| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ - อกุศลกรรมบถ ๑๐ (๓)
![]()
![]()
อกุศลกรรมบถ ๑๐
ทางแห่งอกุศลกรรม อันนำไปสู่ความเสื่อม ความทุกข์
จาก ลานธรรมเสวนา (๑๓ ก.พ.๒๕๔๔) โดยคุณ deedi
ตอนที่ ๒
ถาม อกุศลกรรมบถ แปลและหมายความว่าอย่างไร ตอบ แปลว่า ทางแห่งกรรมชั่ว หมายความว่า ทางเดิน ของความชั่ว ทางเดินของบาป
ถาม ทางสายนี้จะนำบุคคลไปถึงไหน ตอบ ไปถึงอบายภูมิ คือ นรก เปรต อสุรกาย ดิรัจฉาน
ถามอกุศลกรรมบถ มีเท่าไร อะไรบ้าง ตอบ มี ๑๐ ประการ คือ
๑. ปาณาติบาต ทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป ได้แก่ ฆ่าสัตว์
๒. อทินนาทานลักสิ่งของๆ ผู้อื่นที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้
๓. กาเมสุ มิจฉาจาร ประพฤติผิดประเวณี
๔. มุสาวาท พูดเท็จ พูดไม่จริง
๕. ปิสุณาวาจา พูดส่อเสียด ยุยงคนให้แตกกัน
๖. ผรุสวาจา พูดคำหยาบ
๗. สัมผัปปลาปะ พูดเพ้อเจ้อ
๘. อภิชฌา โลภอยากได้สิ่งของๆ ผู้อื่น
๙.พยาบาท ปองร้ายผู้อื่น
๑๐. มิจฉาทิฏฐิ เห็นผิดจากทำนองคลองธรรม
โดย TaRa [16 พ.ย. 2550 , 08:35:47 น.] ( IP = 125.26.40.179 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 11
(๗) สัมผัปปลาปะ
ถาม สัมผัปปลาปะ หมายความว่าอย่างไร ตอบ หมายความว่า พูดเพ้อเจ้อ ได้แก่ คำพูดที่ไม่มีสาระ ประโยชน์ มีแต่ทำลายประโยชน์และความสุขให้พินาศไป เช่น กล่าวถึงเรื่องที่ไม่อาจเป็นไปได้ แต่มาสร้างเรื่องขึ้น เพื่อให้ผู้ฟัง ผู้ดู ผู้อ่าน เพลิดเพลินไปตาม เช่น เรื่องสงคราม ภารตยุทธ์ คือ สงครามระหว่างพี่น้อง หรือเรื่องนางสีดา ถูกลักพาตัวไป เป็นต้น
ถาม องค์แห่งสัมผัปปลาปะ มีเท่าไร อะไรบ้าง ตอบ มี ๒ ประการ คือ
๑. นิรตฺถกถาปุเรกฺขาโร ตั้งใจกล่าววาจาที่ไม่มีประโยชน์
๒. กถนํ กล่าววาจานั้นออกไป
ถาม ถ้ากล่าวครบองค์ ๒ จะให้โทษอย่างไร ถ้าไม่ครบ จะให้โทษอย่างไร ตอบ ถ้าครบองค์ ๒ เป็นการล่วงกรรมบถ สามารถเป็นชนกกรรม นำไปปฏิสนธิในอบายภูมิ ถ้าไม่ครบองค์ก็เป็นอกุศลทุจริต ให้ผลในปวัตติกาลได้
ถาม ปโยคของสัมผัปปลาปะมีเท่าไร อะไรบ้าง ตอบ มี ๒ ประการ คือ
๑. กายปโยค ใช้เขียนถ้อยคำเหล่านั้นด้วยกาย
๒. วจีปโยค ใช้พูดทางวาจา
ถาม สัมผัปปลาปะมีโทษมาก มีโทษน้อย เพราะเหตุใด ตอบ มีโทษมาก เพราะเหตุดังนี้
๑. เพราะอาเสวนะมาก คือ การอบรม การพยายามพูดในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์นั้นให้มาก
