มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ - อกุศลกรรมบถ ๑๐ (๑)









บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ - อกุศลกรรมบถ ๑๐ (๑)


สิ่งที่เราทั้งหลายได้รับได้พบในช่วงชีวิตนี้ ก็เนื่องมาจากกฎแห่งกรรมที่จัดสรรลำดับการให้ผลของกรรมเอาไว้ทั้งในปฏิสนธิกาลและปวัตติกาล

กำหนดเวลาให้ผลของกรรม หมายความว่ากรรมต่าง ๆ ที่ได้กระทำ นั้นจะสนองผลให้เมื่อใด จะเป็นในชาตินี้ ชาติหน้า หรือชาติต่อ ๆ ไป คราวหรือ วาระที่กรรมจะให้ผลนั้น จำแนกเป็น ๔ อย่าง คือทิฏฐธรรมเวทนียกรรมสนองผลในชาติปัจจุบัน อุปปัชชเวทนียกรรมสนองผลในชาติที่ ๒ อปราปริยเวทนียกรรม สนองผลในชาติที่ ๓ เป็นต้นไป อโหสิกรรม เป็นกรรมที่ไม่สนองผล

ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม เป็นกรรมที่สนองผลในปัจจุบันชาติ

คำว่า ทิฏฐธรรม หมายความว่า ผลที่ได้ประจักษ์แก่ตน เวทนีย แปลว่า การเสวยต่อผลนั้น รวม หมายความว่า ได้เสวยผลที่ประจักษ์แก่ตนในภพนี้ชาตินี้

การได้เสวยผลของกรรมประจักษ์แก่ตนในภพนี้ในชาติปัจจุบันนี้ ก็คือ กรรม ที่ได้กระทำในภพนี้นั่นแหละให้ผลในปวัตติกาลในชาตินี้นั่นเอง ไม่ติดตามข้ามภพ ข้ามชาติไปให้ผลในชาติที่ ๒ หรือชาติต่อ ๆ ไปได้อีก

โดย TaRa [14 พ.ย. 2550 , 14:03:52 น.] ( IP = 125.26.42.187 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




อุปปัชชเวทนียกรรม เป็นกรรมที่สนองผลในชาติที่ ๒

คำว่า อุปปัชช หมายความว่า ในชาติที่ ๒ เวทนีย แปลว่า การเสวยต่อผลนั้น รวมมีความหมาย ว่า ได้เสวยต่อผลนั้นในชาติที่ ๒ (นับจากปัจจุบันชาตินี้เป็นชาติที่ ๑)

เมื่อชาตินี้ได้กระทำกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นกุศลกรรม หรืออกุสล กรรมลงไปแล้ว และเจตนากรรมในชวนะดวงที่ ๑ ก็ไม่มีโอกาสที่จะให้ผลใน ปวัตติกาลในชาตินี้ด้วย จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของเจตนากรรมในชวนะดวงที่ ๗ ที่จะ ส่งผลให้ได้รับในชาติที่ ๒ ทั้งในปฏิสนธิกาล และในปวัตติกาลด้วย ในปฏิสนธิกาล ก็ให้ไปเกิดเป็นสุคติบุคคล หรือทุคคติบุคคลในปวัตติกาล (ในชาติที่ ๒ นั้น) ก็ได้ ให้เสวยสุข หรือทุกข์ ตามควรแก่กรรมที่ได้กระทำนั้น

อปราปริยเวทนียกรรม เป็นกรรมที่สนองผลในชาติที่ ๓ เป็นต้นไป

คำว่า อปราปริย หมายความว่าภพอื่นชาติอื่น เวทนีย แปลว่า การเสวยต่อผลนั้น รวมความว่า ได้เสวยต่อผลนั้นในภพอื่น ๆ ชาติอื่น ๆ คือไม่ใช่ชาตินี้ และไม่ใช่ ชาติที่ ๒

เมื่อชาตินี้ได้กระทำกุสลกรรม หรืออกุสลกรรมลงไปแล้ว อำนาจของเจตนา กรรมนั้น ในชวนะดวงที่ ๑ ไม่มีโอกาสให้ผลในปวัตติกาลในชาตินี้ทั้งเจตนากรรม ในชวนะดวงที่ ๗ ก็ไม่มีโอกาสให้ผลในชาติที่ ๒ ด้วย แล้วเจตนากรรมในชวนะ ดวงที่ ๒ ถึงดวงที่ ๖ ย่อมมีอำนาจติดตามจ้องคอยหาโอกาสให้ผลในชาติที่ ๓ และ ชาติต่อ ๆ ไป จนกว่าผู้นั้นจะเข้าสู่พระนิพพาน

ชวนะดวงที่ ๒ ถึงดวงที่ ๖ รวมชวนะ ๕ ดวง แต่ละวิถีนี้ ถ้าดวงใด ดวงหนึ่งให้ผลปฏิสนธิไปแล้ว เหลือชวนะอีก ๔ ดวงในวิถีเดียวกันนั้น จะให้ ปฏิสนธิอีก ๔ ภพ ๔ ชาตินั้นไม่ได้ แต่ว่ามีอำนาจให้ผลในปวัตติกาลในชาตินั้นได้ กล่าวคือ ในชวนะ ๕ ดวง ในวิถีหนึ่งนั้นให้ผลเป็นปฏิสนธิได้ดวงเดียว จะเป็น ดวงหนึ่งดวงใดก็ตาม ที่เหลืออีก ๔ ดวง ให้ผลในทางสนับสนุนเบียดเบียน หรือตัด รอนปฏิสนธิสัตว์นั้นได้

อโหสิกรรม เป็นกรรมที่ไม่สนองผล ไม่ให้ผล เลิกให้ผล

หมายความว่าเป็น กรรมที่ไม่สามารถจะอำนวยผลได้เพราะกรรมนั้นได้ให้ผลแล้ว หรือกรรมนั้นไม่ก่อให้เกิดผล หรือกรรมนั้นไม่มีผู้จะรับผล

โดย TaRa [14 พ.ย. 2550 , 14:04:30 น.] ( IP = 125.26.42.187 : : )


  สลักธรรม 2



ผลที่อกุสลกรรมบถ ๑๐ ส่งให้ในปวัตติกาล


ผลในปวัตติกาลของปาณาติบาต มี ๙ ประการ

๑. ทุพพลภาพ ........................................................๖. ฆ่าตนเอง หรือถูกฆ่า
๒. รูปไม่งาม .........................................................๗. โรคภัยเบียดเบียน
๓. กำลังกายอ่อนแอ.................................................๘. ความพินาศของบริวาร
๔. กำลังกายเฉื่อยชา กำลังปัญญาไม่ว่องไว..............๙. อายุสั้น
๕. เป็นคนขลาดหวาดกลัวง่าย


ผลในปวัตติกาลของอทินนาทาน มี ๖ ประการ คือ

๑. ด้อยทรัพย์..........................................................๔. ไม่ได้สิ่งที่ตนปรารถนา
๒. ยากจน..............................................................๕. พินาศในการค้า
๓. อดอยาก.............................................................๖. ทรัพย์พินาศเพราะอัคคีภัย อุทกภัย ราชภัย โจรภัยเป็นต้น


ผลในปวัตติกาลของกาเมสุมิจฉาจาร มี ๑๑ ประการ คือ

๑. มีผู้เกลียดชังมาก...............................................๗. เป็นชายในตระกูลต่ำ
๒. มีผู้ปองร้ายมาก.................................................๘. ได้รับความอับอายเป็นอาจิณ
๓. ขัดสนทรัพย์.......................................................๙. ร่างกายไม่สมประกอบ
๔. ยากจนอดอยาก................................................๑๐. มากไปด้วยความวิตกห่วงใย
๕. เป็นหญิง..........................................................๑๑. พลัดพรากจากผู้ที่ตนรัก
๖. เป็นกระเทย

โดย TaRa [14 พ.ย. 2550 , 14:05:45 น.] ( IP = 125.26.42.187 : : )


  สลักธรรม 3



ผลในปวัตติกาลของมุสาวาท มี ๘ ประการ คือ

๑. พูดไม่ชัด........................................................... ๕. ตาไม่อยู่ในระดับปกติ
๒. ฟันไม่เป็นระเบียบ............................................. ๖. กล่าววาจาด้วยปลายลิ้น และปลายปาก
๓. ปากเหม็นมาก...................................................๗. ท่าทางไม่สง่าผ่าเผย
๔. ไอตัวร้อนจัด......................................................๘. จิตรวนเรคล้ายคนวิกลจริต


ผลในปวัตติกาลของปิสุณาวาท มี ๔ ประการ คือ

๑. ตำหนิตนเอง...................................................... ๓. ถูกบัณฑิตตำหนิติเตียน
๒. มักจะถูกกล่าวหาโดยไม่มีความจริง......................๔. แตกมิตรสหาย

ผลในปวัตติกาลของ ผรุสวาท มี ๔ ประการ คือ

๑. พินาศในทรัพย์.................................................. ๓. มีกายและวาจาหยาบ
๒. ได้รับฟังเรื่องไม่สบายใจ.....................................๔. ตายด้วยอาการหลงใหล


ผลในปวัตติกาลของสัมผัปปลาป มี ๔ ประการ คือ

๑. เป็นอธัมมวาทบุคคล...........................................๓. ไม่มีอำนาจ
๒. ไม่มีผู้เลื่อมใสในคำพูดของตน............................๔. จิตใจรวนเร วิกลจริต

โดย TaRa [14 พ.ย. 2550 , 14:06:22 น.] ( IP = 125.26.42.187 : : )


  สลักธรรม 4



ผลในปวัตติกาลของอภิชฌา มี ๔ ประการ คือ

๑. เสื่อมในทรัพย์และคุณงามความดี ......................... ๓. มักได้รับคำติเตียน
๒. ปฏิสนธิในตระกูลต่ำ............................................. ๔. ขัดสนในลาภสักการะ


ผลในปวัตติกาลของพยาบาท มี ๔ ประการ คือ

๑. มีรูปทราม............................................................๓. อายุสั้น
๒. มีโรคภัยเบียดเบียน..............................................๔. ตายโดยถูกประทุษร้าย


ผลในปวัตติกาลของมิจฉาทิฏฐิ มี ๔ ประการ คือ

๑. ห่างไกลรัศมีแห่งพระธรรม.....................................๓. ปฏิสนธิในพวกคนป่าที่ไม่รู้อะไร
๒. มีปัญญาทราม......................................................๔. เป็นผู้มีฐานะไม่เทียมคนอื่น

ผลในปวัตติกาลของการเสพสุราเมรัย มี ๖ ประการ คือ

๑. ทรัพย์ถูกทำลาย....................................................๔. เสื่อมเกียรติ
๒. เกิดวิวาทบาดหมาง............................................. ๕. หมดยางอาย
๓. เป็นบ่อเกิดของโรค.............................................. ๖. ปัญญาเสื่อมถอย

โดย TaRa [14 พ.ย. 2550 , 14:06:48 น.] ( IP = 125.26.42.187 : : )


  สลักธรรม 5



อานิสงส์ของบุญกิริยาวัตถุ ๑๐


อานิสงส์ของทานมัย มี ๑๑ ประการ

๑. เป็นที่มาของทรัพย์สมบัติทั้งหลาย ............................๗. ทำให้เป็นที่น่าคบหาของคนดี
๒. เป็นที่ตั้งของโภคทรัพย์ทั้งปวง .................................๘. ทำให้เข้ากับสังคมอื่นได้อย่างคล่องแคล่ว
๓. ผู้ให้ย่อมได้รับความสุข ............................................๙. มีบุคลิกองอาจ สง่าผ่าเผย
๔. ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักของคนหมู่มาก .............................๑๐. ทำให้มีชื่อเสียงเกียรติคุณดี
๕. ผู้ให้ย่อมผูกไมตรีผู้อื่นไว้ได้ .....................................๑๑. ตายแล้วเกิดในสุคติภูมิ
๖. ทำให้เป็นผู้มีเสน่ห์น่านับถือ


อานิสงส์ของปัตติทานมัย (การอุทิศกุศล) มี ๖ ประการ

๑. ไม่มีการอดอยาก ยากจน .............................................๔. เป็นที่รักของผู้พบเห็น
๒. ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ......................................๕. มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม
๓. มีบริวารดี ....................................................................๖. มีอายุยืน


อานิสงส์ของปัตตานุโมทนามัย (การอนุโมทนา)มี ๔ ประการ
๑. มีสุขภาพสมบูรณ์..........................................................๓. มากไปด้วยลาภสักการะ
๒.มีฐานะดี ......................................................................๔. พบเห็นแต่สิ่งที่ทำให้เกิดความสบายใจ

โดย TaRa [14 พ.ย. 2550 , 14:07:09 น.] ( IP = 125.26.42.187 : : )


  สลักธรรม 6



อานิสงส์ของสีลมัย มี ๘ ประการ

๑. ทำให้มีความสุขกาย สุขใจ .........................................๕. ทำให้เกียรติคุณฟุ้งขจรไป
๒. ทำให้เกิดโภคทรัพย์ได้ ..............................................๖. ทำให้มีชีวิตแกล้วกล้าองอาจในท่ามกลางชุมชน
๓. ทำให้สามารถใช้สอยทรัพย์นั้นได้เต็มที่........................๗. ทำให้ไม่เป็นคนหลงลืมสติ
๔. ทำให้ไม่ต้องหวาดระแวงว่าใครจะมาทวงทรัพย์คืน.......๘. ตายแล้วเกิดในสุคติภูมิ


อานิสงส์ของอปจายนมัย (อ่อนน้อมถ่อมตน) มี ๖ ประการ

๑. เกิดในตระกูลสูง .........................................................๔. ได้รับคำชมเชยอยู่เสมอ
๒. มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ............................................๕. มีความสมบูรณ์ในทรัพย์
๓. มีมิตรสหายดี ..............................................................๖. ได้พบเห็นแต่สิ่งที่ตนปรารถนา


