มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ



ลานกวีธรรม
[ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ สลักจิต - สลักธรรม ] [ คีตธรรมออนไลน์ ]


ตั้งสติ




สติเอ๋ย--สติตั้ง--ระวังจิต
สัมปชัญ--เป็นมิตร--ดีเหลือหลาย
รู้ทันจิต--เลยไม่ก่อ--เกิดเป็นกาย
เห็นสิ่งใด--ได้แต่วาง--มันว่างจริง

สรรพสัตว์--ในโลก--ล้วนโศกเศร้า
เพราะความเขลา--เมามัว--มั่วสุงสิง
เพราะดวงใจ--เปรียบไป--มันคล้ายลิง
มัวเที่ยววิ่ง--ยึดจับ--เพราะหลงกาย

อันเรื่องกาย--คิดได้--ก็เท่านี้
เห็นมันมี--แต่ไม่--มีซิสหาย
มันก่อเกิด--เป็นตัว--แล้วก็ตาย
สัตว์ทั้งหลาย--วัตถุ--ก็เหมือนกัน

จงหมั่นฝึก--สติตั้ง--ระวังจิต
ดูความคิด--ติดตาม---เป็นความฝัน
มันก่อเกิด---สุขทุกข์---คลุกเคล้ากัน
ตัวของฉัน--ฉันเป็น--ตัวตัวอะไร ??

จาก...หนุ่ม

โดย หนุ่ม [13 ส.ค. 2548 , 22:00:23 น.] ( IP = 61.7.143.218 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้
[ 1 ] [ 2 ]


สลักธรรม 1

ขอพี่ท่าน--คิดอ่านตั้ง--สติใหม่
พี่ทำใจ--ให้เหมือน--คนเจ้าชู้
ไม่ใส่ใจ--แฟนเก่า--เคยเลี้ยงดู
มัวชื่นชู--แฟนใหม่--สมใจจง

ความพะวง--กายใจ--ในเกิดดับ
บัณฑิตนับ--ว่านั่น--คือความหลง
มัวน้อมนึก--อนิจจัง--ทุกขังปลง
จิตก็คง--เศร้าสร้อย--พลอยวุ่นวาย

ทั้งกายใจ--เกิดดับไป--ไม่ต้องคิด
เลิกพินิจ--ได้แล้ว--ท่านสหาย
เพราะญาณท่าน--แก่กล้า--รู้ใจกาย
โปรดจงได้--น้อมธรรม--รำพึงไป

มายินดี--ในฌาน--ญาณวิมุตฺ
เหมือนบุรุษ--เจ้าชู้--ชื่นชู้ใหม่
ทิ้งแฟนเก่า--อย่าร้าง--อ้างว้างไป
เขาล้วนไม่--ยินดี--แฟนเก่าตน

ไม่ต้องตาม--รู้จิต--ไม่ตามคิด
แต่เลือกคิด--เลือกจิต--เป็นกุศล
ญาณใดดี--น้อมไป--ใส่กมล
สิ่งชั่วปน--เกิดดับ--อย่าใส่ใจ ฯลฯ


การตามรู้จิต ก็คือ การทำจิตให้ฟุ้งซ่านวุ่นวาย
การพิจารณาความเกิดดับของนามรูปซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ตัดสินใจละวางเสียที ก็คือ ความความลังเลของจิต
ความฟุ้งซ่านและลังเล ..เป็นโมหะ คือ ความหลง นั่นเอง
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสรรเสริญความสงบความสงัดแห่งจิต คือ
รูปฌานสมาบัติ 4
อรูปฌานสมาบัติ 4
ผลสมาบัติ 4 .....และ
สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ

เจริญในธรรมเจ้าค่ะ

สามาวดี

โดย สามาวดี [13 ส.ค. 2548 , 22:31:45 น.] ( IP = 61.7.143.218 : : )


สลักธรรม 2

บัณฑิตย่อมไม่ตามรู้ ตามคิด ตามพิจารณานามรูปที่เป็นอดีต

บัณฑิตย่อมไม่ตามรู้ ตามคิด ตามพิจารณานามรูปที่เป็นอนาคต

บัณฑิตย่อมไม่ตามรู้ ตามคิด ตามพิจารณานามรูปที่เป็นปัจจุบัน


แต่บัณฑิตเหล่านั้นย่อมยินดีในธรรมที่ได้บรรลุแล้ว ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าเท่านั้น
บัณฑิตเหล่าใดยินดีในธรรมที่ได้บรรลุแล้ว
ที่เกิดขึ้นแล้วเฉพาะหน้า มีเพียรเพ่งอยู่
เราเรียกบัณฑิตเหล่านั้นว่า " ผู้สันโดษ "

จาก......เภสิชัญญา

โดย เภสิชัญญา [13 ส.ค. 2548 , 22:37:34 น.] ( IP = 61.7.143.218 : : )


สลักธรรม 3

อ้างอิง..!!

บัณฑิตย่อมไม่ตามรู้ ตามคิด ตามพิจารณานามรูปที่เป็นอดีต
บัณฑิตย่อมไม่ตามรู้ ตามคิด ตามพิจารณานามรูปที่เป็นอนาคต
บัณฑิตย่อมไม่ตามรู้ ตามคิด ตามพิจารณานามรูปที่เป็นปัจจุบัน ...

------------------------------------------------------------------------------
ขอเรียนถามคุณสามาวดีและคุณเภสิชัญญาทั้งสองโดยความเคารพครับ
ปกติใครๆ ต่างก็แนะนำให้พิจารณานามรูปด้วยไตรลักษณ์เอาไว้ทั้งนั้น แต่บทกวีของคุณทั้งสองกลับ แนะนำไม่ให้ตามรู้ ตามคิด ตามพิจารณานามรูป ซึ่งตรงกันข้ามกับคนอื่นๆ

ผมสนใจขอรับฟังความคิดเห็นและกรุณาอธิบายเหตุผลด้วยครับ

ขอบคุณในความกรุณาครับ


จาก.........เมฆินทร์

โดย เมฆินทร์ [13 ส.ค. 2548 , 22:50:14 น.] ( IP = 61.7.143.218 : : )


สลักธรรม 4

สวัสดีเจ้าค่ะ คุณเมฆินทร์

การตามรู้ ตามคิด ตามพิจารณานามรูปที่เป็นอดีต เป็นปัจจัยให้เกิดทุกข์เจ้าค่ะ
การตามรู้ ตามคิด ตามพิจารณานามรูปที่เป็นอนาคต ก็เป็นปัจจัยให้เกิดทุกข์เจ้าค่ะ
การตามรู้ ตามคิด ตามพิจารณานามรูปที่เป็นปัจจุบัน ก็เป็นปัจจัยให้เกิดทุกข์เจ้าค่ะ

จิตใจเป็นอายตนะที่ 6 เป็นปัจจัยภายใน ส่วนนามรูปเป็นอายตนะภายนอก(เป็นอายตนะภายในในบางโอกาสเพราะจิตก็คือนามรูป)
อายตนะภายในและอายตนะภายนอกกระทบกันเรียกว่าเกิด ผัสสะ
ผัสสะเป็นปัจจัยให้เกิดเวทนา
เวทนาเป็นปัจจัยให้เกิดตัณหา
ตัณหาเป็นปัจจัยให้เกิดอุปาทาน
อุปาทานเป็นปัจจัยให้เกิดภพ
ภพเป็นปัจจัยให้เกิดชาติ
ชาติเป็นปัจจัยให้เกิดทุกข์คือ ชรา มรณะ ฯลฯ
ตามหลักปฏิจจสมุปบาทนั่นแหละเจ้าค่ะ