๒. เพราะผู้ที่ตนประสงค์นั้น ถือเอา คือเชื่อ แล้วนำไปปฏิบัติ
๓. เพราะกิเลสแรงกล้า
๔. เพราะความพยายามกล้า
มีโทษน้อย เพราะเหตุดังนี้
๑. เพราะอาเสวนะน้อย
๒. เพราะผู้ที่ตนประสงค์ไม่ถือเอา
๓. เพราะกิเลสอ่อน
๔. เพราะความพยายามอ่อน
โดย TaRa [16 พ.ย. 2550 , 08:46:44 น.] ( IP = 125.26.40.179 : : )
สลักธรรม 12
(๘) อภิชฌา
ถาม อภิชฌา หมายความว่าอย่างไร ตอบ หมายความว่า ความเพ่งเล็ง ได้แก่ ความพอใจใน ทรัพย์สมบัติของผู้อื่น และอยากได้ทรัพย์สินนั้นมาเป็นของตน โดยไม่เป็นธรรม
ถาม ความอยากได้ คือโลภะนั้นมีเท่าไร ตอบ มี ๒ ประการ คือ ธัมมิยโลภะ ๑ อธัมมิยโลภะ ๑
๑. ธัมมิยโลภะ ความพอใจอยากได้โดยชอบธรรม คือ เมื่อมีความพอใจ อยากได้ในสิ่งนั้นๆ แล้ว ก็พยายามเสาะแสวงหาให้ได้มา ด้วยความสุจริต เช่น ซื้อ แลกเปลี่ยน หรือขอ เป็นต้น
๒. อธัมมิยโลภะ ความพอใจอยากได้โดยไม่ชอบธรรม คือ เมื่อมีความพอใจ อยากได้ในสิ่งนั้นๆ แล้วก็พยายามให้ได้โดยไม่ต้องซื้อ ไม่ต้องแลกเปลี่ยน ไม่ต้องขอ แต่คิดหาทางให้ได้มา โดยทุจริต เช่น ขโมย โกง เป็นต้น
ถาม อภิชฌา จัดเข้าใจโลภะข้อไหน ตอบ จัดเข้าใจ อธัมมิยโลภะ คือ ความพอใจอยากได้ โดยไม่ชอบธรรม
ถาม องค์ของอภิชฌามีเท่าไร อะไรบ้าง ตอบ มี ๒ ประการ คือ
๑. ปรภณฺฑํ ทรัพย์สมบัติของผู้อื่น
๒. อตฺตโน ปริณามนํ มีจิตคิดน้อมมาเป็นของๆ ตน
ถาม อภิชฌามีโทษมาก มีโทษน้อย เพราะเหตุไร ตอบ มีโทษมาก เพราะเหตุดังนี้
๑. เพราะของๆ ผู้อื่นประณีต
๒. เพราะของใหญ่ ปโยคใหญ่
๓. เพราะของบุคคลผู้ยิ่งด้วยคุณ
๔. เพราะกิเลสแรงกล้า
๕. เพราะความพยายามกล้า
มีโทษน้อย เพราะเหตุดังนี้
๑. เพราะของๆ ผู้อื่นเลว
๒. เพราะของเล็ก ปโยคเล็ก
๓. เพราะของผู้อื่นมีคุณเลว
๔. เพราะกิเลสอ่อน
๕. เพราะความพยายามอ่อน
โดย TaRa [16 พ.ย. 2550 , 08:47:19 น.] ( IP = 125.26.40.179 : : )
สลักธรรม 13
(๙) พยาบาท
ถาม พยาบาท หมายความว่าอย่างไร ตอบ หมายความว่า การยังประโยชน์สุขของผู้อื่นให้ถึง ความพินาศไป คือคิดจะให้ผู้อื่น สัตว์อื่น ได้รับความพินาศ เช่น ให้ทรัพย์สมบัติของเขาเสื่อมเสียไปก็ดี ให้ชีวิตของเขา ทำลายไปก็ดี ชื่อว่าพยาบาท
ถาม ความโกรธ ความไม่พอใจธรรมดา กับโทสะที่พยาบาท ทางมโนทุจริตนั้น ต่างกันอย่างไร ตอบ ต่างกันดังนี้
(๑) ความโกรธ ความไม่พอใจ ที่เป็นไปตามธรรมดา มิได้คิดจะทำลายเขา หรือมิได้คิดให้เขาได้รับความ พินาศ ยังไม่จัดเข้าเป็นมโนทุจริต แต่เป็นเพียง พยาปาทกายคันถะ เท่านั้น
