มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Thai

keetadham
คีตธรรม
Moonlanithi

OnlineStudy
thai    english

Webboard
กระทู้ธรรม
what news About Us Chat GuestBook
สมุดเยี่ยม
Article

ลานคิด-เล่า-เขียน
[ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ]


ดั่งกำลังใจ




ความรู้สึกคิดถึงบ้านกลับมาอีกครั้ง คิดถึงความอบอุ่นที่ครั้งหนึ่งได้อยู่ในอ้อมกอดของคนที่เรารัก ครอบครัว เพื่อนแท้ ชีวิตในวัยเด็ก ภาพความทรงจำทั้งหลาย มันย้อนกลับมาให้เราเห็น วันหนึ่งที่เราก้าวสู่การดำรงชีวิตในสังคมและพบกับความพ่ายแพ้ แม้ตอนนี้เราอาจคิดว่าตนเองไร้ค่า ใช้ชีวิตให้ผ่านพ้นไปวันๆ ความคิดที่ตนสร้างว่าไร้ค่า ต่ำต้อย อ่อนแอ เสมือนหนึ่งบาดแผลฉกรรจ์ที่ตนกรีดด้วยคมมีด จนเผยเป็นบาดแผลสด ที่มีเลือดสีแดงหลั่งจากร่างกายนี้ อยากหนีไปให้ไกล แต่ทำเช่นนั้นไม่ได้ เสมือนเราได้ตราหน้าให้ตนเองว่า ไอ้ขี้แพ้ตลอดกาล เอ็งมันไม่เอาไหน ขี้ขลาด ท้อแท้ ตอนนี้รู้สึกหมดแล้วซึ่งทุกสิ่ง มันหมดแล้วจริงๆ หมดแล้วซึ่งกำลังใจ มันไม่เหลือเลย ระยะนี้เหมือนชะตาชีวิตช่างมืดมน ไม่มีคำเยินยอ มีเพียงคำถากถาง ไม่มีกำลังใจมีเพียงการเหยียบย่ำ ไม่มีแม้ความหวัง มีเพียงความสิ้นหวัง ไม่มีความอ่อนโยน มีเพียงการเย้ยหยัน ไม่มีที่อยู่สำหรับผู้ขี้ขลาด มีเพียงที่สำหรับผู้ชนะ คิดผิดหรือเปล่าที่ตอกย้ำความเจ็บช้ำให้ตนถึงเพียงนี้ ในเมื่อวินาทีนี้เราเองต้องการกำลังใจมากที่สุด หายใจลึกๆแล้วให้กำลังใจตัวเองสิ ปลอบโยนตัวเอง เห็นใจตัวเอง เห็นคุณค่าของตัวเอง ไม่มีใครเห็นใจฉันไม่เป็นไร ฉันขอเห็นใจตัวฉันเอง ไม่มีใครเข้าใจฉันไม่เป็นไร ฉันขอเข้าใจตัวฉันเอง ไม่มีใครรักฉันไม่เป็นไร ฉันขอรักตัวฉันเอง ไม่มีใครให้กำลังใจฉันไม่เป็นไร ฉันขอเป็นกำลังใจให้ตัวฉันเอง เหนื่อยมากใช่ไหม กับการปล่อยใจตามความคิด อ่อนล้ากับความเจ็บปวดที่ฝังลึกในใจใช่หรือเปล่า เช่นนั้นถึงเวลาที่เธอควรจะพักสักนิด ให้หัวใจดวงนี้ได้แอบอิงกับธรรมชาติ ฟังสิ เธอได้ยินเสียงจั๊กจั่นกรีดร้องหรือเปล่า เสียงใบไม้ที่ไหวเอน เสียงสายลมที่พัดผ่าน นั่นล่ะคือกำลังใจที่ธรรมชาติมอบให้ ธรรมชาติยังคงอ่อนโยนต่อเราเสมอ ธรรมชาติไม่เลือกที่รักมักที่ชัง หากยังความรักความเอ็นดูแด่สรรพสิ่งโดยเท่าเทียม ลองยิ้มให้กับตัวเองสิ ถ้าวันหนึ่งพบว่าไม่มีใครยิ้มให้เรา บอกกับตัวเองเหนื่อยล้ากับความวกวนในความคิดใช่ไหม เช่นนั้นจงหยุดพักหัวใจเพื่อผ่อนคลายสิ เธอจะได้หายเหนื่อย เธออาจร้องไห้มามากมาย น้ำตาของเธออาจไหลรินจากความเจ็บปวด เธอรู้ไหมยังมีฉันคนนี้ไง ไม่ว่าเธอจะเจ็บหรืออ่อนล้าเท่าใด ยังมีความอบอุ่นของหัวใจให้เธอเสมอ เธอลองมองเมฆบนฟ้ากว้างนั่น ปล่อยหัวใจที่มืดมนให้ล่องลอยพร้อมกับเมฆน้อยเหล่านั้น เธอรู้ไหม แม้แต่เมฆน้อยเขายังพร้อมเป็นเพื่อนกับเธอ อย่ามองข้ามคุณค่าชีวิตที่งดงามของเธอนะ เธอยังมีค่าสำหรับพวกเราเสมอ จับมือฉันไว้สิ ฉันขอพยุงเธอขึ้นมาและก้าวเดินบนเส้นทางชีวิตนี้ไปพร้อมกัน เธอเห็นผู้คนมากหน้าหลายตานั่นไหม ทุกคนล้วนต่างคนต่างใจ เราไม่อาจวิ่งไล่ตามพวกเขาได้ทัน รู้หรือเปล่าสิ่งหนึ่งอาจเป็นความมั่นคงที่เธอสามารถมอบให้คนเหล่านั้น นั่นคือ ความจริงใจที่เธอมี ความเสียสละที่เธอให้ ความอ่อนโยนที่บริสุทธิ์ใจ ทักทอเส้นสายแห่งความหวังดี เธอคงทำได้สินะ นับจากนี้จงยิ้มให้กับตนเอง และพูดว่า ฉันคนนี้สามารถมอบความจริงใจให้แด่เธอ มันคงไม่เกินความสามารถของเธอ หากเธอมอบความจริงใจให้ผู้คน สิ่งนี้คือสิ่งที่เธอทำได้ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่โลกสีเทาใบนี้กำลังขาดแคลน จะเป็นไรไป ถ้าเธอยอมเป็นคนหนึ่งที่พร้อมแสดงความจริงใจด้วยหัวใจที่แท้จริง ครั้งหนึ่งพระท่านสอนว่า “ใครเขามีเล่ห์เหลี่ยม ใครเขาจะคดโกงคิดไม่ซื่อ ใครเขาไม่จริงใจ หากเธอนั้นจงอย่าหลงตามกระแส แต่จงมอบความจริงใจคืนสู่พวกเขา” โลกแห่งนี้เต็มด้วยความเกลียดชัง ความริษยา ความอาฆาต ความเห็นแก่ตัว การแข่งขันเพื่อเอาชนะ นั่นมัน คือ กระแสโลก วันนี้เธอหันมาปฏิบัติธรรม ขอเธอจงเดินตามกระแสธรรมเถิด นั่นคือ ใช้ชีวิตอย่างผู้ยินยอม ยินยอมให้ผู้คนเหยียบย่ำ ยินยอมฝืนความชั่วแห่งตน เพื่อมิหลงตามกระแสโลก ยินยอมเมตตาเสียสละ เพื่อไม่เบียดเบียนผู้อื่น ยินยอมเชื่อฟังในโอวาทสมเด็จพระสัมพุทธ เพื่อกล่อมเกลาตนให้สมดั่งความเป็นพุทธบริษัท ครั้งหนึ่งพระท่านสอนว่า “ผู้ปฏิบัติธรรมเขาไม่ต้องการให้ใครเคารพ เพราะเขาเคารพในธรรมะ ขอเธอจงปฏิบัติกาย วาจา ใจให้เจริญด้วยเมตตาเถิด” คำสอนของพระคุณเจ้าผุดขึ้นกลางใจที่มืดมนนี้ทุกครั้ง ยามใดที่ฉันทำใจให้ผ่อนคลายจากความกลัวทั้งหลาย ปล่อยวางหัวใจให้เป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ ฉันมักพบคำสอนของท่านเสมอ ฉันระลึกถึงพระสังฆคุณตลอด ทุกครั้งที่ใจฉันมีความทุกข์ มันทำให้ฉันนึกถึงคำสอนของท่านเสมอไม่ว่า ท่านยอมเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้เพื่อนมนุษย์ได้พักพิง และซึมซับเอาความสงบเย็นจากธรรมะนั้นสู่ผู้ที่มีใจทุกข์ร้อน ทุกครั้งที่ฉันมีทุกข์พระท่านสอนให้ฉันรู้ว่า การยอมทำตัวเป็นกระโถนเพื่อรองรับทุกข์ของผู้อื่นเป็นเช่นไร เมื่อใดที่ยอมทำตนให้เป็นกระโถน ผ้าเช็ดเท้า และแผ่นดินให้เขาเหยียบย่ำได้ บัดนั้นฉันย่อมเห็นพระพุทธเจ้าอยู่ ณ ที่นั่น เพราะนี้เป็นกระแสแห่งเมตตา พระคุณเจ้ายังสอนฉันว่า “เมื่อใดเธอมีเมตตา เมื่อนั่นฉันจะมา” ฉัน คือ พระโพธิสัตว์กวนอิม พระผู้ทรงมหาเมตตากรุณาต่อสัตว์โลก ท่านอยู่ในใจเราเสมอ เธอจงย้อนมองให้เห็นดวงใจอันเที่ยงแท้ของเธอสิ แล้วเธอจะเห็นฉันอยู่ที่นั่น

โดย ธรรมชาติ [28 พ.ค. 2556 , 15:11:56 น.] ( IP = 118.163.240.164 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณแจ้งลบกระทู้

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
Your Photo : ไม่เกิน 150KB
ยินดีให้รูปประกอบนี้ ไปให้บริการ ส่งรูปภาพเข้ามือถือ ยินดี ไม่ยินดี
บริการใหม่!! รับฝาก File ฟรี!
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command
Register User
Login User

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด