มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เพื่อนหักหลัง ไม่รู้เรื่องเลย เป็นกรรมเวรอะไรคะ




เพิ่งรู้ตัวว่าเพื่อนหักหลัง กลั่นแกล้งเข้าใจผิดๆ
หาว่าจะมีสามีใหม่(สามีเสียชีวิต) มีลูกชาย ๑ คน
จะเอาลูก พอดีโชคดี ผู้ชายที่เข้ามา ไม่ชอบ
คุยด้วยแล้ว ไม่อยากคบและระวังตัวเพราะรักลูก
ส่วนที่ชอบๆ มองห่างๆ แล้วไม่ได้ค่ะ
มาสงสัยประมวลเหตุการณ์แล้ว เขาไม่คิดดีเลย
มานานแล้ว
เข้าวัดมาหลายปี มีเพื่อนทางธรรม ไม่ถึงกับไปมาหาสู่ แต่ขอคำปรึกษาได้ และแนะนำสิ่งที่ดีตลอดมา
คนที่ไปมาหาสู่ก็เป็นเพื่อนเที่ยว กิน พอเหมาะควร
มีลูกเหมือนกัน
..
อยากถามว่าเพื่อนเก่าๆ ทั้งที่เราห่างๆ ก็ยังทำความเดือดร้อน พูดให้เสียหาย หาผู้ชายเข้ามาอยู่
้ป็นกรรมเวรอะไรคะ จะหนีพ้นไหมคะ

โดย กุลมาตา [5 พ.ย. 2553 , 18:33:13 น.] ( IP = 124.121.3.135 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

สวัสดีอีกครั้งค่ะคุณกุลมาตา เนื่องจากพี่ดอกแก้วไม่ค่อยสบายก็เลยมาแสดงความคิดเห็นไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เงียบเหงา

เรื่องที่พบในกระทู้ก่อนไม่ว่าจะพบผู้ชายไม่ดี ไม่ได้อยู่ในที่พักอาศัยที่พึงปรารถนา ..รวมมาถึงการได้พบและคบหาเพื่อนที่ไม่ดี นำความเดือดร้อนใจมาให้เสมอเหล่านี้ โดยเฉพาะการโดนกล่าวหาโยไม่มีมูลความจริงจากเพื่อนเก่าๆ นั้นนั่นก็คือ อกุศลวิบาก ...อันเกิดมาจากอกุศลกรรมที่ได้เคยทำไว้หลายๆ ข้อหลายๆ ประการมาให้ผลสลับกันไป (ลองอ่านที่กระทู้เชื่อมโยงนี้นะคะในสลักธรรมที่ ๒ - ๓ -๔ http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=10813)


โดย น้องกิ๊ฟ [6 พ.ย. 2553 , 19:18:04 น.] ( IP = 58.9.34.160 : : )


  สลักธรรม 2

การแก้ไขปัญหาทั้งสองข้อนี้ อยู่ที่การทำใจและการวางเส้นทางดำเนินชีวิตใหม่ของคุณกุลมาตานั่นเองค่ะ

วิบากกรรมนั้นเราไม่รู้ว่าจะมาปรากฏในรูปแบบใดและเมื่อใด แต่เมื่อมาปรากฏแล้วเรามีสติปัญญารู้เท่าทัน...สิ่งเหล่านั้นก็ไม่เป็นปัญหา เพราะเรารู้ที่มาที่ไป แล้วก็พร้อมจะรับมือสิ่งเหล่านั้นด้วยใจที่เป็นกุศล

เมื่อใจเป็นกุศลแล้วก็จะไม่กลุ้ม ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่มองโลกในแง่ร้าย เพราะรู้ดีว่าทั้งสิ่งดีและสิ่งร้ายที่เราพบนี้ เราทำมาเอง และหากจะมีสิ่งที่ร้ายแรงมากขึ้นไปอีกก็คือผลงานที่เราสร้างไว้เอง ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะโทษคนนั้นคนนี้ เพียงแต่มีหน้าที่แก้ไขไปตามความสามารถในวิถีทางที่สุจริตเท่านั้นเองค่ะ

ฉะนั้น วิถีทางที่หนีพ้นปัญหาเหล่านี้ได้ก็คือการรู้จักวางใจอย่างมีเหตุผลนั่นเอง เหมือนอย่างที่เขาพูดกันว่า ..เมื่อไม่เห็นว่ามันเป็นปัญหาก็จะไม่มีปัญหา.. เมื่อไม่มีปัญหาก็ไม่ต้องแก้ ไม่ต้องกลุ้ม แล้วก็ดำเนินชีวิตทำมาหาเลี้ยงชีพต่อไปด้วยความไม่ประมาท

การที่จมปลักอยู่กับความคิดที่ว่าถูกคนนั้นคนนี้รังแกก็จะยิ่งทำให้ชีวิตมีแต่ความเศร้าหมอง ทำเวลาของชีวิตให้ล่วงไปพร้อมกับความเจ็บแค้น ซึ่งไม่ดีเลยค่ะกับความคิดและความรู้สึกเช่นนี้

คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับในโอกาสนี้ก็คือ ควรเจริญอยู่ในกุศลให้มากขึ้น ขอให้อ่านเพิ่มเติมในกระทู้ที่ลิ้งค์ไว้นี้นะคะ

http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=10815

http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=10820

http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=12641

http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=12017

http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=10767

โดย น้องกิ๊ฟ [6 พ.ย. 2553 , 19:45:27 น.] ( IP = 61.90.74.194 : : )


  สลักธรรม 3





ทำอย่างไรจึงจะหมดกรรม


ทำอย่างไรจึงจะหมดกรรม? ก็ต้องทำวิวัฎฎะกรรม เป็นการกระทำที่ทำให้พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ นั้นคือการปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ตามแนวทางแห่งสติปัฎฐาน ถ้าทำกรรมอื่นก็เกิดอีก เพราะเมื่อ พิจารณาดูที่ชวนะที่เป็นกุศล อกุศล ยังให้ผลเป็นดี เป็นชั่วต้องเกิดมารับผล แต่ถ้า โวฎฐัพพนะตัดสินอารมณ์เป็นรูปหรือนาม ตัดสินได้อย่างนี้เป็นอัพยากต ก็ไม่มีผลอะไรไม่ต้องมารับผล คือไม่ต้องเกิด

แล้วทุกข์น่ะ มีไว้ให้รู้ ไม่ได้มีไว้ให้เป็น ..แค่รู้ อิริยาบถดูไปลูก ทุกข์มาให้เห็น แล้วดูต่อไป ดูให้ต่อเนื่องไป จะเห็นทุกข์ในความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ฝึกไว้ลูก งานทางใจนี้ทำให้ชิน ยามเจ็บไข้ได้ป่วย กำหนดไม่ทัน กำหนดไม่ได้ ..ถ้าไม่ฝึกไว้

คิดในสิ่งที่เป็นจริง ..เพราะโลกนี้มันคือละคร อะไรต่ออะไรเยอะไปหมด สรรพสิ่งข้างนอกมากมาย ความเป็นจริงมันคือสิ่งที่มาให้จิตรู้ สิ่งต่างๆ มีร้อยแปด พันเก้า มันจะไม่มีความสำคัญอะไรเลยถ้าจิตไม่เข้าไปรู้ มันจะไม่มีมูลค่าอะไรเลย ถ้าเผื่อไม่มีจิตเข้าไปรู้

เพราะฉะนั้นจับได้แล้วว่า ความสำคัญอยู่ที่จิต ของภายนอกจะดี จะแพงอย่างไร เทคโนโลยีจะสูงเท่าใด จะสร้างขึ้นมาอย่างวิจิตรพิสดารอย่างไร ถ้าสร้างไว้ในโลก แล้วย้ายคนไปดาวอังคารให้หมดทิ้งของเหล่านั้นไว้ จะมีประโยชน์อะไรไหมถึงจะวิจิตรพิสดาร จะสวย ไม่สวยอย่างไร ก็ต้องมีจิตเข้าไปรู้

โดย น้องกิ๊ฟ [6 พ.ย. 2553 , 19:48:05 น.] ( IP = 61.90.74.194 : : )


  สลักธรรม 4



ความสำคัญอยู่ที่จิต.. เมื่อเข้าใจอย่างนี้แล้วสิ่งข้างนอกไม่สำคัญ สำคัญที่จิต ให้ความสำคัญให้ถูก คิดให้ถูก ก็คือให้ความสำคัญให้ถูก มีอะไรสำคัญกว่าจิตไหม คิดให้ถูก ดึงกลับมาสู่จิต เพราะจิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมนำความสุขมาให้ รูปธรรมไม่ได้โง่ จิตโง่ รูปธรรมไม่ได้เลว เพราะฉะนั้นฝึกจิตเท่านั้นเอง ..อย่างนี้ คิดถูก คิดดี

นึกให้นึกให้ดี ..ส่วนมากเราจะนึกดีไหม ความจำดีมีแต่เรื่องอกุศล วันหนึ่ง ๆ จะนึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ไหมลูก ส่วนมากจะนึกถึงเรื่องราวที่ชอกช้ำชื่นชม นึกอยู่ในโลกียธรรม ๘ ประการ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ นึกอยู่แค่นี้ มงคลข้อ ๓๕ ว่าไงนะลูก จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม ในมงคลสูตรสี่ข้อสุดท้ายเป็นการกล่าวถึงสภาวะของจิตผู้ได้ถึง มรรคจิต พระอริยบุคคล ๔ ข้อนี้เป็นมงคลพิเศษ

บางครั้งนึกอะไรไปก็กลุ้มใจ แต่จริง ๆ มีเรื่องอะไรควรกลุ้มใจไหม สัตว์โลกต่างมีกรรมเป็นของตน ธรรมะทั้งหลายบังคับบัญชาได้ไหม แล้วบ่นเพ้อทำไม เรียนมาลูกก็รู้แต่สัญญารู้ ไม่ใช่ปัญญารู้ ถ้าปัญญารู้ต้องรู้ว่าความเป็นไปของสิ่งต่าง ๆ เหนือการบังคับบัญชา เมื่อเราเป็นอย่างนี้ ชีวิตเข้าท่าไหมลูก ไม่เข้าท่า

ฉะนั้นเมื่อเรือไม่เข้าท่า เรือก็ลอยอยู่ในแม่น้ำตัณหา ไม่เข้าท่าจะขึ้นฝั่งได้ไหม เพราะฉะนั้นจึงให้ดี นึกเรื่องดี ๆ เพราะชีวิตมีเวลาน้อย

โดย น้องกิ๊ฟ [6 พ.ย. 2553 , 19:49:20 น.] ( IP = 61.90.74.194 : : )


  สลักธรรม 5



แล้วนึกอย่างไรถึงจะดี .. ต้องนึกถึงคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยเฉพาะพระอภิธรรมปิฎก จิต เจตสิก รูป นิพพาน บัญญัติ จิตก็ว่าประเภทไหน กุศล อกุศล มีเท่าไหร่ ชื่ออะไร เจตสิกมี ๕๒ ชื่ออะไร เป็นอย่างไร มีผลอย่างไร รูปคืออะไร มีเท่าไหร่ นิพานเป็นอย่างไร บัญญัติเป็นอย่างไร .. นี่คือนึกถึงคำสั่งสอนขององค์พระพุทธเจ้า ถ้านึกได้ในคำสั่งสอนเอาแค่พระอภิธรรมปิฎก จะมีสัตว์ มีบุคคลไหมลูก? มีเรื่องเขา เรื่องเราไหม? มีรัก มีเกลียด มีชอบ มีชั่งไหม? นี้เขาเรียกนึกดี เพราะนอกเหนือจากเรื่องความเป็นจริง คือจิตเจตสิก รูป นิพพาน บัญญัติ แล้วสิ่งที่ไปนึกนอกจากนี้

รังแต่จะก่อสังโยชน์ให้รัดแน่นขึ้นอีก

รังแต่จะทำให้สังสารวัฎฎ์ ยืดไป ยุติไม่ได้

รังแต่จะสร้างทุกข์และโทมนัสให้กับจิตใจ และ

ยังเป็นเชื้อเพลิงให้มอดไหม้ตนและผู้อื่น

ฉะนั้น นึกไป นึกให้ดี ใครชอบ ใครชัง ช่างเถิด ใครเชิด ใครแช่ง ช่างเขา ใครดา ใครบ่น ทนเอา ใจเราร่มเย็นเป็นพอ .. จะเป็นอย่างนี้ได้ก็เพราะนึกดี ถ้าท่องเป็น แต่นึกไม่ถูก นึกไม่ดี ก็เป็นอย่างที่เป็น ๆ คือเป็นทุกข์ เป็นกลุ้มใจ