(๒) ส่วนโทสะที่เป็นพยาบาทมโนทุจริตนั้น เป็นชนิดหยาบมาก มีอาการมุ่งร้ายต่อผู้อื่น มีความปรารถนาที่จะทำลาย ประโยชน์และความสุขของเขา เช่น คิดในใจว่าจะทำอย่างไร ที่จะทำให้ผู้นั้นเกิดความเสียหาย หรือนึกแช่งให้ผู้นั้นได้รับ ความเสียหายต่างๆ โทสะชนิดนี้ จัดเป็นพยาบาทมโนทุจริต
ถาม องค์ของพยาบาทมีเท่าไร อะไรบ้าง ตอบ มี ๒ ประการ คือ
(๑) ปรสตฺโต ผู้อื่น สัตว์อื่น
(๒) วินาสจินฺตา มีจิตคิดทำลาย เพื่อให้ผู้นั้น สัตว์นั้น ประสบความพินาศ
ถาม พยาบาทมีโทษมาก มีโทษน้อย เพราะเหตุไร ตอบ มีโทษมาก เพราะเหตุดังนี้
๑. เพราะผู้นั้นมีคุณมาก
๒. เพราะถึงความเป็นกรรมบถ
๓. เพราะกิเลสแรงกล้า
๔. เพราะความพยายามกล้า
มีโทษน้อย เพราะเหตุดังนี้
๑. เพราะผู้นั้นคุณน้อย
๒. เพราะไม่ถึงความเป็นกรรมบถ
๓. เพราะกิเลสอ่อน
๔. เพราะความพยายามอ่อน
ถาม พยาบาทนี้ ถ้าครบองค์กรรมบถ กับไม่ครบองค์กรรมบถ จะให้โทษต่างกันอย่างไร ตอบ ให้โทษต่างกันอย่างนี้
(๑) ถ้าครบองค์กรรมบถ เป็นชนกกรรมนำไปปฏิสนธิ ในอบายภูมิ
(๒) ถ้าไม่ครบองค์กรรมบถก็เป็นอกุศลทุจริต ให้ผลในปวัตติกาลได้
โดย TaRa [16 พ.ย. 2550 , 08:49:07 น.] ( IP = 125.26.43.109 : : )
สลักธรรม 14
(๑๐) มิจฉาทิฏฐิ
ถาม มิจฉาทิฏฐิ หมายความว่าอย่างไร ตอบ หมายความว่า มีความเห็นผิด มีความเข้าใจผิด
ถาม มิจฉาทิฏฐินั้น เมื่อจะกล่าวโดยย่อๆ มีกี่ประการ ในที่นี้หมายเอามิจฉาทิฏฐิอะไร ตอบ มี ๓ ประการ คือ
๑. สักกายทิฏฐิ ๒๐ ยึดมั่นในขันธ์ ๕ ว่าเป็นตัวตน
๒. มิจฉาทิฏฐิ ๖๒ ที่แสดงไว้ในพรหมชาลสูตร แห่งสีลขันธวรรค
๓. นิยตมิจฉาทิฏฐิ ๓ ที่แสดงไว้ในสามัญญผลสูตรแห่งสีลขันธวรรค
สำหรับมิจฉาทิฏฐิที่กล่าวในมโนทุจริตนี้ มุ่งหมายเอา นิยตมิจฉาทิฏฐิ ๓ ที่สำเร็จเป็นกรรมบถเท่านั้น ส่วนมิจฉาทิฏฐิอื่นๆ นั้น เป็นเพียงทิฏฐิสามัญเท่านั้น
ถาม นิยตมิจฉาทิฏฐิ ๓ นั้น คืออะไรบ้าง ตอบ นิยตมิจฉาทิฏฐิ ๓ นั้น คือ
๑. นัตถิกทิฏฐิ ความยินดีพอใจในความเห็นที่เข้าใจว่า การกระทำทั้งหลาย จะเป็นความดีก็ตาม ความชั่วก็ตาม ไม่มีผลสนองในอนาคต- ชาติ ปฏิเสธ เช่น กุศลเจตนาในการให้ทานไม่มีผล การบูชา ต่างๆ ก็ไม่มีผล สุคติทุคติก็ไม่มี กรรมทั้งหลายไม่มีผล โลกนี้โลกหน้าไม่มี มารดาบิดาไม่มีคุณ เทวดา พรหม ไม่มี- ในโลกนี้ สมณพราหมณ์ที่สามัคคีปฏิบัติชอบไม่มีในโลกนี้ หรือโลกหน้า ผู้ตรัสรู้เองไม่มี ดังนี้เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพราะ มีอุจเฉททิฏฐิ คือ ความเห็นว่า สัตว์ทั้งหลายตายแล้วสูญ ไม่มีการเกิดอีก ปฏิเสธทั้งผลปฏิเสธทั้งกรรมไปด้วย
๒. อเหตุกทิฏฐิ มีความยินดีพอใจในความเห็นที่เข้าใจว่า สัตว์ทั้งหลาย ที่ได้รับความเศร้าหมองเร่าร้อน หรือความสะดวกสบายก็ตาม ในปัจจุบันนี้ ไม่ได้อาศัยอะไรเป็นเหตุให้เกิดขึ้นเลย เป็นไป เองทั้งสิ้น สัตว์ทั้งหลายที่จะบริสุทธิ์ก็เป็นไปเอง ไม่ใช่เป็นไป ด้วยเหตุปัจจัย หรือเหตุปัจจัยไม่ได้ทำให้สัตว์ทั้งหลายบริสุทธิ์ มีความเห็นปฏิเสธเหตุของกรรม และมีความเห็นต่อไปว่า ผลของกรรมก็ย่อมไม่มีเหมือนกัน เป็นอันว่า ปฏิเสธ ทั้งเหตุทั้งผลไปด้วย
๓. อกริยทิฏฐิ ความยินดีพอใจในความเห็นที่เข้าใจว่า สัตว์ทั้งหลาย ทำดีก็ตาม ทำชั่วก็ตาม เป็นสักแต่ว่ากระทำ ไม่เป็นบุญ ไม่เป็นบาป จะทำเองก็ตาม ใช้ให้คนอื่นทำก็ตาม ไม่เป็นบุญ ไม่เป็นบาป กระทำร้ายผู้อื่น การลงโทษผู้อื่น ให้ได้รับความเดือดร้อน จะทำเองก็ตาม ใช้ให้คนอื่นทำ ก็ตาม ไม่ชื่อว่าทำบาป ตลอดจนการประพฤติ ผิดศีลทุกๆ ข้อ เห็นว่าไม่เป็นบาปทั้งนั้น เป็นอันว่า ปฏิเสธกรรมอันเป็นตัวเหตุ และปฏิเสธผลของกรรม ไปในตัวด้วย
ถาม องค์ของมิจฉาทิฏฐิ มีเท่าไร อะไรบ้าง ตอบ มี ๒ ประการคือ
๑. อตฺถวิปรีตตา ตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์ที่ผิด
๒. ตถาภาวุปฏฺฐานํ เชื่อและยินดีพอใจในอารมณ์นั้น
ถาม มิจฉาทิฏฐิต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ให้โทษต่างกันอย่างไร ตอบ ให้โทษต่างกันคือ นัตถิกทิฏฐิ อเหตุกทิฏฐิ อกริยาทิฏฐิ ทั้ง ๓ นี้ อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นที่ครบองค์กรรมบถ เป็นอปายคมนียะ คือ เป็นชนกกรรมนำไปปฏิสนธิ ในอบายภูมิ ส่วนมิจฉาทิฏฐิอื่นๆ ไม่ครบองค์กรรมบถ ก็เป็นอกุศลทุจริต ให้ผลในปวัตติกาลได้
ถาม มิจฉาทิฏฐิมีโทษมาก มีโทษน้อย เพราะเหตุไร ตอบ มีโทษมาก เพราะเหตุดังนี้
๑. เพราะอาเสวนะมาก
๒. เพราะมีความเห็นผิดดิ่ง
มีโทษน้อย เพราะเหตุดังนี้
๑. เพราะอาเสวนะน้อย
๒. เพราะมีความเห็นผิดไม่ดิ่ง
โดย TaRa [16 พ.ย. 2550 , 08:49:45 น.] ( IP = 125.26.43.109 : : )
สลักธรรม 15
สรุปอกุศลกรรมบถ ๑๐
ถาม ในอกุศลกรรมบถทั้ง ๑๐ นั้น ข้อไหนเกิดขึ้นด้วย อำนาจโลภมูลและโทสมูล ตอบ จำแนกได้ดังนี้
ปาณาติบาต ๑ ผรุสวาจา ๑ พยาบาท ๑ ทั้ง ๓ นี้ เกิดขึ้นด้วยอำนาจโทสมูล
กาเมสุมิจฉาจาร ๑ อภิชฌา ๑ มิจฉาทิฏฐิ ๑ ทั้ง ๓ นี้ เกิดขึ้นด้วยอำนาจโลภมูล
