
คนเราบ้างครั้งตกม้าตายเพราะความคิดนะ คือ คิดมากไป ฟุ้งซ่านไป จมกับความคิดบ้าง ถ้าพิจารณาให้ดีจะพบว่า น้อยครั้งที่เราเรียกใจอยู่กับปัจจุบัน น้อยครั้งที่ใช้สติดำรงชีวิต และบ่อยครั้งที่ปล่อยใจตามกระแสความคิดฟุ้งซ่าน ถามใจดูสิว่า เหนื่อยรึเปล่าที่ปล่อยใจตามความคิด ที่เผลอลืมสติมิตรภาพที่แสนดี มิตรที่ย้ำเตือนเรา อย่าใช้ชีวิตอย่างประมาทนะ เราประมาทกันมามาก ประมาทเรื่องใดบ้าง บางครั้งประมาทในการทำงาน บางครั้งประมาทในความรัก บางครั้งประมาทกับการใช้ชีวิต ผลคือชีวิตผิดพลาด ความรักผิดหวัง การงานล้มเหลว การเงินติดลบ เชื่อว่าหลายคนต่างผ่านจุดๆนี้มาก่อน กลับไปมองอดีต อดีตที่เราเคยผิดพลาด ไม่ใช่ให้อดีตตอกย้ำเรานะ แต่ย้อนเพื่อก่อสติ คำพูดหนึ่งที่ได้ยินจนชิน เรากลับไปแก้อดีตไม่ได้ แต่ทำวันนี้ให้ดีได้ พระท่านสอนเสมอ บัณฑิตย่อมฝึกตน เราดีได้ด้วยตัวเรา เราจะชั่วก็ด้วยตัวเราเองนะ มันเป็นความจริง นับจากวันนี้เริ่มต้นชีวิตใหม่ เริ่มด้วยความหวัง บอกกับตัวเองว่า ฉันเริ่มทำดีนับจากนี้ แม้ล้มบ้างเจ็บบ้างก็ไม่ถอย
วันนี้ฉันเริ่มรู้ว่าการทำดีเพื่อความดี ใจนี่เองที่เป็นสุข การทำดีเพื่อหวังผล ใจนี่เองที่เป็นทุกข์ สรุปนะ อดีต คือ บทเรียนสอนใจ ปัจจุบันพยายามให้ถึงที่สุด อย่าเพิ่งท้อต่อการทำดี เพราะทุกคนต่างผ่านฝันร้ายมาไม่ต่างจากเรา หากสุดท้ายคำตอบแห่งชีวิตจบที่กฎแห่งกรรมนั่นเอง อันนี้ฝากไว้เป็นข้อคิดนะ เราจะให้คำตอบสุดท้ายของชีวิตจบลงที่ไหน เราคือผู้กำหนดด้วยตัวเอง
ขอเป็นกำลังใจแด่ผู้ฝึกตนเพื่อความดี