โดย น้องกิ๊ฟ [6 พ.ย. 2553 , 19:50:20 น.] ( IP = 61.90.74.194 : : )


  สลักธรรม 6



เรื่องนึกดีนี้ หญ้าปากคอกไหมลูก เส้นผมบังภูเขาไหมเรามัวแต่ไปนึกเรื่องอื่น ไม่นึกถึงคำสั่งสอนพระพุทธเจ้า ก็ที่เราเรียนปริจเฉทที่ ๑ - ๙ ไงลูก คือการนึกถึงธรรม นึกถึงสภาวธรรม เกินจากนึกถึงพระธรรมแล้ว ไม่มีอะไรดี เพราะธรรมะคือคุณากร ลูกเคยได้ยินว่ามีอะไรที่นอกจากพระธรรมแล้วคือคุณากรไหม

รู้สึกให้ถูก .. ถูกอะไร ?ถูกตรงตามความเป็นจริงที่โง่อยู่ ธรรมชาติที่รู้อารมณ์ไม่ใช่คน เป็นจิต จิตเป็นนาม ชีวิตประกอบด้วยรูปและนาม แล้วสิ่งที่ปรากฏขึ้นนั้นรูปหรือนาม แล้วความโง่มันอยู่ที่ไหน? อยู่ที่ความสำคัญผิดเห็นว่าเป็นเรา เมื่อได้ปัจจุบันก็ฟาดฟันความโง่ เป็นอย่างนี้ก็จะเจริญเติบโตไป ทำให้เป็นคนที่ประเสริฐ เป็นกัลยาณชน แล้วเป็นอริยชนก็ไม่ยาก

เมื่อ คิด นึก รู้สึกเป็นแล้ว จึงจะมีความรู้สึก นึก คิดที่ประเสริฐ ..ไม่มีเรื่องอะไรน่ากลุ้ม เรียนไปลูก จิต เจตสิก รูป นิพพาน มีแต่เรื่องน่ารู้ เพราะยังไม่รู้ ฉะนั้นจะรู้สึกดีได้ รู้สึกถูกได้ตรงได้ ต้องหมั่นนึก ตรึกถึงพระธรรม หมั่นคิด สรรพสิ่งในสากลโลก ปราศจากจิตแล้ว ไม่มีมูลค่าอะไรเลย ฉะนั้นอย่าไปให้อะไรสำคัญเกินจิต จึงต้องดูแลจิต รักษาจิต ส่งเสริมจิต ฝึกจิต เพื่อจิตจะได้มีอำนาจแห่งธรรมานุภาพ เมื่อมีแล้วจิตก็จะได้อำนาจแห่งสังฆานุภาพ

ทำมือให้ยาว ทำหูให้ยาน ไม่ใช่ทำนิ้วให้กุด ทำหูให้ตึง ให้พ้นทุกข์ นั่นคือ สอนเขาก็ต้องทำได้ อยากให้สอนก็ต้องเอาไปใช้ ชีวิตอยู่ถึงจะมีค่า ยังดีนะที่ยังนอนทอดกายพูดได้ แต่สักวันหนึ่งนิ่ง นิ่งเสร็จแล้วเน่าทุกคน ขณะใดที่ยังไม่นิ่งก็อย่าทำชีวิตให้มันเน่า ขณะใดที่ต้องนิ่ง แล้วยังไม่ต้องเน่า ก็อย่าให้เศร้ากับเรื่องเหล่านั้น นิ่งพิจารณาต่อไป ยังไม่นิ่ง อย่าทำให้จิตเน่า เมื่อลมหายใจยังไม่หยุดนิ่ง ก็อย่าทำให้จิตเน่า

โดย น้องกิ๊ฟ [6 พ.ย. 2553 , 19:51:42 น.] ( IP = 61.90.74.194 : : )