อทินนาทาน ๑ มุสาวาท ๑ ปิสุณาวาจา ๑ สัมผัปปลาปะ ๑ ทั้ง ๔ นี้ เกิดขึ้นด้วยอำนาจอกุศลทั้ง ๒ คือ โลภมูล และโทสมูล
เจตสิกทั้ง ๓ ดวงนี้ โลภเจตสิก ๑ โทสเจตสิก ๑ โมหเจตสิก ๑ ย่อมประกอบกับอกุศลจิต ๑๒ ดวง
อกุศลจิต ๑๒ ดวง ย่อมเป็นเหตุให้เกิดอกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ ฉะนั้น อกุศลกรรมบถนั้น ถ้านับด้วยจิตตุปบาทก็ได้แก่อกุศลจิต ๑๒ ดวง
ถาม ปฏิบัติถึงขั้นไหน จึงจะละอกุศลกรรมบถเหล่านี้ได้ โดยเด็ดขาด ยกหลักฐานประกอบด้วย ตอบ ปฏิบัติถึงขั้นโสดาปัตติมัคคญาณเป็นต้น จนถึง อรหัตตมัคคญาณ จึงจะละอกุศลกรรมบถเหล่านี้ได้ โดยเด็ดขาด ดังมีหลักฐานในวิสุทธิมรรค ภาค ๓ หน้า ๓๓๘ รับรองไว้ว่า
กมฺมปเถสุ ปาณาติปาโต อทินฺนาทานํ กาเมสุ มิจฉาจาโร มุสาวาโท มิจฺฉาทิฏฐีติ อิเม ปฐมญาณวชฺฌา
บรรดากรรมบถทั้ง ๑๐ นั้น ปาณาติบาต ๑ อทินนาทาน ๑ กาเมสุมิจฉาจาร ๑ มุสาวาท ๑ มิจฉาทิฏฐิ ๑ อกุศลกรรม ทั้ง ๕ ข้อนี้ ละได้โดยเด็ดขาด ด้วยอำนาจ โสดาปัตติมัคคญาณ
ปิสุณาวาจา ผรุสวาจา พฺยาปาโทติ ตโย ตติยญาณวชฺฌา
ปิสุณาวาจา ๑ ผรุสวาจา ๑ พยาบาท ๑ อกุศลกรรมบถทั้ง ๓ นี้ ละได้โดยเด็ดขาดด้วยอำนาจ อนาคามิมัคคญาณ
สมฺผปฺปลาปาภิชฌา จตุตฺถญาณวชฺฌา สัมผัปปลาปะ ๑ อภิชฌา ๑
อกุศลกรรมบถทั้ง ๒ ข้อนี้ ละได้โดยเด็ดขาด ด้วยอำนาจอรหัตตมัคคญาณ ดังนี้
จบเรื่องบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ และอกุศลกรรมบถ ๑๐
![]()
แนะนำกระทู้
ทำบุญละลายบาป จะได้หรือไม่ ?
บาปและบุญ..เรื่องเก่าแต่ต้องการสอน
ความโลภเป็นเหตุให้เกิดบาปได้อย่างไร
สภาพธรรมแห่ง บาป-บุญ
เกรงความชั่ว กลัวผลบาป
ฆ่ายุงฆ่ามดก็บาปนะครับฯ
คน ๒ คนนี้ทำบาปด้วยกัน ใครจะบาปมากกว่ากัน
โดย TaRa [16 พ.ย. 2550 , 08:58:59 น.] ( IP = 125.26.43.109 : : )
สลักธรรม 16
เป็นการเรียนอกุศลกรรมอย่างกระฉับและชัดเจนดีค่ะ
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา (พี่ดา) [16 พ.ย. 2550 , 10:41:13 น.] ( IP = 124.121.175.17 : : )
สลักธรรม 17ขออนุโมทนาในกุศลทานค่ะ
โดย น้องอุ๊ (asomsopon) [16 พ.ย. 2550 , 22:07:54 น.] ( IP = 125.24.39.220 : : )
สลักธรรม 18ตอนที่ ๑ http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=10813
โดย น้องกิ๊ฟ [6 พ.ย. 2553 , 19:38:07 น.] ( IP = 61.90.74.194 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |