ลานกวีธรรม
[ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ
] [ สลักจิต - สลักธรรม
] [ คีตธรรมออนไลน์
]
อย่าลืมหลักการ
สลักธรรม 1เหมือนจะชัด
เหมือนหมอกควันอันหนาคราโรยแสง
ไม่จะแจ้งทิศทางสร้างสงสัย
คล้ายจะรู้คล้ายจะเห็นสิ่งเป็นภัย
แต่กลับเดินเข้าใกล้อย่างหลงทาง
เหมือนจะคว้าจะไขว่เอื้อมได้ถึง
กลับรำพึงถอดใจให้หม่นหมาง
เพียงแค่เอื้อมอีกหน่อยค่อยจับวาง
กลับถอยห่างไม่กล้าน่าเสียดาย
เหมือนจะเป็นของจริงสิ่งสร้างสรรค์
สองมือปั้นผลงานตามมุ่งหมาย
พลันเกียจคร้านวางมืออย่างง่ายดาย
ขาดเพียงลายบางเส้นจะเห็นงาน
เหมือนจะดีมีแต่ความราบรื่น
สุขสดชื่นปรากฏทุกสถาน
พลันฟ้าฝนหล่นพร่างร้างทัดทาน
ความชื่นบานชุ่มโชกกลับโศกใจ
เหมือนจะลิขิตได้ในชีวิต
ดุจมีฤทธิ์เก่งกล้าน่าเลื่อมใส
เพียงภายนอกหลอกภาพฉาบกลิ่นไอ
ไม่มีใครลิขิตแท้ได้แก่ตน
เหมือนจะจริงสิ่งที่ได้พบเห็น
ทุกสิ่งเป็นตามใจได้สมผล
อุปสรรคสิ้นสลายไร้กังวล
ในบัดดลตื่นจากฝันวันฝนพรำ
เหมือนสว่างกลางแสงแห่งภูมิรู้
ยืนมองดูใครเขาเฝ้าคิดขำ
เห็นคนอื่นชัดเจนในทรงจำ
แต่ทำเหมือนผีอำในเรื่องตน
เหมือนจะชัดจัดแจ้งแห่งจริต
เมื่อยิ่งคิดก็ยิ่งมากสับสน
คิดเปะปะคละเคล้าเข้าปะปน
กลายเป็นคนเลือนรางห่างปัญญา
โดย พี่ดอกแก้ว [11 ต.ค. 2551 , 21:58:30 น.] ( IP = 58.9.94.109 : : )
สลักธรรม 2มองแง่ดีมีเบรคให้ใช้บ้าง
รอยยิ้มพลันหยุดแย้มเพราะแก้มขม
เกิดหนามปมในหูแทงสู่จิต
สนทนามาถึงบทเป็นพิษ
มิตรสนิทแปลงร่างสร้างภาพยักษ์
รื่นรมย์ใจกลับกลายเป็นร้อนแล้ง
ใจเหี่ยวแห้งกับคำพูดที่หาญหัก
เขาตำหนิติติงทิ้งคำทัก
เหมือนหินหนักถ่วงเท้าหยุดก้าวลง
หัวคะมำคว่ำคะเมนเลนกระจาย
ใจวุ่นวายพบเรื่องไม่ต้องประสงค์
อยู่ดีดีมาทักท้วงปล่อยหมัดตรง
ให้มึนงงมืดหน้าพาเดือดดาล
พาลไปที่ผู้มีวาจาวุธ
ไม่สะดุดเหตุผลบนถ้อยสาร
เกิดประมาทขาดมองให้ต้องการณ์
ไม่อยากให้ใครขานเรื่องท้วงติง
หากหวังได้รับแต่คำสรรเสริญ
มิตรสหายยอเยินไปทุกสิ่ง
หากคิดว่าเช่นนี้จักดีจริง
อาจพบสิ่งเลวร้ายในเร็ววัน
ก็เหมือนรถวิ่งไปบนถนน
มีบางหนต้องเหยียบเบรคกระทันหัน
และบางคราวต้องชะลอลดน้ำมัน
ไม่เร่งกันคงที่มีแต่ตาย
มองแง่ดีมีเบรคให้ใช้บ้าง
ดีกว่าห่างเบรคเร่งจนใจหาย
ลืมตัวเร่งเรื่อยเปื่อยตามสบาย
เบรคทีเดียวอาจถึงตายทุเรศตา
เบรคหัวทิ่มหัวตำทำตกใจ
ดีกว่าเบรคช้าไปสร้างปัญหา
ชินกับเบรคเพื่อปลอดภัยทุกเวลา
ดีกว่าไร้เบรคมาช่วยชีวีโดย พี่ดอกแก้ว [11 ต.ค. 2551 , 21:58:58 น.] ( IP = 58.9.94.109 : : )
สลักธรรม 3แม่เหล็ก
แผ่นดินร้อนเป็นไฟใครเผาผลาญ
เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญพาหวั่นไหว
ภัยพิบัติเยือนถิ่นแผ่นดินไทย
สามัคคีเภทในนครา
คงถึงจุดตกต่ำธรรมชาติ
เคยผงาดเจริญสุขด้วยศาสนา
ที่พึ่งพิงเคยมีด้วยปัญญา
ถูกกระแสแปรค่าคุณธรรม
จิตใจร้ายกระจายไปในวงกว้าง
ทุกระบบอำพรางอุปถัมภ์
เป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกิจกรรม
เพื่อหนุนนำกิเลสร้ายให้ใหญ่โต
เหมือนแม่เหล็กดึงดูดเหล็กทั้งหลาย
ผู้นำร้ายลูกน้องร้ายมากอักโข
จิตใจร้ายดึงความร้ายออกมาโชว์
เรื่องร้ายจึงผุดโผล่ทั่วถิ่นไทย
ได้แต่ทำกรรมดีเพิ่มที่ตน
เพื่อแผ่ผลความดีไปแก้ไข
รักษาชาติศาสน์กษัตริย์ให้พ้นภัย
เอกราชคงในสถาบัน
ให้ความร้ายคลายไปจากไทยแลนด์
เป็นดินแดนวิมานดุจสวรรค์
เทพเทวาพิทักษ์คอยคุ้มกัน
เริ่มต้นความสมานฉันท์อย่างจริงใจ
เลิกเข่นฆ่าด้วยวาจาในหมู่กลุ่ม
คลายทิฏฐิครอบคลุมจริตนิสัย
เอกราชของชาติสิ้นจากภัย
ไม่มีใครประหารใครให้ศพพะเนิน
โดย พี่ดอกแก้ว [11 ต.ค. 2551 , 21:59:37 น.] ( IP = 58.9.94.109 : : )
สลักธรรม 4ความผิดหวัง..ประหารฝันสิ้นลม
ความแปรผันพลันปรับสิ่งนับล้าน
ให้ถึงกาลเคลื่อนไหวจนใจหวั่น
จากความงามพริ้งพรายคลายผ่องพรรณ
ชราขันธ์ถึงคราวร้าวรวดใจ
เคยประทับจับใจจนไหวหวาม
บังเกิดความอ่อนหวานพาลหวั่นไหว
ตรึงตราจิตคิดข้องคล้องสายใย
สว่างไสวไฟหวังครั้งเบิกบาน
จินต์วิจิตรคิดภาพอาบเอิบฝัน
มีความหวังดั่งตะวันฉายแสงฉาน
วาดชีวีมุ่งไปอนาคตกาล
พบแต่ความสุขศานต์ในอารมณ์
พลับเมฆามาบังครั้งทิวา
แผ่นผืนฟ้ามืดมนฝนผสม
สิ้นแสงหวังกลางฝันอันภิรมย์
ความวิโยคทับถมหทัยลาญ
อยู่กับฝันวันเก่าอย่างเศร้าสร้อย
อดีตย้อนร่องรอยมาขับขาน
ทั้งหวานขมผสมจิตมิเว้นวาร
ความผิดหวัง..ประหารฝันสิ้นลม
โดย พี่ดอกแก้ว [11 ต.ค. 2551 , 22:00:33 น.] ( IP = 58.9.94.109 : : )
สลักธรรม 5
พินิจและพิศเพ่ง
แก่นชีวิตคิดไปก็ไร้แก่น
มิหนักแน่นและไร้ซึ่งแก่นสาร
เพียงประชุมชั่วคราวก็ร้าวราน
ต้องถึงกาลแปรผันพลันเปลี่ยนแปลง
ผู้ถือตนยึดมั่นฝันคว้าสุข
จึงพบทุกข์ท่วมจิตพิษแสลง
ทุ่มเทกายและใจจนหมดแรง
เพื่อยื้อแย่งสุขไว้ให้นิรันดร์
มีความโลภผลักดันให้สรรหา
มีโทสาสุมใส่เติมไฟฝัน
ชีวิตเร่าร้อนรนทุกวี่วัน
เพราะขยันไขว่คว้ามาเพื่อตน
ละเลยการพินิจและพิศเพ่ง
ในบทเพลงแห่งกรรมที่นำผล
หาใช่พรหมลิขิตบงการชนม์
แต่เพราะกรรมของตนบงการมา
ความไม่รู้บงการใจให้สืบเนื่อง
หมุนฟันเฟืองกิเลสเหตุปรารถนา
เวียนวัฏฏะเรื่อยไปไร้ปัญญา
หลั่งน้ำตารำพันร้องคร่ำครวญ
แต่ผู้รู้เรียนธรรมนำอาวุธ
ตัดวัฏฏะให้หยุดการคืนหวน
รู้เท่าทันตัณหาเงื่อนโซ่ตรวน
สะบัดทวนปัญญาฆ่ากิเลสมาร
ไร้ครวญคร่ำอาลัยในเรื่องราว
ที่ปรุงแต่งชั่วคราวในสังขาร
สิ้นทุกข์จรสอนจิตอย่างเชี่ยวชาญ
รื้อรอยสานโซ่กรรมนำเสรี
เมื่อปัญญาเติบกล้าคราปฏิบัติ
ยิ่งรู้ชัดรูปนามตามวิถี
ล้วนไตรลักษณ์เป็นใหญ่ในชีวี
มิได้มีแก่นสารทุกวารวัน
ปวงกิเลสสิ้นฤทธิ์เพราะจิตรู้
ติดตามดูอาการที่แปรผัน
ความสงบเกิดขึ้นในฉับพลัน
เริ่มเดินทางสู่เขตขัณฑ์ความเสรี
โดย พี่ดอกแก้ว [11 ต.ค. 2551 , 22:00:52 น.] ( IP = 58.9.94.109 : : )
สลักธรรม 6อย่าแพ้ใจตน
ต้นตอหน่อแรกเบื้อง.......... บรรพกาล
คือแหล่งสมบูรณ์สาร.... เริ่มต้น
ให้ผลรสฉ่ำหวาน........ ตลอด
เปรี้ยวฝาดรสเปี่ยมล้น ..... ไม่เพี้ยนเปลี่ยนปน
ย้ายผลเพื่อเพิ่มต้น...... พืชพันธุ์
ต่างถิ่นต่างดินกัน....... แยกย้าย
ใช้เมล็ดร่วมรากนั้น........ เพาะปลูก
กลับเปลี่ยนรสเป็นร้าย.... ไม่คล้ายต้นตอ
พ้อคำถามพร่ำไว้....... ในฉงน
ไฉนเหตุจึงให้ผล ....... น่าพ้อ
เลศนัยซ่อนเล่นกล........ หรือเปล่า
ยิ่งเนิ่นนานยิ่งท้อ ........... ต่อต้นลูกหลาน
ค้านกับความเชื่อแล้ว ........ อ่อนใจ
ลืมคิดพิจารณาไข ............ เร่งค้าน
เหตุดีที่อยู่ใน............. เมล็ดแก่
ยังอยู่เต็มส่วนส้าน ........... มิได้สูญหาย
ล้วนเปลี่ยนเพราะเหตุด้วย...... ปัจจัย
อากาศน้ำเปลี่ยนไป......... แปลกล้วน
อาหารอุณหภูมิไฟ........ แปรเปลี่ยน
เมล็ดพันธุ์ทั่วถ้วน............ จึ่งล้วนปรับตน
ล้นหลามผลหลากล้วน........... สาขา
เกจิผลิทางพา.............. ผิดล้น
แวดล้อมสิ่งอวิชชา........... หลอมหล่อ
ผลผลิตโทษท่วมท้น........ มากแท้ทิฏฐิธรรม
สร้างกรรมนำเขลาให้....... ประชา
เพราะประโยชน์นำมา ...... จึ่งสร้าง
ปลอมคุณค่าโฆษณา........ ว่าสุข
ตัดต่อธรรมเอ่ยอ้าง ........ ลบล้างกฎกรรม
ค้าขายมาเนิ่นแล้ว ....... นานกาล
ติดตลาดอยู่เนิ่นนาน ........ เรื่องค้า
กลายเป็นเรื่องกล่าวขาน........ ว่าถูก
กัลยาณมิตรหลบหน้า......... ไม่กล้าตอแย
แพ้หมู่ผู้ขาดสิ้น......... ปัญญา
วงวัฏฏ์หมุนเวียนพา .......... พระแพ้
หมู่มารครองพารา ............ ชนะจิต
หนึ่งเดียวควรเร่งแก้ ........ อย่าแพ้ใจตนโดย พี่ดอกแก้ว [11 ต.ค. 2551 , 22:01:59 น.] ( IP = 58.9.94.109 : : )
สลักธรรม 7คนใจเย็น
เคยคิดไหมทำไมต้องใจเย็น
หากมองเห็นประโยชน์ก็รู้ค่า
ความสำเร็จนั้นต้องอาศัยเวลา
ฝึกฝนมาผ่านสมัยอย่างใจเย็น
ความใจเย็นเป็นมิตรคู่จิตสวย
ใครอยู่ด้วยจะรับรู้และมองเห็น
คุณความดีของผู้ที่ใจเย็น
ไม่ขืนเข่นบีบใครให้ร้อนรน
ความใจเย็นเป็นช่างใหญ่ในงานศิลป์
งานทำมาหากินไม่สับสน
ไม่ตระกรุมตระกรามและอดทน
ได้เปรียบคนใจร้อนชีพจรรวน
คนใจเย็นมักเป็นผู้มีสติ
การดำริใดใดไม่ผันผวน
ทำการใดผูกจิตคิดใคร่ครวญ
มีเวลาทบทวนอย่างถูกกาล
คนใจเย็นมักเป็นผู้เห็นใจ
ไม่ขัดใครกลางครันเพราะสงสาร
ไม่ทำใครเสียประโยชน์ดุจคนพาล
รู้คิดอ่านสุขุมไม่กลุ้มใจ
คนใจเย็นเป็นผู้กุศลประณีต
จะเขียนขีดก็สะอาดดูสดใส
การพูดจาไพเราะเสนาะใจ
พบความสุขง่ายในชีวิตตน
คนใจเย็นเป็นผู้มากโอกาส
คอยจังหวะหวังวาดประสบผล
คนใจเย็นใช่อืดอาดขาดแรงกล
แต่เป็นคนรู้จักรออย่างพอใจ
โดย พี่ดอกแก้ว [11 ต.ค. 2551 , 22:48:55 น.] ( IP = 58.9.94.109 : : )
สลักธรรม คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
| ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
| [ คีตธรรมออนไลน์ ] [ กวีไทยออนแอร์ ] [ นายติวเตอร์ ] |
|
สถานศึกษา ธุรกิจการเงิน หน่วยงานราชการ ข่าวสาร-หนังสือพิมพ์ แหล่งธรรมะ รวมลิงก์ธรรมะ เชื่อมโยง |
| ค้นหาเพลงตามชื่อเพลง |
|
เพลงที่ขึ้นต้นด้วยภาษาไทย เ แ โ ใ ไ ก ข ค ฆ ง จ ฉ ช ซ ญ ฐ ณ ด ต ถ ท ธ น บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม ย ร ฤ ล ว ศ ส ห อ ฮ อื่น ๆ |
|
เพลงที่ขึ้นต้นด้วยภาษาอังกฤษ a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t u v w x y z |