อานิสงส์ของเวยยาวัจมัย (การช่วยเหลือกิจการงานที่ชอบ) มี ๔ ประการ

๑. มีความเป็นอยู่ดี สุขกาย สบายใจ ..................................๓. มีไหวพริบความจำดี
๒. มีมิตรสหายมาก .........................................................๔. มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง

โดย TaRa [14 พ.ย. 2550 , 14:07:31 น.] ( IP = 125.26.42.187 : : )


  สลักธรรม 7



อานิสงส์ของภาวนามัย มี ๑๗ ประการ

๑. มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม ...............................................๑๐. มีมิตรสหายมาก
๒. มีผิวพรรณผ่องใส .......................................................๑๑. เป็นที่เคารพยำเกรงของบุคคลทั่วไป
๓. มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ...........................................๑๒. เป็นที่ชื่นชอบของบัณฑิต
๔. มีความจำดี และกำลังปัญญาว่องไว .............................๑๓. สมบูรณ์ด้วยปัจจัย ๔
๕. เป็นคนใจคอเยือกเย็น ................................................๑๔. ปราศจากอกุศลทั้งปวง
๖. เป็นที่ชื่นชอบของผู้พบเห็น ..........................................๑๕. ปลอดภัยจากศาสตราวุธ
๗. มีบุคลิกอันน่าศรัทธา ..................................................๑๖. มีอายุยืน
๘. เกิดในตระกูลดี...........................................................๑๗. ตายแล้วเกิดในสุคติภูมิ
๙. มีบุคลิกสง่างาม


อานิสงส์ของธัมมัสสวนมัย(การฟังธรรม) มี ๔ ประการ

๑. เกิดในตระกูลสูง ........................................................๓. มีมิตรสหายดี
๒. มีสติปัญญาดี ............................................................๔. มีความเชื่อมั่นในตนเอง

โดย TaRa [14 พ.ย. 2550 , 14:07:57 น.] ( IP = 125.26.42.187 : : )


  สลักธรรม 8



อานิสงส์ของธัมมเทสนามัย(การแสดงธรรม) มี ๖ ประการ

๑. ไม่มีกลิ่นปาก ..............................................................๔. มีบุคลิสง่างาม
๒. มีฟันขาวเรียบ .............................................................๕. มีความจำดี
๓. บุตรบริวารมีความเชื่อฟัง ..............................................๖. เป็นที่ไว้วางใจของผู้พบเห็น


อานิสงส์ของทิฏฐุชุกัมม์ มี ๙ ประการ

๑. มีปัญญาดี ....................................................................๖. พบเห็นแต่ส่งที่ทำให้เกิดความสบายใจ
๒. ไม่อดอยาก .................................................................๗. มีฐานะความเป็นอยู่ดี
๓. ไม่ยากจน ...................................................................๘. มีบริวารมาก
๔. มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง .................................๙. มีความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่มีชีวิตเนื่องด้วยผู้อื่น
๕. มีบุคลิกสง่างาม

ยังมีต่อ



โดย TaRa [14 พ.ย. 2550 , 14:09:04 น.] ( IP = 125.26.42.187 : : )


  สลักธรรม 9


ได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับกรรม ได้เห็นความละเอียดอ่อนของกรรมว่าให้ผลในทุกภพทุกชาติ ตามกำลังอำนาจของกรรม และตามเหตุปัจจัยต่างๆ

ผลของกรรม (ในปวัตติกาล) ซึ่งมีทั้งฝ่ายกุศลกรรมและอกุศลกรรม ก็กรุณาลงไว้ให้เห็นความแตกต่างกันอย่างชัดเจน พิจารณาดูแล้วก็จะพบว่าไม่มีบาปอกุศลข้อใดเลยที่ไม่เคยกระทำมา ดังนั้นจะเพียรระวังสังวรให้บาปอกุศลต่างๆเกิดขึ้นน้อยที่สุดค่ะ จะว่าไม่ให้เกิดเลยก็คงจะยากมาก มาก

อนุโมทนาค่ะที่นำข้อธรรมะที่มีประโยชน์ต่อชีวิตมาให้ได้ศึกษาและทำความเข้าใจ เพื่อปรับปรุงชีวิตให้ดีขึ้น

โดย พี่ดา ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 พ.ย. 2550 , 09:47:27 น.] ( IP = 124.121.175.96 : : )


  สลักธรรม 10

ตอนที่ ๒ http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=10815

ตอนที่ ๓ http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=10820

โดย น้องกิ๊ฟ [6 พ.ย. 2553 , 19:36:48 น.] ( IP = 61.90.74.194 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org