มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ



ลานกวีธรรม
[ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ สลักจิต - สลักธรรม ] [ คีตธรรมออนไลน์ ]


เทศกาลแห่งความรัก






เทศกาลแห่งความรัก

เทศกาลสานรักสมัครฝัน
หมู่หญิงชายหมายมั่นรักสนอง
เปิดหัวใจไขว่คว้าหาคู่ครอง
ตั้งใจปองเคียงคู่สู่ชรา

วาเลนไทน์กลายเป็นวันแห่งหวัง
รักสะพรั่งสดใสวัยหรรษา
รักหวานล้ำชื่นฉ่ำล้นอุรา
คนหนุ่มสาวต่างพากันรื่นรมย์

หมู่ผู้ใหญ่ใช้โอกาสกระชับมิตร
มอบความหวานจากจิตผสานผสม
ให้กุหลาบแก่กันวันนิยม
พร้อมคารมผูกสัมพันธ์ฉันไมตรี

วาเลนไทน์กลับกลายความหมายรัก
ชนทุกวัยต่างสมัครสร้างสันสี
มอบกุหลาบแก่กันวันไมตรี
ด้วยเพราะรักที่มีในดวงมาน

ขอให้ชนทุกผู้หมู่ชาวรัก
ได้ตระหนักส่วนดีมีแก่นสาร
รักด้วยความเมตตาพาเบิกบาน
เสริมสัมพันธ์ให้ยาวนานด้วยความรัก

ขอส่งความปรารถนาดีในดวงจิต
มายังมิตรใกล้ไกลได้ประจักษ์
ความงดงามในยามที่มีรัก
ให้ทุกคนสมานสมัครด้วยไมตรี.


โดย พี่ดอกแก้ว [6 ก.พ. 2558 , 12:32:46 น.] ( IP = 113.53.89.123 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


สลักธรรม 1




มาฆบูชา


เหตุการณ์ก้องโลกหล้า.....................คราเพ็ญ
มาฆมาสมิ่งเป็น...............................เหตุสร้าง
สันนิบาตร่มเย็น..............................สังฆกิจ
โอวาทปาฏิโมกข์อ้าง.........................บทไว้เป็นครู

คุณกิจประสิทธิ์สร้าง.........................อภิญญา
เอหิภิกขุอุปสัมปทา...........................ร่วมผู้
พระพุทธศาสดา...............................ทั้งหมด
นับหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบรู้.................ร่วมรั้งประชุม

พระพุทธพจน์บทเบื้อง......................คาถา
กล่าวพระนิพพานมา.........................เรื่องต้น
เป้าหมายแห่งศาสนา........................เหนือสิ่ง
บรมสุขเปี่ยมล้น...............................พบได้โดยธรรม

บทสองกรองถึงด้าน ..........................วิธี
การสู่สุขเสรี.....................................ทั่วถ้วน
ละชั่วมิให้มี.....................................เยื่อต่อ
ดีเพิ่มเสริมจิตล้วน.............................ผ่องสิ้นโสมม

บทสามความแผ่เนื้อ..........................ศาสนา
ระงับกายวาจา....................................อดกลั้น
สำรวมสงบพา....................................สันโดษ
เผยแผ่พระธรรมนั้น..........................เพื่อสร้างสุขจริง

สาวกผู้เอ่ยอ้าง....................................พระศาสดา
ควรยึดหลักธรรมา...............................ดั่งอ้าง
เผยแผ่พระศาสนา...............................ตามหลัก
ไม่ทึกทักตนสร้าง...............................สิ่งล้วนสวนความ

มาฆมาสมิ่งแท้...................................บูชา
จาตุรงค์กตัญญุตา...............................พระพุทธเจ้า
สืบโอวาทพระศาสดา...........................ยิ่งกฏ
รักษ์กิจมิให้ร้าว...................................ด่างพร้อยเพื่อธรรม.


โดย พี่ดอกแก้ว [6 ก.พ. 2558 , 12:39:25 น.] ( IP = 113.53.89.123 : : )


สลักธรรม 2



วิสาขบูชา


อัศจรรย์ยิ่งใหญ่แท้ .........................เหนือกาล
คือวิสาขะวาร ..................................พุทธเจ้า
วันเพ็ญพร่างโศลกขาน ...................พิเศษสิ่ง
สามเหตุการณ์เทิดเกล้า ...................เหล่าผู้พุทธชน

กาลประสูติตรัสรู้ .............................ปรินิพพาน
ปรากฏบทขับขาน ...........................ทั่วหล้า
ดิถีแห่งเหตุการณ์ .............................ทั้งหมด
เดือนหกเพ็ญพร่างฟ้า ......................เช่นนั้นวันเดียว

สกลต่างแซ่ซ้อง ...............................อัศจรรย์
วิสาขบูชาวัน ....................................พระพุทธเจ้า
ต่างน้อมกุศลอัน ...............................สูงส่ง
บูชิตเบื้องบาทเท้า .............................พระผู้บรมธรรม

พุทธศาสนิกล้วน ............................. บำเพ็ญธรรม
ตั้งจิตพร้อมกายนำ ...........................บุญสร้าง
ต่อเติมตกแต่งกรรม ...........................ดีทั่ว
เพื่อเอ่ยบูชาอ้าง ................................อนึ่งแม้นกตเวที

อัศจรรย์ยิ่งใหญ่แท้ ...........................เหนือกาล
เมื่อวิสาขะวาร ..................................เวียนถ้วน
สาวกต่างสราญ .................................บุญสู่
ละบาปก่อบุญล้วน ............................เพื่อน้อมบูชา.


โดย พี่ดอกแก้ว [6 ก.พ. 2558 , 13:08:14 น.] ( IP = 113.53.89.123 : : )


สลักธรรม 3




อัฏฐมีบูชา


ต่อกาลผ่านพ้นแล้ว............................ปรินิพพาน
ถวายพระเพลิงงาน............................โศกเศร้า
พระสรีรางคาร...................................ปรากฏ
อุทกท่วมเนตรเคล้า...........................เกลื่อนล้นนัยนา

ปรินิพพานครบถ้วน...........................เจ็ดวัน
อัฏฐมีที่แปดพลัน...............................เบิกหล้า
พิธีถวายพระเพลิงอัน..........................ยิ่งใหญ่
บังเกิด ณ เบื้องหน้า............................ชีพผู้ร่วมงาน

สิ้นเพลิงที่เผาไหม้..............................ไฟลาญ
พราหมณ์เพ่งตวงทะนาน......................ธาตุเจ้า
อัญเชิญประดิษฐาน.............................แคว้นต่าง
เป็นมิ่งมงคลเกล้า................................เหล่าผู้บูชา

อัฏฐมีที่แปดนี้..................................เป็นวัน
ถวายสักการะอัน................................เปี่ยมพร้อม
ชาวพุทธต่างภพพรรณ.......................ทุกหมู่
พร้อมพรักพิธีน้อม..............................จิตนี้รำลึก

บูชาพระพุทธเจ้า...............................พิธี
ครั้งแรกประเพณี...............................แห่งหล้า
บูชาพระบรมสารี...............................ริกธาตุ
พื้นมนุษย์และชั้นฟ้า..........................นบน้อมบูชิต



โดย พี่ดอกแก้ว [6 ก.พ. 2558 , 13:12:41 น.] ( IP = 113.53.89.123 : : )


สลักธรรม 4




ความเชื่อ


เป้าหมายชีวิตนั้น..............................เดินตาม
ความเชื่อที่ก่อความ............................เชื่อให้
เรื่องดีเรื่องเลวทราม............................ที่ก่อ
เพราะเชื่อแล้วแหละไซร้......................จึ่งได้ทำตาม

ความเชื่อเมื่อเกิดแล้ว...........................ก่อการ
กรรมก่อเกิดสันดาน............................ติดข้อง
ผลกรรมเคลื่อนขับขาน........................กรรมต่อ
ชนม์ชีพเวียนตกต้อง...........................แต่งแต้มกรรมเติม

เสริมชีพให้ต่างเส้น.............................ทางกรรม
ความเชื่อมาชี้นำ................................เลือกให้
เป้าหมายที่มุ่งทำ............................... ตามจริต
ความเชื่อมาชวนใช้.............................ชีพนี้ดำเนิน

ก่อนทำควรห่อนรู้...............................เจริญนัย
เมื่อเชื่อแล้วทำไป................................จักต้อง
รับผลเช่นอย่างใด...............................ทุกข์สุข
อย่าเชื่อตามพวกพ้อง............................เชื่อย้ำบุคคล

ตนต้องรักปกป้อง................................ชีพตน
อย่าเชื่อในบุคคล................................น่าไหว้
พินิจจิตย้อนยล..................................ผลเหตุ
เพราะว่าตนนั่นไซร้...........................เดี่ยวผู้รับผล


โดย พี่ดอกแก้ว [6 ก.พ. 2558 , 13:18:59 น.] ( IP = 113.53.89.123 : : )


สลักธรรม 5



ศรัทธา


ศรัทธาพาชีพนี้............................เดินทาง
ความเชื่อสร้างเส้นราง....................ชีพให้
มุ่งหน้าสู่หลักวาง..........................ตามจริต
ต้องคิดใคร่ครวญไว้......................ไม่ซ้องเสพมาร

การสร้างความเชื่อนั้น...................ต้องมี
หลักเหตุผลที่ดี............................เชื่อได้
พระพุทธองค์ทรงชี้.......................หลักสิทธิ์
ควรคิดควรเชื่อไว้..........................สี่ล้วนหลักงาม

คือเชื่อกรรมที่สร้าง.......................มีจริง
จงเจตน์ทำสรรพสิ่ง.......................ชั่วกล้า
หรือดีที่หมายพิง..........................พักต่อ
ย่อมก่อสำเร็จคว้า..........................ผลร้ายผลดี

เชื่อวิบากว่าล้วน...........................เหตุมี
ปรากฏแก่ชีวี ...............................ถูกต้อง
ผลดีจากเหตุดี..............................ทุกส่วน
คราชั่วผลพบพ้อง..........................อย่าร้องโทษใคร

เชื่อว่าสัตว์โลกล้วน........................เจ้าของกรรม
มีสิ่งใดใครทำ................................ทุกห้วง
ผู้นั้นย่อมเสวยธรรม.......................วิบาก
ใครก่อก็ถูกท้วง..............................ทุกเจ้าของกรรม

เชื่อในความตรัสรู้...........................พระพุทธองค์
ผู้เปี่ยมธรรมดำรง...........................เลิศเก้า
ทรงจำแนกธรรมตรง.......................ผลเหตุ
นำสัตว์พ้นทุกข์เข้า.........................สู่ห้วงนฤพาน

ความเชื่อสี่อย่างนี้..........................หลักธรรม
พุทธชนควรน้อมนำ......................ปลูกสร้าง
ให้เป็นที่สร้างกรรม........................กุศลบถ
ชีพไม่ร่วงโรยร้าง...........................จากเส้นทางบุญ

ความเชื่อสี่อย่างไซร้.......................สัทธา
เจตสิกธรรมนำพา..........................เชื่อให้
ชีพชอบกอปรสัมมา........................กุศลกิจ
นำสู่ทางสิ้นไร้...............................กิเลสร้ายด้วยปัญญ์.

โดย พี่ดอกแก้ว [6 ก.พ. 2558 , 13:27:24 น.] ( IP = 113.53.89.123 : : )


สลักธรรม 6

รักยืนยาว

สายใจโยงเยื่อใยไปรัดร้อย
และเฝ้าคอยห่วงหาอาวรณ์หวัง
สายใยโยงเยื่อยางสร้างพลัง
หมายปองสิ่งมุ่งหวังอย่างฝังใจ

เมื่อเยื่อใยยึดแน่นไม่แคลนคลอน
ก็เฝ้าวอนเพื่อสมหวังทุกเงื่อนไข
หมั่นกระทำย้ำหวังสะพรั่งใจ
ใช้วิธีเป็นไปตามแต่จินต์

หากเยื่อใยรัดไว้ในบุคคล
หมายกมลผูกมัดไม่สุดสิ้น
ผู้ถูกรัดอาจอัดอึดไม่เคยชิน
หลีกหลบดิ้นจากบ่วงเยื่อไม่เหลือใย

หากเยื่อใยรัดไว้แบบเบาบาง
ความผูกพันจืดจางเพราะอ่อนไหว
ผู้ถูกรัดสะบัดบั้นสิ้นเยื่อใย
โซ่สายใจแหลกร่วงสิ้นดวงรัก

ความโยงใยเยื่อใจในบุคคล
ต้องรู้จักตั้งกมลให้แน่นหนัก
รู้พอดีให้เสรีไม่ทวงทัก
ปวงความรักจักยั้งอยู่คู่ดวงมาน

ทั้งความรักเช่นคู่รักจักยาวยืน
ทุกวันคืนพบรสที่แสนหวาน
ทั้งความรักเช่นเพื่อนจะสืบกาล
ทุกวันคืนพบพานมิตรภาพใจ

ทั้งความรักดุจผู้ใหญ่ให้กับเด็ก
ผู้วัยเล็กจะรับรู้อย่างแจ่มใส
ผู้วัยสูงสนองสุขและวางใจ
เด็กผู้ใหญ่ไม่เคืองขัดงัดอารมณ์

ทั้งความรักอุดมการณ์สานเป้าหมาย
จะไม่คลายศรัทธาพาสุขสม
เพราะมีความพอดีน่านิยม
ไม่ขื่นขมเพราะเคร่งกล้าตัณหานำ.

โดย พี่ดอกแก้ว [6 ก.พ. 2558 , 13:33:42 น.] ( IP = 113.53.89.123 : : )


สลักธรรม 7


ให้ด้วยรัก

เมื่อความรักมาทักทายหัวใจ
คำว่า "ให้" ก็เฟื่องฟูไม่รู้หาย
ให้กับคนที่รักอย่างมากมาย
เพื่อมุ่งหมายรักตอบชอบชื่นทรวง

ให้ไปตามแต่จินต์ไม่สิ้นรัก
ไม่ทวงทักหรือทวงถามด้วยความหวง
มีจุดยืนเพื่อรักที่ล้นทรวง
หมายคนรักรับรู้ห้วงรักของตน

บางคนให้เพราะหวังในตอบสนอง
ปากบอกไม่เรียกร้องไม่หวังผล
แต่ส่วนลึกหวังให้เขารับรักตน
หวังกมลได้รับความอาทร

ใครจะให้เพราะสิ่งใดไม่สำคัญ
หากถึงวันรักรวนป่วนสายศร
ต้องรู้จักตั้งหลักไม่ล้มคลอน
รู้ถ่ายถอนจากบ่วงรักปลักหัวใจ

ใครจะให้เพราะสิ่งใดไม่สำคัญ
หากรักนั้นยังคงความหวานไหว
อย่าได้เพรียกเรียกร้องเอาแต่ใจ
มีเมตตาอาศัยอยู่ในรัก

ใครจะให้เพราะสิ่งใดไม่สำคัญ
ต้องรู้จักให้ตนนั้นได้ตระหนัก
ในพิษภัยไม่งามของความรัก
และรู้จักรักษาพิษให้จิตดี

ใครจะให้เพราะสิ่งใดไม่สำคัญ
การให้นั้นต้องคืนมาสร้างสุขศรี
รู้จักให้ตัวเองสร้างความดี
ให้สองทางเช่นนี้จึงสมดุล.

โดย พี่ดอกแก้ว [6 ก.พ. 2558 , 13:34:32 น.] ( IP = 113.53.89.123 : : )


สลักธรรม 8


ขอให้เหมือนเดิม

ความพอดีมีจังหวะประสบผล
คนสองคนผูกพันสเน่หา
มีความสุขทุกห้วงวันเวลา
ความพอดีก็ถึงคราเปลี่ยนแปลงไป

ไม่พอดีมีแต่การเรียกร้อง
สิ้นประคองขู่เข็ญเห็นนิสัย
ปรากฏความก้าวร้าวของเนื้อใน
การเรียกร้องทำให้สิ้นใยมนต์

คนสองคนพ้นพรากจากความรัก
ระทมหนักเมื่อพบธรรมชาติผล
ไม่อาจรับความจริงเกิดที่ตน
อยากฝืนผลไตรลักษณาครารักคลาย

ผู้มืดมนย่อมทุกข์ทนแสนสาหัส
ไม่คิดคลายเงื่อนรัดคลี่ปมสาย
ยังยึดยื้อถือใยอยู่ไม่วาย
หลับตาหายใจรอขอให้เหมือนเดิม

ผู้เปิดตาพาใจให้รู้จัก
บทไตรลักษณ์มาเยือนเหมือนสร้างเสริม
ได้เรียนรู้ชีวิตจริงฉากเพิ่มเติม
ไม่เรียกร้องให้เหมือนเดิมอยู่ดายเดียว

คนสองคนพ้นพรากจากความรัก
ถึงเวลาหยุดพักใจบางเสี้ยว
ได้ทบทวนหวนคิดถึงกรรมเกลียว
อำนาจกรรมพาลดเลี้ยวไม่ยืนใย

หากหนึ่งคนค้นใจในรักแท้
จะรู้แน่ว่ารักใครที่ไหน
เช่นรักตนเกินกว่ารักผู้ใด
จะย้อนใจกลับมารักษาตน.

โดย พี่ดอกแก้ว [6 ก.พ. 2558 , 13:35:07 น.] ( IP = 113.53.89.123 : : )


สลักธรรม 9

ไม่คบคนพาล

พาลคือใคร ใครคือพาลสันดานหยาบ
ต้องเรียนธรรมให้ทราบถึงนิสัย
การไม่คบคนพาลเป็นอย่างไร
แล้วมีใครเป็นคนพาลกันบ้างนา

โดยหลักใหญ่ท่านว่าไว้เรื่องคนพาล
มีอยู่สามประการให้ศึกษา
ชอบคิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่วช้า
คือลักษณาคนพาลอย่าหาญคบ

ชอบคิดชั่วคือจิตมั่วทุจริต
มากมิจฉาทิฏฐิ จิตพยาบาทไม่จบ
ชอบพูดชั่วทุจริตวจีทบ
ชอบทำชั่วกลั้วกลบขาดศีลา

การไม่คบคนพาลสันดานชั่ว
คือไม่กลั้วเกลือกสิ่งเหล่านี้หนา
ใครที่มีลักษณะนี้ให้พบพา
ก็หลีกตนออกมาให้ห่างไกล

การไม่คบคนพาลสันดานชั่ว
คือทำตัวให้มีปัญญาศัย
ไม่คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่วไป
ควบคุมใจของตนให้พ้นพาล

การไม่พบคนพาลสันดานชั่ว
คือรู้ตัวเลือกคบคนด้วยแก่นสาร
หากเมื่อใดเขากลายเป็นคนพาล
ก็รู้กาลหลีกไปไม่พัวพัน

เมื่อเขาคลายจากพาลรู้การณ์ดี
จึงค่อยมีสืบสานการสังสรรค์
เพราะทุกคนมีเชื้อพาลเช่นเดียวกัน
จึงต้องหมั่นให้อภัยไม่ตัดรอน

อีกทั้งควรสำรวจตรวจใจตน
ว่าเป็นคนพาลตอนไหนให้ถ่ายถอน
ฉุดรั้งใจออกมาอย่าอาวรณ์
นำปัญญามาสอนตนสิ้นพาล.

โดย พี่ดอกแก้ว [6 ก.พ. 2558 , 13:36:17 น.] ( IP = 113.53.89.123 : : )


สลักธรรม 10


เพิ่งเริ่ม

เราเรียนธรรมเพื่อนำชีพสงบ
ศึกษาพบต้นเหตุแห่งปัญหา
ได้รู้จักความจริงของชีวา
ทั้งรู้ทางนำพาชีวิตดี

เราเรียนรู้ปริยัติขจัดเขลา
คลายโมหะบรรเทาหลงแสงสี
รู้จักรูป รู้จักนาม ในชีวี
รู้ไตรลักษณ์ว่ามีสามประการ

อนิจจังทุกสิ่งยังมีเปลี่ยนแปร
ทุกขังแท้ถูกบีบคั้นทุกสิ่งสาร
อนัตตาไม่อาจบัญชาตามต้องการ
ไร้ตัวตนไม่ทนทานไม่เที่ยงเลย

เราได้รู้เรื่องราวของสังขาร
ธรรมชาติบัญชาการไม่นิ่งเฉย
เป็นลักษณะสามัญทั้งนั้นเลย
ปริยัติเปิดเผยให้เข้าใจ

เราเรียนรู้ปริยัติถนัดแม่น
เห็นไปตามหลักแกนของเงื่อนไข
รู้กระบวนการงานของกายใจ
เห็นโยงใยยืดเยื้อเกื้อวัฏฏา

แต่เราก็แค่รู้ปริยัติ
เพิ่งเริ่มหัดใช้ความรู้ที่ศึกษา
มาฝึกจิตเกลาใจใช้ปัญญา
ในชีวิตตรงหน้าอย่างนักเรียน

บ่อยครั้งที่เรามีโต่งอัตตา
อยากให้สิ่งรอบกายาไม่ผันเผียน
คงเหมือนเดิมถูกใจได้แนบเนียน
เรามักลืมบทเรียนแห่งความจริง

เราจึงไม่สุขใจได้รสธรรม
เพราะกิเลสยังนำจิตสู่สิง
ต้องพากเพียรต่อไปไม่ประวิง
เพราะทุกสิ่งสำเร็จด้วยความเพียร.

โดย พี่ดอกแก้ว [6 ก.พ. 2558 , 13:37:01 น.] ( IP = 113.53.89.123 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

สลักธรรม
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล
[ คีตธรรมออนไลน์ ] [ กวีไทยออนแอร์ ] [ นายติวเตอร์ ]

สถานศึกษา ธุรกิจการเงิน หน่วยงานราชการ ข่าวสาร-หนังสือพิมพ์ แหล่งธรรมะ รวมลิงก์ธรรมะ เชื่อมโยง

ค้นหาเพลงตามชื่อเพลง
เพลงที่ขึ้นต้นด้วยภาษาไทย
อื่น ๆ
เพลงที่ขึ้นต้นด้วยภาษาอังกฤษ
a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t u v w x y z


ตรวจสอบอันดับผู้เยี่ยมชม :