
เช้าวันใหม่ ฉันลืมตาเปิดรับอรุณอย่างช้าๆ มองดูนาฬิกานี่มันใกล้ 8.30น. แล้วหรือ ถึงเวลาต้องทำงานอีกแล้ว ความรู้สึกไม่อยากลุกจากที่นอน ขอนอนอีกสักพักจะได้ไหม คงไม่ได้สินะเพราะนี่มันคือเวลาทำงาน เพราะนี่มันป็นหน้าที่ของวันนี้ที่เราต้องทำ ว่าแล้วอย่านอนอุตุอยู่เลย บิดขี้เกียจสักนิด ก้าวเท้าลงจากเตียงอย่างช้าๆ นั่นมันยังทำตัวอ้อยอิ่ง ยังคงพะยักพะเย้อกับความขี้เกียจ แต่แล้วเราต้องเดินออกจากห้องนอนเพื่อทำธุระส่วนตัว เช่น แปรงฟัน ล้างหน้า ท้ายสุดจัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อมุ่งสู่ที่ทำงาน ชีวิตตลอดช่วง 5 ปีมานี้ คงดำเนินเช่นนี้ไปเรื่อย กระทั่งวันหนึ่ง วันที่ฉันพบกัลยาณมิตร ผู้ชี้นำให้หันมาปฏิบัติธรรม ฉันจึงเข้าใจว่าทุกๆวัน ทุกวินาที ฉันต้องอยู่เพื่อเอาชนะตัวฉันเอง ต้องต่อสู้กับความคิดของตัวเอง นับจากวินาทีที่ตื่นนอน อารมณ์ความคิดที่ถ่าโถม ความรู้สึกร้อยพันที่โหมกระหน่ำ ทำให้แต่ละวันของฉันวนเวียนอยู่ในห้วงความคิด แทนการตั้งสติบนฐานแห่งความจริง ก่อนนี้ฉันไม่เคยรู้ตัวเลยว่า ฉันกำลังตกเป็นเบี้ยล่างให้ความคิด ความคิดที่ปรุงแต่งต่างๆนานา จนบิดเบือนภาพความเป็นจริง ความเป็นจริงที่ทุกคนดิ้นร้นเพื่อการอยู่รอด แข่งขันเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ เอาชนะเพื่อรักษาตำแหน่งหรือจุดยืนของตนมิให้สั่นคลอน แต่ถ้ามองดูให้ดี นี่มันยังไม่ใช่รากเหง้าของความเป็นจริง หรือแก่นแท้แห่งความจริงสักนิด โลกธรรม 8 ยังจัดว่าเป็นเหยื่อที่ล้อผู้ไร้สติให้ติดกับ ถ้าเหยื่อนั้นหลงใหลกับสิ่งที่ล่อหลอก ท้ายสุดเหลือเพียงความดิ้นรนจนสิ้นใจ มันน่าสงสารนะ สงสารตัวเองหากเราก็เป็นหนึ่งในเหยื่อผู้นั้น ชีวิตมันจะมีอะไรมากไปกว่า สรรพสิ่งทั้งหลาย คือ ทุกข์ สรรพสิ่งทั้งหลาย ไม่มีตัวไม่มีตน สรรพสิ่งทั้งหลายต่างเป็นอนิจจัง มองดูสิ มองความคิดของตนเองให้ดีๆ และเราอาจพบคำตอบอะไรบางอย่าง คำตอบที่จะช่วยให้เราค้นพบสัจชีวิต ที่เราอาจไม่เคยนึกถึงมัน หรือละเลยมันเสียด้วยซ้ำ เพราะเรามัวหลงตามกระแสโลก จนหลงลืมกระแสธรรม อันเป็นกระแสที่สอนเราใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท นั่นคือ ไม่ประมาทตามกิเลสในใจ โลกหมุนรอบตัวเองฉันใด สัจความจริงย่อมไม่เปลี่ยนแปลงฉันนั้น เมื่อหัวใจเราน้อมกระแสธรรมเข้ามา เราจะรู้ทันทีว่า ฉันเกิดมาเพื่อเรียนรู้โลกเท่านั้น ฉันเกิดมาเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ไม่ใช่มาเพื่อเบียดเบียน ไม่ใช่มาเพื่อผูกใจเจ็บ จ้องอาฆาต แต่ฉันมาเพื่อมิตรภาพ มาเพื่อสันติ มาเพื่อเป็นดั่งความร่มเย็นให้กับเพื่อนๆอีกมากมาย ฉันเกิดมาเพื่อสร้างประโยชน์คืนสู่โลกที่ฉันรัก ฉันเกิดมาเพื่อเมตตาต่อเพื่อนๆที่ฉันรัก พวกเขาไม่ต่างไปจากฉันสักเท่าใด มีเลือดมีเนื้อ มีหัวใจมีความรู้สึกไม่ต่างจากฉันเลย เหตุไฉนฉันต้องเหยียบย่ำเขาเหล่านั้น พวกเขาล้วนเป็นเพื่อนที่ฉันรัก หากจะมีสักครั้งที่เขาพลั้งเผลอเพราะความไม่รู้ เพราะถูกกิเลสบดบัง จนทำให้เพื่อนที่แสนดีของฉันกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว เบียดเบียนฉัน ทำร้ายฉัน ฉันยังโกรธเขาลงหรือ เขาเพียงหลงผิดไปเท่านั้น วันใดที่เขาตื่นจากฝันร้าย เขาคงรู้สึกเสียใจที่ทำร้ายเพื่อนรักของเขา น้ำตาแห่งความเจ็บปวดคงพรั่งพรูจนมิอาจมีคำพูดใด หรือความรู้สึกใดทดแทนความเจ็บช้ำที่เขารู้สึกได้ ถ้าวันนั้นมาถึง ฉันคงยินดีที่จะยิ้มเพื่อปลอบประโลมเขาอีกครั้ง และบอกเขาว่า เพื่อนรัก เธอตื่นจากฝันร้ายแล้วนะ อดีตที่เจ็บช้ำมันจบสิ้นแล้ว จับมือฉันไว้สิ เรามาเริ่มต้นใหม่ และก้าวเดินสู่ปลายฟ้าพร้อมกัน เพื่อนรัก เธอยังเป็นเพื่อนฉันเสมอ ยามใดที่เธอทุกข์หรือเจ็บปวด ฉันเองรู้สึกไม่ต่างจากเธอ ทุกครั้งที่เธอมืดมนฉันกุมมือเธอไว้ พร้อมส่งผ่านความห่วงใยกับกำลังใจอีกมากมาย คอยลุ้นให้เธอลุกขึ้นก้าวไปอีกครั้ง หากเธออยากจะร้องไห้ จงร้องออกมาเถอะคนดี ฉันขอมอบอ้อมกอดที่อบอุ่นนี้คลายความหวาดกลัวให้กับเธอ รอยยิ้มของฉันนี้ยังคงมอบให้เธอเสมอ พักผ่อนให้สบายนะ ฉันยังรอวันที่เธอตื่นขึ้นจากฝันร้าย คนดีเธอเพียงฝันร้ายไปเท่านั้นเอง