มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ



ลานกวีธรรม
[ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ สลักจิต - สลักธรรม ] [ คีตธรรมออนไลน์ ]


แสงจินตนา...




๏วาบวาบแสงสุตครั่นสนั่นวชิระสรวง
ช่วงโรจน์สิโชติยวง ประกาย

๏ปรากฏการณ์ประจุปลาบประภาพชยุติสาย
ย้ายแต้มสิแจ่มปลาย โพยม

๏แผดเย้ยพ่างนภแยกเลาะแทรกประหัตโถม
โหมตราถลาโจม ขจาย

๏ขื่นใจหนอคคนางค์สิว้างสุริยะปราย
รายยาตรประภาสผาย บ่ยัง

๏โบกยั่วหาววยุครวญสิม้วนพละพลัง
หลั่งผลละหล่นหลัง สกล

๏ซ่ากราวเกรียวขณะซัดสะบัดชลชะถล
ล้นฉ่ำถลำปรน ไผท

๏พ่างเทวัญทะยานสนานชะวรรษไหล
ไหวสรวงเลาะปวงไกร ประลอง

๏แปลบล่วงสายวิช์ชุร้อยก็สร้อยมิจฉ์คะนอง
จ้องครวญนะถ้วนมอง นะชน

๏โน้มชอบนั่นทุรฤกษ์ละเลิกวิทยะลน
ทนหยันลุบั่นมน คุเรียง

๏ควรฤๅเลขระบุการณ์ประทานสุภคละเคียง
เพียงคิดคุฤทธิ์เกรียง ไฉน

๏โชตินั้นเพียงทิฐิเขลาระเร้ารสชะใย
ไสย์เชื้อเหยาะเพรื่อไหว เฉาะหัว

๏เชือดหัตสิ้นมนุศรีทวีมลระรัว
หลัวรึงระตรึงตัว สิตรา

๏สิ้นตรองหนอพิษแทรกผิว์แยกวิช์ชุประภา
ฉ่าปราณพิการทา หทัย

โดย สดายุ [8 ก.ค. 2546 , 07:08:10 น.] ( IP = 213.68.98.20 : : unknown, unknown ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้


สลักธรรม 1

เมื่อโบกโบยโปรยหมอกกลอกเมฆคล้ำ
ความระกำแผ่ซ่านปานมารสิง
ใจระรัวกลัวภัยให้เกรงกริ่ง
เห็นทุกข์สิ่งเป็นทุกข์ไม่สุขใจ

เขม้นมองจ้องฟ้าคราครึ้มฝน
หมายท่องบ่นมนต์สู้กู้ความใส
ยิ่งคลุ้มคลั่งถั่งโถมโหมในใจ
มรสุมคลุมไหวไม่แน่นอน

พินิจความมืดมนบนฟากฟ้า
และเร่งหาหนทางอย่างครั้งก่อน
มีแสงเรืองเปลื้องเมฆมาสะท้อน
เร่งสังวรภาวนาครามืดมน

พบรอยแยกแตกช่องให้มองเห็น
พลันฟ้าแปลบแลบเป็นวิชชุหน
ถึงสามครั้งรั้งจิตพินิจตน
สำเร็จผลวชิรูปมาธรรม

สิ้นกิเลสทุกเศษเสี้ยวอนุสัย
สว่างไสววิปากธรรมนำสู่ผล
พ้นจากเมฆหมอกร้ายใจหลุดพ้น
หมดจากหนสังสารสิ้นกาลเอย.

โดย ดอกแก้ว [8 ก.ค. 2546 , 15:49:55 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


สลักธรรม 2

วิชชุแปลบ…

แต่ละเปรี้ยงเรียงกลบกระทบโสต
ปานพิโรธโกรธเกรี้ยวมาเฉี่ยวไล่
วิชชุแลบแปลบปลาบประภาพไกล
น้อยกว่าใจเมื่อปลาบวาบโกรธา

โทสะร้อนจรนาบขนาบจิต
ดุจวายุคุฤทธิ์มืดมิดหา
ย่อมปราดแปลบแนบเนื่องแค้นเคืองคา
โทสะถาค่าควรก็ล้วนกลาย

ที่ครืนครั่นพรั่นนึกระทึกเสียง
แผดสำเนียงเคียงแสงสำแดงสาย
ระรัวลั่นสั่นสะเทือนอยู่เกลื่อนปลาย
ก็เพื่อคลายกลายพลังลงยังดิน

เมื่อร่ำร้องก้องอกวิตกจริต
เหมือนประสิทธิ์ฤทธิ์ไข้หทัยถวิล
ควรก็แต่แผ่พ้องประคองจินตน์
ให้เดือดดิ้นปลิ้นย่างอยู่ข้างใน

หลังคำรามตามมาก็ห่าฝน
ที่พรูพร่างคว้างหล่นเป็นชลไหล
หลังโทสะระอุปะทุไป
ย่อมยากไร้ใครเหลียวจะเกี่ยวดอง

วิชชุแลบแนบฝนมาหล่นหลั่ง
แม้นคลุ้มคลั่งยังฉ่ำเพิ่มน้ำหนอง
โกรธเมื่อแลบแสบร้อนมาจรจอง
ประโยชน์ปองมองคว้าหาไม่มี

โดย สดายุ [9 ก.ค. 2546 , 07:56:13 น.] ( IP = 213.68.98.20 : : unknown, unknown )


สลักธรรม 3

…ขับดาวแสดงจรัสโสม
บทโน้มโพยมชอน
เด่นดวงผลิยวงนภสะท้อน
ศศิธรขจ่างเหลือง

ราตรีวิถีทรรศนะยาม
พิศตามณยามเรือง
งามสมผสานรุจเมลือง
สุภเปรื่องประภาสเผย

โคจรขจ่างชุติสยาย
ชะประกายและกลอกเกย
คลี่ม่านเลาะหม่นกระจะเฉลย
พจน์เชยสิยากถึง

มองคล้ายกระต่ายสถิตใน
ชรไมวิไลกรึง
แหงนเงยผิว์เย้าภวคะนึง
จิตขึงณครวญถวิล

บางชนบ่หมายอภิรดี
ดุษณีวิถีจินตน์
บ้างซอกหทัยผิว์ธรณิน
นิรสิ้นจะสบแสง

อารมณ์กระด้างฉลประดับ
พิษขับระยับแดง
ฉาบกายมลายปกติแปลง
ก็จะแหนงจะหน่ายงาม

ช่วงพิษสถิตกมลนัย
บ่วิจัย ณ ใคร่ยาม
เคลือบชนม์ผจญทุกขหยาม
มนะทรามก็ห่ามเห็น

แสงสรรค์พระจันทรวิไล
นภไกลก็ใสเย็น
ฉลโชติประทุษคติเข็น
ขณะเค้นจะครวญขรม

จึงโลกจะเลี่ยงมรณะลาญ
เฉพาะมานระเมียรชม
จึงโลกผิว์ล้างมิจฉะขม
สุญพรมจะพาดใจ

ชรไม….คู่
อภิรดี…ความพอใจ
ดุษณี…ความนิ่ง

โดย สดายุ [9 ก.ค. 2546 , 08:36:23 น.] ( IP = 213.68.98.21 : : unknown, unknown )


สลักธรรม 4

แว่วคำรามถามแผ่นดินที่สิ้นศักดิ์
หมายสมัครผืนฟ้า..กล้าเพียงไหน
ศักดิ์เพียงดินหมายเอื้อมฟ้านภาลัย
จงตรองใจให้รู้ไม่คู่ควร

จึงเข่นขึงขึ้งโกรธพิโรธกริ้ว
ฟาดรอยริ้วสายแสงแข่งเสียงสรวล
หมายให้ดินสิ้นปองร้องโอดครวญ
วิชชุแลบแปลบล้วนมุ่งลงทัณฑ์

แสดงหาญจารโทษโกรธคีรี
พุ่งแสงสู่อัคนีทุกเชิงชั้น
คึกคะนองครองฟ้าให้จาบัลย์
เมฆก็พลันริรหยดรดน้ำตา

โดย ดอกแก้ว [9 ก.ค. 2546 , 21:29:49 น.] ( IP = 202.129.46.78 : : )


สลักธรรม 5

…คุณพี่ครับ....สามบทข้างบนนี้....ใช้บุคคลาธิษฐานได้อย่างอลังการเจียวครับ.....ชอบใจจริง...นับถือครับ

โดย สดายุ [10 ก.ค. 2546 , 07:18:07 น.] ( IP = 213.68.98.21 : : unknown, unknown )


สลักธรรม 6

… เหลื่อมสีประกายแสง
จรแหล่งกระพริบลน
กลางม่านคละมืดมน
บทวนก็เวียนหาย

หมอกฝ้าฤดูฝน
พิศข้นบ่รองราย
เป็นหม่นระคนหมาย
ชลกรายเกาะเกี่ยวเย็น

อีกหม่นเพราะมัวหมาง
คละระคางหทัยเป็น
คือโทสะโขเข็น
ชะกระเซ็นประสบหยัน

หม่นนี้ฤดีแนบ
ผิวแลบจะโรมรัน
เป็นหม่นสิข้นครัน
บ่จะสรรค์จะสร้างใด

หม่นหนึ่งทะลึ่งหน้า
อัตคามหาไกร
อวดเลศวิเศษณ์ไหว
ศิระไขว่ผิว์สองเศียร

หม่นนักสลักแล้ว
ภวแพร้วบ่พอเพียร
ไว้กรอกสำรอกเหียน
ขณะเกรียนตะกายหน

เป็นหม่นวิกลกอปร
ตละรอบทุรนลน
เผาจิตเพาะพิษฉล
ขณะยลแสยงญาณ

ไกลเถิดเตลิดถอย
สละรอยทุพล่อยดาล
ไกลจบสงบสาน
ทุรจารผ่านเพียร

หม่นฟ้าจะฟุ้งแสง
จะแจรงจรัสเวียน
หม่นตูบ่รู้เกรียน
พิษเบียนจะโบยตี

โดย สดายุ [11 ก.ค. 2546 , 13:01:58 น.] ( IP = 213.68.98.21 : : unknown, unknown )


สลักธรรม 7

กอปรกลจนกรายถิ่น
และสุดสิ้นสว่างไสว
ลุ่มหลงทะนงไป
เพราะไร้ตรองประคองความ

ฟ้าหม่นเพราะฝนเศร้า
วรรษาพราวราวไถ่ถาม
ชั่วหนึ่งก็หยุดความ
มิเนิ่นนานไปชั่วกัลป์

ใจหม่นระคนกาฬ
ไร้แสงฉานให้ฉายฉันท์
มืดมิดสนิทพลัน
มิล่วงรู้เมื่อใดคลาย

คราโลกมีแสงใส
ด้วยพระทัยที่เฉิดฉาย
พุทธองค์ผู้เพริศพราย
จุดประทีปแห่งแสงธรรม

มืดหายสลายเข็ญ
ความร่มเย็นเป็นสุขล้ำ
สืบสายจากพระธรรม
น้ำพระทัยในพุทธองค์ฯ

โดย ดอกแก้ว [14 ก.ค. 2546 , 20:48:36 น.] ( IP = 169.210.5.152 : : )

สลักธรรม
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล
[ คีตธรรมออนไลน์ ] [ กวีไทยออนแอร์ ] [ นายติวเตอร์ ]

สถานศึกษา ธุรกิจการเงิน หน่วยงานราชการ ข่าวสาร-หนังสือพิมพ์ แหล่งธรรมะ รวมลิงก์ธรรมะ เชื่อมโยง

ค้นหาเพลงตามชื่อเพลง
เพลงที่ขึ้นต้นด้วยภาษาไทย
อื่น ๆ
เพลงที่ขึ้นต้นด้วยภาษาอังกฤษ
a b c d e f g h i j k l m n o p q r s t u v w x y z


ตรวจสอบอันดับผู้เยี่ยมชม :