เมื่อเกิดภัยร้ายจากอุทกภัย สัตว์บกทั้งหลายย่อมหนีกันขึ้นไปอาศัยอยู่บนที่สูง ในที่ปลอดภัย ไม่มีสัตว์บกชนิดไหนมีกะจิตกะใจไปว่ายเล่น ในกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากนั้น ต่างพากันยินดีพักอยู่ในที่ปลอดภัยนั้น

ถ้าเปรียบนามรูปที่เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นเหมือนกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก เป็นภัยของสัตว์ทั้งหลาย
บัณฑิตก็ย่อมต้องหลบไปพักอาศัในที่ที่ปลอดภัย เป็นเครื่องอยู่อาศัย ได้แก่
รูปฌานสมาบัติ 4
อรูปฌานสมาบัติ 4
ผลสมาบัติ 4
และสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ
ตามที่"สามาวดี" สหายของดิฉันยกมานั่นแหละเจ้าค่ะ

และถ้าเปรียบเทียบอายตนภายในและอายตนภายนอกเป็นชายและหญิง
ถ้าต่างคนต่างอยู่ก็จะไม่มีความทุกข์ใดๆเกิดขึ้นหรอกเจ้าค่ะ(นอกจากทุกขังของนามรูปนั้น)
แต่เมื่อใดที่มาพบกันบ่อยๆเข้า เมื่อเวลานานไป เกิดรักกันบ้าง เกลียดกันบ้าง เป็นคู่ครองกันบ้าง พลัดพรากกันบ้าง ฯลฯ

การตามรู้ ตามคิด ตามพิจารณานามรูปทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ก่อให้เกิดความฟ้งซ่านได้เจ้าค่ะ และก่อให้เกิดความลังเลได้เจ้าค่ะ
ความฟุ้งซ่านและความลังเลเป็นกิเลส ที่ชื่อว่า " โมหะ "เจ้าค่ะ
โมหะเป็นอกุศลมูลจึงเป็นปัจจัยให้เกิดทุกข์โดยนัยอย่างนี้แหละเจ้าค่ะ

สวัสดีเจ้าค่ะ เจริญในธรรมเจ้าค่ะ


จาก.........เภสิชัญญา

โดย เภสิชัญญา [13 ส.ค. 2548 , 23:41:27 น.] ( IP = 61.7.143.218 : : )


สลักธรรม 5

ขอบคุณในความกรุณาครับ
เป็นความคิดเห็นที่มีค่ามากครับ
ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปครับ


เมฆินทร์

โดย เมฆินทร์ [14 ส.ค. 2548 , 07:46:21 น.] ( IP = 61.7.142.173 : : )


สลักธรรม 6

ตั้งสติด้วยอะไรใช้เป็นฐาน
จึงตั้งอยู่ได้นานไร้ปัญหา
การตามรู้ปัจจุบันทันเวทนา
มีปัญญาประกอบชอบด้วยธรรม

สวัสดีค่ะทุกท่าน ..ยินดีที่ได้พบกันที่นี่นะคะ

โดย พี่ดอกแก้ว [16 ส.ค. 2548 , 15:38:30 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


สลักธรรม 7

ผลการละนามรูป

อันดวงจิต--มักติดบ่วง--ห่วงรูปนาม
หนูขอถาม--ละนามรูป--ทำไฉน ???
เมื่อละแล้ว--ปรากฏผล--ตนอย่างไร ???
สร้างกรรมใด--ใจพ้นห่วง--บ่วงรูปนาม ???

หนูถามท่าน--บัณฑิต--จิตเมตตา
วิสัชฌนา--ตอบถ้อย--หนูน้อยถาม
เพราะจิตวุ่น--หมกมุ่นอยู่--ดูรูปนาม
อยากได้ความ--รู้แจ้ง--แห่งธัมมา

ขอบคุณความ--เมตตา--กรุณาหนู
ผู้ใฝ่รู้--ในธรรม--ท่านเจ้าขา
ผู้อ่านด้วย--พลอยรู้แจ้ง--แห่งวิสัชฌนา
บุญรักษา--ท่านบัณฑิต--อายุยืน........เทอญ ฯลฯ

เจริญในธรรมเจ้าค่ะ


สามาวดี (61.7.145.*) [ วันเสาร์ ที่ 4 มิถุนายน 2548 เวลา 14:49 น. ]

โดย สามาวดี [19 ส.ค. 2548 , 13:15:49 น.] ( IP = 61.7.131.72 : : )


สลักธรรม 8

อ้างอิง
....อันดวงจิต--มักติดบ่วง--ห่วงรูปนาม ....

จิตของสัตว์ทั้งหลายย่อมติดบ่วงนามรูปเพราะวิตก วิจารเป็นปัจจัย
วิตก วิจาร เกิดเพราะความยินดี ยินร้ายในนามรูปเป็นปัจจัย
ความยินดียินร้าย เกิดเพราะอกุศลมูล คือราคะ(โลภะ) โทสะ โมหะ เป็นปัจจัย

เอาเฉพาะจิตของมนุษย์ ความวิตก วิจาร ในนามรูปเกิดเพราะเจตนาและไม่เจตนา
วิตก วิจาร โดยเจตนาก็จัดเป็นความฟุ้งซ่าน
เช่นนักวิปัสสนายกนามรูปขึ้นพิจารณาในไตรลักษณ์
นี่ก็จัดเป็นความฟุ้งซ่าน พิจารณาครู่เดียวก็ฟุ้ง ตลอดวันหรือหลายวันหลายคืนก็ฟุ้งเหมือนกัน
วิตก วิจาร โดยไม่เจตนาเป็นไปตามอำนาจกิเลสคืออกุศลมูล
นี่ยิ่งเป็นความฟุ้งซ่านที่พิษร้ายแรง เพราะนำไปสู่การก่อเวรได้

....อันดวงจิต--มักติดบ่วง--ห่วงรูปนาม......
คนเราติดบ่วงรูปนาม เพราะวิตก วิจาร โดยอาการอย่างนี้


อ้างอิง....
หนูขอถาม--ละนามรูป--ทำไฉน ???


คนส่วนมากมักละวิตก วิจาร ในนามรูปด้วยตัณหา
ละวิตก วิจาร ในนามรูปที่ไม่ชอบใจ โดยไปวิตก วิจาร ในนามรูปที่ชอบใจแทน
ชอบก็เป็นตัณหา
ไม่ชอบก็เป็นตัณหา

บัณฑิตย่อมละนามรูปโดยการน้อมจิตไปวิตก วิจารนามรูปอื่นแทนเช่นกัน
แต่ละโดยไปวิตก วิจาร ในอารมณ์กัมมัฏฐานแทนครับ
เป็นนิมิต เช่นพุทโธ แสงสว่าง ลมหายใจเข้าออก ร่างกาย ความตาย ฯลฯ
เป็นอนิมิต เช่นลักษณะอนิจจัง ลักษณะทุกขัง ลักษณะอนัตตา
(เพ่งเฉพาะสัญญาไม่ใช่นามรูป ได้แก่ อนิจจสัญญา ทุกขสัญญา และ อนัตตาสัญญา)
ไม่ยินดียินร้ายในนามรูปโดยประการทั้งปวง
การละนามรูปโดยอาการอย่างนี้ ย่อมเป็นปัจจัยให้บรรลุฌานสมาบัติ 8 บ้าง
การละนามรูปโดยอาการอย่างนี้ ย่อมเป็นปัจจัยให้บรรลุผลสมาบัติ 4 บ้าง
การละนามรูปโดยอาการอย่างนี้ ย่อมเป็นปัจจัยให้บรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติบ้าง


ยะมุนี [ 5 มิ.ย. 2548 เวลา 09:19 น. ] [ 2 ]

โดย สามาวดี [19 ส.ค. 2548 , 13:21:37 น.] ( IP = 61.7.131.72 : : )


สลักธรรม 9

อ้างอิง......

เมื่อละแล้ว--ปรากฏผล--ตนอย่างไร ???

สรุปอีกครั้งว่า
ถ้าละนามรูปด้วยตัณหาในนามรูป ตัณหาย่อมเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
แต่ถ้าละนามรูปโดยเจริญสมถะวิปัสสนากัมมัฏฐาน ย่อมบรรลุธรรมโดยแท้
บรรลุฌานสมาบัติ 8
บรรลุผลสมาบัติ 4
บรรลุสัญญาเวทยิตนิโระสมาบัติ
บรรลุกำลังแห่งอภิญญา เป็นต้น


อ้างอิง.....
สร้างกรรมใด--ใจพ้นห่วง--บ่วงรูปนาม ???

เพียรละบาปอกุศล โดยตั้งอยู่ในศีลและเมตตาธรรม
เพียรละราคะ(โลภะ) โทสะ โมหะ

สั่งสมกุศลจิตให้ไพบูลย์
สั่งสมรูปาวจรกุศลจิตให้เกิด
สั่งสมอรูปาวจรกุศลจิตเกิด
สั่งสมโลกุตตระกุศลจิตให้เกิด
สั่งสม อภิญญาจิต(กามมหากุศลจิต)ให้เกิด

รักษาจิตใจให้ผ่องแผ้วอยู่เสมอ โดย
เข้าฌานสมาบัติบ่อยๆ
เข้าผลสมาบัติบ่อยๆ
เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติบ่อยๆ
ยังอภิญญาจิตไปสู่ญาณอภิญญาประการต่างๆ บ่อยๆ

เจริญในธรรมครับ
ยะมุนี [ 5 มิ.ย. 2548 เวลา 09:19 น. ] [ 2 ]

โดย สามาวดี [19 ส.ค. 2548 , 13:23:08 น.] ( IP = 61.7.131.72 : : )


สลักธรรม 10

กราบนมัสการ--ท่านหลวงปู่--ยะมุนี
บทกวีนี้--มีค่า--มหาศาล
ขอบพระคุณ--หนุนนำ--ธรรมทาน
เมตตาท่าน--อ่านแล้วแจ้ง--แทงตลอดแล

ขอถามท่าน--บัณฑิต--พิศพิเคราะห์
ผลเสนาะ--ในธรรม--ที่เที่ยงแท้
สมาธิมี--ลักษณะ--อย่างไรแล ???
ท่านโปรดแก้--ข้อสงสัย--ให้หนูที

ละนามรูป--มีใดเป็น--ลักษณะ ???
แล้วรสล่ะ ?--ให้เห็น--เป็นไฉน ???
เครื่องปรากฏ--แห่งธรรมมี--ประการใด ???
อะไรเป็น--ปทัฏฐาน--ละรูปนาม ???

ขอบพระคุณ--เมธี--ปราณีจิต
ผู้บัณฑิต--ทรงธรรม--นำขับขาน
บทกวี--ที่ค่าล้ำ--ธรรมทาน
ทั้งผู้อ่าน--และหนู--รู้วิชา

เจริญในธรรมเจ้าค่ะ
สามาวดี [ 5 มิ.ย. 2548 เวลา 11:09 น. ] [ 3 ]

โดย สามาวดี [19 ส.ค. 2548 , 13:25:10 น.] ( IP = 61.7.131.72 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

สลักธรรม
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล
[ คีตธรรมออนไลน์ ] [ กวีไทยออนแอร์ ] [ นายติวเตอร์ ]

สถานศึกษา ธุรกิจการเงิน หน่วยงานราชการ ข่าวสาร-หนังสือพิมพ์ แหล่งธรรมะ รวมลิงก์ธรรมะ เชื่อมโยง

ค้นหาเพลงตามชื่อเพลง
เพลงที่ขึ้นต้นด้วยภาษาไทย
อื่น ๆ
เพลงที่ขึ้นต้นด้วยภาษาอังกฤษ
a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t u v w x y z


ตรวจสอบอันดับผู้เยี่ยมชม :