  สลักธรรม 7



ความไม่รู้ปฎิจจสมุปบาท เป็นอวิชชาคือโง่ ถ้าหมดโง่จะทำอะไรก็แล้วแต่ ผลที่ตามมาก็คือ ของที่ได้มาแบบไม่โง่ หรือถ้าหมดโง่ สิ่งที่รู้ตามมาก็คือ รู้แบบไม่โง่ หมดโง่ สิ่งที่ตามมาจากความคิดก็คือ คิดแบบไม่โง่ มีสัมมาทิฎฐิ มีพระธรรมแล้ว สามารถทำเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี อยู่กับวิบากให้เป็นกุศล ด้วยความเข้าใจวิบาก

ที่พูดมาทั้งหมดนี่ มีคนไหม.. ไม่มี อย่างนี้แหละเรียกว่า เสวนาธรรม

ในเมื่อ คิด เป็นปัจจัยให้ นึกทั้ง คิดและนึก เป็นปัจจัยให้ รู้สึก และเป็นเป้าหมายให้ถึงพระนิพพานได้จงตั้งใจแล้วทำด้วยศรัทธา ๔ จะมีอะไรมาก็พร้อม อะไรจะไปก็พร้อม

พบเพ้อ เพียรผูก พลัดพราก ถ้ายังมีอะไรเกิดขึ้นอยู่ให้รู้ด้วยความเป็นจริง ด้วยศรัทธาตามคำสอนพระพุทธเจ้า สำรวมในพระปาฎิโมกข์ไว้ ระวังจิตตนเอง เพราะจิตดิ้นรน กวัดแกว่ง รักษายาก ห้ามยาก สำรวมจิต แต่ถ้าไม่มีสติที่มีกำลังแรง ปัญญาที่มีกำลังแรง ก็รู้ด้วยความฟั่นเฟือน

ค่อย ๆ ปรับปรุง ค่อยพยุงจิตใจ ค่อย ๆ ทำไปด้วยหลักธรรม วันนี้ได้ประมวลหลักธรรมมาให้ว่า คิดในสิ่งที่เป็นจริง นึกในสิ่งที่ดี และรู้สึกให้ถูก จะคิด นึก รู้สึกตรงได้ ต้องศึกษาหาแผนที่ เดินตามแผนที่

โดย น้องกิ๊ฟ [6 พ.ย. 2553 , 19:52:39 น.] ( IP = 61.90.74.194 : : )


  สลักธรรม 8



แม้จะยัง อยาก อยู่ แต่ อยาก แล้วต้องรู้จัก ยั้ง บ้าง อย่าอยากหลายอย่าง มีเป้าหมายให้แน่นอน อยากถึงมรรค ผล นิพพาน ต้องทำทางไป จึงจะถึง ทำจริง ๆ เพราะจริงเสียอย่างเดียว สำเร็จทุกอย่าง ให้มีศรัทธา ๔ โดยเฉพาะ เชื่อในคำสอนของพระสัมมาสัมมาพุทธเจ้า

และจะมั่นคงในศรัทธาได้ ก็ต้องเริ่มจากการเสวนาธรรม ฟังธรรมจากสัปบุรุษ ซึ่งจะเป็นเหตุให้มีโยนิโสมนสิการ หมั่นเก็บเกี่ยวความรู้ไป เป็นของไม่ต้องดูแล เป็นทรัพย์ภายใน ไม่สูญหาย ไฟไม่ไหม้ เพราะฉะนั้นต้องรู้ว่า ..

อะไรควรหา อะไรควรเก็บ คือ ความรู้ปริยัติ ปฎิบัติ

อะไรควรทุ่มเท คือ ทุ่มเทชีวิตกับพระธรรม และการงานที่ลงทุนแล้วเหนือกว่าจิต นั่นคือธรรมะ

อะไรควรถ่ายถอน คือ ความเห็นผิด

คิดในสิ่งที่เป็นจริง นึกในสิ่งที่ดี และรู้สึกให้ถูก

ด้วยรัก
จาก พ่อเสือ


โดย น้องกิ๊ฟ [6 พ.ย. 2553 , 19:54:16 น.] ( IP = 61.90.74.194 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบคุณกัลยาณมิตรธรรมทุกท่านค่ะ
ที่ให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ เป็นกุศลทุกประการ
พี่ดอกแก้ว(หายป่วยเร็วๆนะคะ) น้องกิฟท์
และพ่อเสือ

โดย กุลมาตา [9 พ.ย. 2553 , 16:17:18 น.] ( IP = 124.121.2.215 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org