถ้าผู้ติดตามอ่าน ได้อ่านและทำความเข้าใจตามมาเป็นลำดับ จะได้ประโยชน์มากมายทีเดียวครับผม.

โดย ทับตะวัน (ทับตะวัน) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ธ.ค. 2549 , 18:18:46 น.] ( IP = 58.9.144.242 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org