มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ



ลานกวีธรรม
[ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ สลักจิต - สลักธรรม ] [ คีตธรรมออนไลน์ ]


ห้วงคำนึง..




ลมลูบไล้ใบหน้าก็ว่าหนาว
หากอุ่นผ่าวราวใจกับไหวหวัง
เฉกว่าสางย่างพ้นจากหม่นบัง
ย่อมจะยังปลั่งจ้านภาบน

แดดทักทายสายหมอกและดอกไม้
ขจ่างใสให้พิศวิจิตรผล
นัยเมื่อสื่อคือหมายของสายมน
ย่อมแจ้งพ้นอำไพอุทัยรอง

ลมยังโชยโรยสายยังคล้ายหนาว
คำนึงน้าวคราวนี้ไม่มีหมอง
มรรคานั้นหันด้านสำราญครอง
ที่หมายปองต้องนัยก็ไขว่คืน

กระอุอุ่นกรุ่นในฤทัยนี้
อุรามีกระแสล้นเฉกชลผืน
หลากภิรมย์บ่มขวัญอยู่ครั่นครืน
ถั่งยอดคลื่นเป็นประกายออกสายตา.

โดย สดายุ [25 พ.ย. 2546 , 15:37:19 น.] ( IP = 213.68.98.21 : : unknown, unknown ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ][ 4 ]


สลักธรรม 11

สวัสดีอีกครั้งค่ะคุณสดายุ

พระอภิธรรมไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความเข้าใจหรอกค่ะ
มีข้อสงสัยจากการอ่านหนังสือประการใดแล้ว
เข้ามาถามได้เลยนะคะ
ขอให้มีความแตกฉานในพระธรรมยิ่งขึ้นไปสมความปรารถนาค่ะ

โดย พี่ดอกแก้ว [27 พ.ย. 2546 , 18:16:38 น.] ( IP = 202.129.45.223 : : )


สลักธรรม 12

องคุลิมาลได้อานิสงนเก่า เมื่อแสนกัปก่อนส่งผล ที่อธิฐานไว้ในสำนักพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ ไม่แปลก
ที่จะไม่ลงมหานรก พวกที่ท่านฆ่าเคย ก่อ
เวรมา
มีแต่สัพญูตญานที่จะรู้กฎแห่งกรรมได้แจ้ง
คิดมากประสาทรับประทานได้

โดย คนดอย [27 พ.ย. 2546 , 20:28:15 น.] ( IP = 169.210.4.237 : : )


สลักธรรม 13

คุณคนดอย...
...พวกที่ท่านฆ่าเคย ก่อเวรมา ...
อันนี้เหมาเอาเองนะ...ผมว่า...ได้ยินกันเกลื่อนเมือง....กับความเชื่อแบบฟังตามๆกันมา...
...มีแต่สัพญูตญานที่จะรู้กฎแห่งกรรมได้แจ้ง...อันนี้..อาจจะ..เป็นได้...
ว่าแต่คุณรู้ได้ยังไง...
คุณมีภาวะนั้นแล้วหรือ....ถ้าไม่...ก็จำเขามาพูดต่อ....มันไม่เป็นประโยชน์อะไรกับผม...เปลืองกระทู้เปล่าๆ....

โดย สดายุ [28 พ.ย. 2546 , 09:21:29 น.] ( IP = 213.68.98.21 : : unknown, unknown )


สลักธรรม 14


สวัสดีค่ะ

ขอบคุณพี่ดอกแก้วมากค่ะ

เรื่องของท่านองคุลีมาลย์ เป็นเรื่องที่คนพูดกันมาก โดยมากจะเป็นเพราะเล่าต่อกันมา
น้อยรายนักที่จะศึกษาให้ละเอียด

เมื่อศึกษาพระอภิธรรมแล้วจะทราบว่า

เมื่อเหตุปัจจัยพรั่งพร้อม..ผลพรั่งพรู

โดย พี่ดา [28 พ.ย. 2546 , 10:05:02 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.126 )


สลักธรรม 15

สวัสดีค่ะ คุณคนดอย และคุณสดายุ

นำคำอธิบายย่อๆในหนังสือพระอภิธรรมเกี่ยวกับอุปฆาตกรรมมาเพิ่มเติมค่ะ เชิญเข้าไปอ่านได้ที่นี่นะคะ... ด้วยความปรารถนาดีค่ะ

http://www.toursong.com/aphitham/p5/046.htm

โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 10:43:21 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : )


สลักธรรม 16

ขอบคุณครับคุณพี่....ที่ให้ที่อ้างอิงอย่างเป็นหลักฐาน...
คราวนี้มาถึงปัญหา...ที่น่าจะเป็นมิจฉาทิฐิของผมเองกระมัง.....ที่ตั้งข้อสงสัยเอากับพระอภิธรรมโดยตรง....
คือผมไม่แน่ใจว่า...มีพระพุทธวจนะกล่าวถึงสิ่งที่เราเรียกว่าพระอภิธรรม...ในแง่มุมไหนบ้าง....อย่างที่ทราบมาแบบงูๆปลาๆว่า....ไตรปิฎก..ประกอบด้วย...(ผิด-ถูกยังไงคุณพี่ช่วยแก้ให้ด้วยครับ)
พระสูตร....
พระวินัย....
พระอภิธรรม...

