|
keetadham คีตธรรม |
Moonlanithi |
Webboard กระทู้ธรรม |
what news | About Us | Chat |
GuestBook สมุดเยี่ยม |
Article |
ลานคิด-เล่า-เขียน
[ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ
] [ ลานกวีธรรม
] [ ลานคิด เล่า เขียน
]
ตามรอยในพระปัญญาธิคุณ ยมก-มูล (4)
ข้อความ 1มารู้จักสภาพความจริง กันเถอะค่ะ ได้แก่ จิต เจตสิก รูป และนิพพาน ค่ะ โดย อัญชลี สมโสภณ [25 มี.ค. 2547 , 22:42:38 น.] ( IP = 169.210.26.15 : : )
ข้อความ 2
และชีวิต มีอะไรบ้าง โดย อัญชลี สมโสภณ [25 มี.ค. 2547 , 22:44:16 น.] ( IP = 169.210.26.15 : : )
ข้อความ 3
(ชีวิตก็ใหญ่เช่นนี้แหละค่ะใหญ่ด้วยอวิชชา) ต่อนะคะ
ในยมกปกรณ์ พระพุทธองค์ได้กล่าวถึงยมก 10 ประเภท
แต่จะขอกล่าวถึงประเภทที่ 1 ชื่อว่า มูลยมก
มูล อันเป็นรากเหง้าของชีวิต หรือต้นเหตุแห่งการเกิด
และมูล ย่อม เป็นองค์ประกอบสำคัญต่อสภาพธรรมทั้งหลายด้วย
ดังนั้น สภาพธรรมทั้งหลายล้วนเกิดขึ้นด้วยมูลเหตุทั้งสิ้น
มีทั้งมูลที่เป็น กุศลมูล อกุศลมูล อัพยากตมูล และนามมูล
โดย อัญชลี สมโสภณ [25 มี.ค. 2547 , 22:48:40 น.] ( IP = 169.210.26.15 : : )
ข้อความ 4
กุศลมูล โดย อัญชลี สมโสภณ [25 มี.ค. 2547 , 22:50:27 น.] ( IP = 169.210.26.15 : : )
ข้อความ 5อกุศลมูล โดย อัญชลี สมโสภณ [25 มี.ค. 2547 , 22:51:48 น.] ( IP = 169.210.26.15 : : )
ข้อความ 6อัพยากตมูล โดย อัญชลี สมโสภณ [25 มี.ค. 2547 , 22:52:44 น.] ( IP = 169.210.26.15 : : )
ข้อความ 7นามมูล โดย อัญชลี สมโสภณ [25 มี.ค. 2547 , 22:54:53 น.] ( IP = 169.210.26.15 : : )
ข้อความ 81. มูลแห่งความดี เรียกว่า กุศลมูล
ได้แก่ อโลภะ (ไม่โลภ) อโทสะ(ไม่โกรธ) อโมหะ (ไม่หลง หรือ ปัญญา)
2. มูลแห่งความชั่ว เรียกว่า อกุศลมูล
ได้แก่ โลภะ (โลภ) โทสะ(โกรธ) โมหะ (หลง)
เว้นโมหะเจตสิกที่ประกอบในโมหะมูลจิต 2 ดวง
3. มูลที่เกี่ยวข้องกับ วิบากของบุคคลที่นำเกิดด้วยความมีเหตุ และ จิตของพระอรหันต์ คือกิริยาจิต (ไม่ใช่กุศล และอกุศล) เรียกว่า อัพยากตมูล
ได้แก่ อโลภะ (ไม่โลภ) อโทสะ(ไม่โกรธ) อโมหะ (ไม่หลง หรือ ปัญญา)
4. มูลที่เกี่ยวข้องกับนามธรรมที่ประกอบด้วยเหตุ เรียก นามมูล
ได้แก่ กุศลมูล 3 (อโลภะ อโทสะ อโมหะ) + อกุศลมูล 3 ( โลภะ โทสะ โมหะ เว้นโมหะเจตสิกที่ประกอบในโมหะมูลจิต 2 ดวง) + อัพยากตมูล 3 (อโลภะ อโทสะ อโมหะ) รวมเป็น 9โดย อัญชลี สมโสภณ [25 มี.ค. 2547 , 23:03:50 น.] ( IP = 169.210.26.15 : : )
ข้อความ 9ทำไมจึงต้องแยกมูลเหล่านี้ อธิบายได้จาก
1. อธิบายโดยเหตุ คือ การกระทำ
เพราะการกระทำมีทั้ง มูลเหตุ จาก ฝ่ายดี (กุศล)ประการหนึ่ง
และ จากฝ่ายไม่ดี(อกุศล) อีกประการหนึ่ง นั่นเอง
2. อธิบายโดยผล คือ สิ่งได้รับ หรือ
การเกิดขึ้นของชีวิต ที่ประกอบด้วยนามธรรม และรูปธรรม
เช่นการเกิดของ เทวดา มนุษย์ สัตว์ เป็นต้นนั้น เรียกได้ว่า เป็น อัพยากตธรรม คือ ฝ่ายผลนั่นเอง
นอกจากนี้ แม้ว่า การกระทำของพระอรหันต์ ไม่ได้อธิบายด้วยความเป็นเหตุ เนื่องจากเป็นการกระทำที่เป็นกุศลที่ปราศจากวัฏฏะ ไม่มีกิเลสเจือปน เป็นเพียงกิริยาจิต
และกิริยาจิตเหล่านี้ เรียกว่าเป็น อัพยากตธรรม เช่นเดียวกันโดย อัญชลี สมโสภณ [25 มี.ค. 2547 , 23:10:16 น.] ( IP = 169.210.26.15 : : )
ข้อความ 10ในการปุจฉา และวิสัชชนา หรือ คำถาม คำตอบนั้น
พระองค์จึงทรงแยกแยะให้เห็นความพิเศษแห่งสภาพนามธรรมและรูปธรรมทั้งหลายให้เห็นอย่างชัดเจน
มีการถามตอบกลับไป กลับมา เพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อสภาวะธรรมเหล่านั้นอย่างแท้จริง
มูล หรือ เหตุ นั้น จึงเป็นเพียงจุดแรก ที่เราควรแก่การทำความเข้าใจอย่างยิ่ง
เพราะธรรมทั้งหลาย ล้วน มีเหตุเป็นแดนเกิดโดยทั้งสิ้น
และไว้พบกันคราวหน้าค่ะโดย อัญชลี สมโสภณ [25 มี.ค. 2547 , 23:13:36 น.] ( IP = 169.210.26.15 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด