
ผู้เขียน คณาจารย์ซิงหวิน (ปฐมาจารย์ วัดโฝวกวงซัน ไต้หวัน)
ผู้แปล ธรรมชาติ
OK เป็นศัพท์ภาษาอังกฤษ แปลว่ายอมรับ หรือ รับปาก คำว่า OKเพียงคำเดียวก็สามารถช่วยคุณได้ คำๆนี้จึงแสดงถึงความงดงามของชีวิต ชีวิตที่ OK เป็นชีวิตที่มีแต่การให้ ชีวิตที่ OK เป็นชีวิตที่ยอมเสียเปรียบ ยอมสร้างคุณประโยชน์ ชีวิตที่ OK เป็นชีวิตที่ทำให้ทุกเรื่องดูง่าย หรือ แก้ไขเรื่องราวได้อย่างไม่ยากเย็น ชีวิตที่ OK ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ชีวิตที่ OK เป็นคุณธรรมการช่วยเหลือผู้คนที่งดงาม ชีวิตที่ OKโอเค เรื่องราวใดที่ประดังเข้ามาล้วนสามารถพูดออกไปว่า OK บุคคลที่มีความสามารถมากพอ ย่อมมีกำลังช่วยเหลือผู้อื่นได้ ฉะนั้นชีวิตที่ OK คือชีวิตของผู้ที่มีความสามารถนั่นเอง
ดร.ซุนยัดเซ็นกล่าวว่า “บุคคลที่มีปัญญาชาญฉลาด เมื่อทุ่มความสามารถ ย่อมให้การช่วยเหลือผู้คนได้สุดคณา ย่อมสร้างความผาสุกให้ชนทั่วหล้า บุคคลที่มีปัญญาอย่างบางเบา เมื่อทุ่มความสามารถต่อให้ช่วยคนสักร้อย ยังสร้างความผาสุกได้สักร้อย แม้กระทั่งบุคคลที่ไร้ปัญญา หากทุ่มกำลังความสามารถ อย่างน้อยยังช่วยเหลือได้สักคน หรือ สร้างความผาสุกให้ได้สักคน” ฉะนั้น ชีวิตที่ OK คือชีวิตที่มุ่งหยิบยื่นความช่วยเหลือ ยามใดที่คุณลำบาก ฉันจะช่วยคุณพ้นจากความลำบากนั้น ยามคุณต้องการความช่วยเหลือ ฉันจะเป็นผู้มอบความช่วยเหลือนั้นให้คุณ
ชีวิตที่ OK จึงเสมือนกรุณาจิตของพระโพธิสัตว์กวนอิมซึ่งเป็นชีวิตที่ “วอนขอทั่วทิศา คืนสนองทั่วทิศา” ชีวิตที่ OK เมื่อคุณขอความช่วยเหลือจากเขา เขาย่อมตอบรับโดยไม่ต้องตรึกตรอง ทว่าทุ่มสุดใจเพื่อช่วยเหลือบุคคลผู้นั้น ชีวิตที่ OK เป็นชีวิตที่ไม่รู้สึกว่าลำบาก เป็นชีวิตที่ไม่คำนึงถึงผลได้ผลเสียส่วนตน
แต่ ณ ปัจจุบัน คุณธรรมของสังคมถูกลบเลือนไป บางครั้งความที่เราจิตใจดี ต้องการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น กลับตกเป็นเครื่องสังเวยของผู้หวังร้าย เช่น การช่วยขนสิ่งของออกนอกประเทศ กลายเป็นช่วยขนยาเสพย์ติดไปเสีย หรือ หวังดีบอกทางกับคนหลงทาง กลับกลายเป็นถูกเรียกค่าไถ่ ดังนั้น ชีวิตที่ OK จำต้องใช้ปัญญาแยกแยะระหว่างความดีและความชั่ว
ในทางกลับกัน ชีวิตที่พูดว่าNO เป็นชีวิตที่เห็นแก่ได้ ชีวิตที่เซย์ NO เป็นชีวิตที่ไม่ยอมสร้างมนุษย์สัมพันธ์ ชีวิตที่เซย์ NO เมื่อมีใครมาขอความช่วยเหลือ นอกจากไม่ช่วยเขาแล้ว ยังตอกย้ำชีวิตเขาอีก ชีวิตที่เซย์ NO ยามมีใครขอความช่วยเหลือ เขามักแสร้งทำเป็นตอบรับ ทั้งที่จริง “ไม่ยอมเสียประโยชน์แม้ขนสักเส้น”
ชีวิตที่เซย์ NO ย่อมนำพาชีวิตให้จนมุม เช่นนี้จะทำให้ตนราบรื่นได้อย่างไร? ในพระสูตรการตรัสรู้ของพระมหาไวโรจนพุทธ พระพุทธเจ้าถามพระสาวก จะรักษาน้ำเพียงหนึ่งหยดไม่ให้แห้งขอดได้เช่นไร? ณ ที่นั้นไม่มีแม้พระสาวกองค์ใดให้คำตอบได้ พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า “บุคคลที่นำน้ำหยดหนึ่งรวมไว้ในมหาสมุทรฉันใด ย่อมไม่มีที่สิ้นสุดฉันนั้น” หากเราทุกคนให้ตนเองเป็นส่วนหนึ่งของหมู่คณะ ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความโอบอ้อมอารี ใช้ความจริงใจของเราเอาชนะใจเขา จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ถ้วนถี่ที่สุด
ปรัชญาตะวันตกกล่าวว่า “การให้เป็นสุขยิ่งกว่าการรับ” ในระหว่างที่เป็นฝ่ายให้ ตนนั้นแหละคือผู้ได้รับผลมากที่สุด เมิ้งจื่อกล่าวว่า “ผู้ให้ความรัก บุคคลย่อมรักตอบ ผู้ให้ความเคารพ บุคคลย่อมเคารพตอบ” ชีวิตที่ OK คือ ความกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือผู้อื่น เป็นครรลองธรรมเพื่อบำบัดทุกข์แด่ผู้คน ชีวิตลักษณะนี้ ย่อมได้รับความรู้สึกดี ความเชื่อมั่น พร้อมกับความเคารพจากมหาชน