ส่วนมากผมอ่านงานท่านอาจารย์พุทธทาส...ก็จะเป็นเรื่องในพระสูตรเป็นหลัก
โดยจับเอาเงื่อนเหตุที่ถึงกับให้ทรงออกบวชเป็นจุดหมายหลักคือ....เรื่องทุกข์...และหลักปฏิบัติให้ถึงทางแห่งความดับทุกข์โดยมี...มรรคมีองค์แปดเป็นทางสายเอก...ก็ประมาณว่าเล่นกับจิตใจตัวเอง(ที่เรียกว่า..โลก)ล้วนๆ

จากที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ...ไม่มีพลัง...ก็ครอบด้วยศีลเสียก่อนให้สงบ....มีระเบียบ....ภาวะสงบก็เอื้อให้ง่ายต่อการสร้างสมาธิในจิต....และเอื้อให้เกิดปัญญามองเห็นและใช้ตัดทุกข์ในที่สุด...
การออกบวชของเจ้าชายสิทธัตถะ....เพราะเกิดเบื่อหน่ายความแปรปรวนเปลี่ยนแปลงของภาวะตัวตนอันจิตยังยึดมั่นอยู่...
การพ้นไปจากภาวะ...เกิด...แก่...เจ็บ...ตาย...จากที่เล่าเรียนสืบกันมาน่าจะเป็นเรื่องทางจิตโดยเฉพาะ....
ทำไม?...เพราะภาวะทางกายเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้....(คงไม่มีใครตั้งปรารถนาในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ว่า....จะไม่ตายทางร่างกาย)...โดยเฉพาะบุคคลระดับอัจฉริยภาพเช่นเจ้าชายสิทธัตถะ...

เมื่อวิเคราะห์ว่าเป็นเรื่องทางจิตล้วนๆ....ก็มองต่อไปว่าการหลุดพ้นในชาติเดียวกันนี้....เป็นสิ่งที่เป็นไปได้สำหรับทุกคน....ไม่เช่นนั้นศาสนาก็จะเป็นประโยชน์กับบางคนที่เราเหมาเอาว่าเขามีบุญกรรมทำแต่งไว้แต่ปางก่อน....อันพิสูจน์ไม่ได้...ไม่เป็นไปเพื่ออนุเคราะห์และเกื้อกูลโลก....ไม่เป็น..ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ

โดย สดายุ [28 พ.ย. 2546 , 13:11:57 น.] ( IP = 213.68.98.21 : : unknown, unknown )


สลักธรรม 17

ดังนั้นแล้ว....
เงื่อนเหตุในชาติที่ผ่านมาเราไม่สามารถรู้ได้....เราจะย้อนไปแก้ได้อย่างไร...?
"ธรรมอันใดเกิดแต่เหตุ....ตถาคตตรัสเหตุ...ความดับเหตุ...ทางให้ถึงความดับเหตุ"...นี้ทุกข์...นี้คือเหตุแห่งทุกข์....นี้คือความดับทุกข์....นี้คือทางให้ถึงความดับทุกข์....

หากว่าเหตุของทุกข์....กับตัวทุกข์ซึ่งบุคคลเสพรับอยู่.....วางไว้คนละชาติกัน....เราจะย้อนไปแก้เหตุได้อย่างไร...
หากว่าเรามักตั้งสมมุติฐานกันไปในทางภพภูมิเบื้องก่อนปัจจุบันชาติ....อันภาวะจิตไม่อาจสัมผัส...แยกแยะ..จริง-เท็จได้แล้ว....
หลัก...กาลามสูตร...ย่อมเป็นสิ่งอันเลื่อนลอย....

ประการสำคัญ....พระพุทธองค์เป็นผู้เดียวที่มักกล่าวถึงสิ่งอันเกินสามัญชนจะรู้ได้...ถึงอดีตของบุคคล...หรือภาวะต่างๆ....แลทรงบัญญัติเป็นข้อห้ามมิให้....บรรพชิต...นำผลปฏิบัติในเรื่องอันเป็นฤทธิปาฏิหารย์อันเป็นผลพลอยได้จากการปฏิบัติสมาธิจิตมาบอกเล่าบรรยาย....ถึงขั้นอาบัติปราชิก(อวดอุตริมนุสสธรรม)....

กระนั้นแล้วสิ่งที่เขียนไว้ในอรรถกถาชั้นหลัง(เช่นคัมภีร์...วิสุทธิมรรค)....หรือพระอภิธรรม....ได้มาจากไหน?

ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ผมคิดไม่ทะลุ....มันขัดแย้งกันเองในหลายๆจุด.....คุณพี่อาจช่วยให้ความขจ่างผมได้....

ขอขอบพระคุณครับ

โดย สดายุ [28 พ.ย. 2546 , 13:34:11 น.] ( IP = 213.68.98.21 : : unknown, unknown )


สลักธรรม 18

พอดีเปิดเมล์คุณพี่นำไปสู่คำถามเรื่องการเกิดขึ้นของบุญ-บาป...และว่าด้วยเรื่องจิต...ดังที่คัดลอกมา...
...............................
ที่ตา เพื่อทำหน้าที่เห็นรูป ที่ปรากฏทางตา
จิตนี้มีชื่อว่า จักขุวิญญาณ
(จักขุ = ตา)


ที่หู เพื่อทำหน้าที่ได้ยินเสียง ที่ปรากฏทางหู
จิตนี้มีชื่อว่า โสตวิญญาณ
(โสต = หู)

ที่จมูก เพื่อทำหน้าที่รู้กลิ่น ที่ปรากฏทางจมูก
จิตนี้มีชื่อว่า ฆานวิญญาน
(ฆาน = จมูก) …

ที่ลิ้น เพื่อทำหน้าที่รู้รส ที่ปรากฏทางลิ้น
จิตนี้มีชื่อว่า ชิวหาวิญญาณ
(ชิวหา = ลิ้น)

ที่กาย เพื่อทำหน้าที่รับความรู้สึก ต่อการสัมผัสถูกต้องทางกาย
จิตนี้มีชื่อว่า กายวิญญาณ

ที่ใจ เพื่อทำหน้าที่ รู้สึก นึก คิด ทางใจ
จิตนี้มีชื่อว่า มโนวิญญาณ
(มโน = ใจ)
...................................
ผมก็เพิ่งทราบว่าเป็นสิ่งเดียวกับคำว่า....วิญญาณ........ในปฏิจจสมุปบาท

ทีนี้คำถามต่อกรณีนี้...มีต่อว่า...เราจะหยุดมันได้ด้วยวิธีใดครับ....ว่าเมื่อสัมผัสแล้ว...ไม่ปรุงต่อ(หากว่าเป็น..รูปหรือนามที่มีความหมายต่อจิต)...
จิตที่ฝึกให้ว่องไวโดยวิปัสสนาธุระ...ใช่หรือไม่ครับคุณพี่....และฝึกโดย...อานาปานสติ...คือวิธีหนึ่ง....ในหลายวิธี

โดย สดายุ [28 พ.ย. 2546 , 16:02:06 น.] ( IP = 213.68.98.21 : : unknown, unknown )


สลักธรรม 19

สวัสดีค่ะคุณสดายุ

อย่าเพิ่งว่าตนเองให้ร้ายแรงอย่างนั้นเลยค่ะ
ความคิดเห็นในขณะนี้ที่ไม่ตรงกัน...อาจเป็นเป็นเพราะมาจากความเข้าใจที่ต่างกันนั่นเองค่ะ
และบางทีต่างคนก็ต่างเข้าใจถูกนะคะ ..แต่เวลานำมาอธิบายหรือพูดให้ผู้อื่นฟังนั้น ....ภาษาที่ใช้อาจไม่รัดกุมและนำไปสู่ความเข้าใจที่ไม่ตรงกันอีก

ในทางปฏิบัติธรรมท่านจึงให้พิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นกับตน มากกว่าที่จะไปพิจารณาผู้อื่นไงคะ...และที่สำคัญคืองดเว้นการเปรียบเทียบที่เราเองก็ยังไม่ทราบว่า ผู้ที่เรานำมาเป็นเกณฑ์การเปรียบเทียบนั้น จะเป็นผู้ที่ดำเนินอยู่บนทางที่ถูกต้อง

ส่วนในการศึกษาปริยัติศาสนาก็ต้องค้นคว้าหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์อย่างนี้แหละค่ะ....อย่างในอดีตกาลที่สานุศิษย์ของเดียรถีร์มากมาย เมื่อได้มาพิสูจน์หลักธรรมกับพระพุทธองค์หรือพุทธสาวกแล้ว ก็กลายมาเป็นสมณะในพระพุทธศาสนาและบรรลุมรรคผลนิพพานเป็นอันมาก

..ไม่ต้องดูอื่นไกลหรอกค่ะ อุปติสสะมานพและโกลิตะมานพ...ก็มิใช่บุคคลในครอบครัวพุทธศาสนิกชนมาแต่เริ่มแรก...การศึกษาปริยัติจึงเป็นส่วนที่ต้องให้เข้าใจอย่างถ่องแท้เช่นกัน...จึงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกนะคะที่เราจะมีปุจฉาวิสัชชนาในข้อธรรมเช่นนี้

โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 18:23:41 น.] ( IP = 169.210.5.189 : : )


สลักธรรม 20

สำหรับในประเด็นที่ถามมานี้ คือ

...ไม่แน่ใจว่า...มีพระพุทธวจนะกล่าวถึงสิ่งที่เราเรียกว่าพระอภิธรรม...ในแง่มุมไหนบ้าง...

ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ร้อนแรงมากเมื่อหลายสิบปีก่อน....เรียกว่า เป็นการโต้แย้งทางวาทะในหมู่พุทธบริษัทจนบานปลายกลายเป็นฝักฝ่าย

ทั้งหมดในพระไตรปิฎกนั้น คือ พระสูตร พระวินัย และพระอภิธรรม ....ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในภายหลังพุทธปรินิพพาน ....เป็นตำราที่เกิดจากการสังคายนาของพระอรหันต์ที่นำโดยพระอานนท์พุทธอนุชา

ในพระวินัยก็มีบทนำเรื่องไว้ว่า ...ในสมัยหนึ่งที่หมู่บ้าน...มีเหตุการณ์...เกิดขึ้น แล้วก็มีชาวบ้านมาตำหนิ ..พระภิกษุจึงมาฟ้องร้องต่อพระพุทธองค์ให้ทรงวินิจฉัย ...พระพุทธองค์จึงทรงบัญญัติพระวินัยข้อนั้นๆขึ้นเพื่อใช้ปกครองสงฆ์ให้เป็นระเบียบ...

การกล่าวถึงที่มาของวินัยธรรมแต่ละข้อนั้นล้วนมีเรื่องราวที่มาและผู้ที่เล่าก็จะบอกไว้ว่า พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า......แล้วทรงบัญญัติสิกขาบทว่า.... (รายละเอียดของแต่ละข้อคงต้องอ่านในพระไตรปิฎกเองนะคะ) .....สิ่งเหล่านั้นก็ล้วนเป็นการบอกเล่าในภายหลังโดยคณะสังคายนา

ส่วนในพระสูตรซึ่งร้อยกรองโดยพระอานนท์ก็จะเริ่มต้นว่า ..ข้าพเจ้าได้สดับจากพระพุทธองค์มาดังนี้ว่า (เอวัมเม สุตัง เอกกัง สมยัง ภควาฯ)....ที่เมือง.... ได้มีเหตุการณ์...แล้วพระพุทธองค์ทรงตรัสพระคาถามีใจความว่า .............(รายละเอียดก็ต้องอ่านในพระสูตรในพระสูตรหนึ่งเช่นกันนะคะ) ซึ่งก็เป็นเรื่องเล่าจากพระอานนท์เช่นกันใช่ไหมคะ

พอมาถึงพระอภิธรรมปิฎกนั้น อยู่ๆก็ขึ้นหมวดธรรมาเลยที่มาติกา ..แล้วก็มีการแสดงกลุ่มขององค์ธรรมเหล่านั้นแบบเกือบไม่มีคำอธิบาย.... ไม่มีการบอกสักนิดเลยว่า พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้กับใครที่ไหน...หมู่บ้านนิคมคามประเทศใดเลยใช่ไหมคะ... ก็คงน่าสงสัยอยู่ไม่น้อยสำหรับผู้ที่ไม่ปลงใจเชื่ออะไรง่ายๆ

โดย พี่ดอกแก้ว [28 พ.ย. 2546 , 18:52:08 น.] ( IP = 169.210.5.189 : : )
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ][ 4 ]

สลักธรรม
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล
[ คีตธรรมออนไลน์ ] [ กวีไทยออนแอร์ ] [ นายติวเตอร์ ]

สถานศึกษา ธุรกิจการเงิน หน่วยงานราชการ ข่าวสาร-หนังสือพิมพ์ แหล่งธรรมะ รวมลิงก์ธรรมะ เชื่อมโยง

ค้นหาเพลงตามชื่อเพลง
เพลงที่ขึ้นต้นด้วยภาษาไทย
อื่น ๆ
เพลงที่ขึ้นต้นด้วยภาษาอังกฤษ
a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t u v w x y z


ตรวจสอบอันดับผู้เยี่ยมชม :